หากธุรกิจของคุณเคยทำสัญญาเช่า สัญญากู้ยืม หรือจ้างผู้รับเหมา — มีโอกาสสูงมากที่เอกสารเหล่านั้นต้องเสียอากรแสตมป์ตามกฎหมาย
อากรแสตมป์คืออะไร และทำไม SME ต้องสนใจ
อากรแสตมป์ (Stamp Duty) คือภาษีประเภทหนึ่งที่เก็บจาก ตราสาร หรือเอกสารทางกฎหมายและธุรกิจบางประเภท ตามบทบัญญัติในประมวลรัษฎากร หมวด 6 (มาตรา 103–129) ไม่ใช่ภาษีจากรายได้หรือกำไร แต่เป็นภาษีจากการ ทำนิติกรรมหรือสัญญา นั้น ๆ
ในทางปฏิบัติ รัฐใช้กลไกนี้เพื่อรับรองว่าเอกสารสัญญามีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย เอกสารที่ต้องเสียอากรแต่ไม่ได้ปิดแสตมป์หรือชำระอากร จะ ใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลไม่ได้ จนกว่าจะเสียอากรพร้อมเบี้ยปรับครบถ้วน ซึ่งหมายความว่าหากเกิดข้อพิพาทขึ้นมา ธุรกิจของคุณอาจสูญเสียสิทธิ์ในการฟ้องร้องได้
กรมสรรพากรกำหนดตราสารที่ต้องเสียอากรแสตมป์ไว้ทั้งหมด 28 ลักษณะ ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร ซึ่งครอบคลุมสัญญาที่ SME ทำเป็นประจำในการดำเนินธุรกิจ
สำหรับ SME ที่ต้องการจัดระบบเอกสารและบัญชีให้รัดกุม การมี ผู้ทำบัญชีรายเดือน ที่ช่วยตรวจสอบว่าสัญญาแต่ละฉบับได้เสียอากรแสตมป์ครบถ้วนหรือไม่ เป็นสิ่งที่ช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมาก
ตารางอัตราอากรแสตมป์สัญญาที่ SME ทำบ่อย
ด้านล่างคือตราสารที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ SME มากที่สุด พร้อมอัตราอากรและผู้มีหน้าที่เสีย ข้อมูล ณ ปี 2569 ตามบัญชีอัตราอากรแสตมป์ท้ายประมวลรัษฎากร (rd.go.th)
ลักษณะที่ 1 — สัญญาเช่าที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้าง
- อัตราอากร: 1 บาท ต่อค่าเช่า (หรือเงินกินเปล่า หรือทั้งสองอย่างรวมกัน) ทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท ตลอดอายุสัญญา
- ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้เช่า
- หมายเหตุสำคัญ: หากสัญญาเช่าไม่ได้ระบุอายุการเช่าไว้ ให้ถือว่ามีกำหนด 3 ปี เพื่อคำนวณค่าอากร
- ยกเว้น: สัญญาเช่าที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
ตัวอย่าง: เช่าพื้นที่สำนักงาน 12 เดือน ค่าเช่าเดือนละ 20,000 บาท รวมตลอดอายุสัญญา 240,000 บาท — อากรแสตมป์ที่ต้องปิด = 240 บาท
ลักษณะที่ 4 — สัญญาจ้างทำของ (สัญญาบริการ / สัญญาจ้างผู้รับเหมา)
- อัตราอากร: 1 บาท ต่อสินจ้างทุก 1,000 บาท หรือเศษของ 1,000 บาท
- ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้รับจ้าง
- หมายเหตุ: กรณีชำระสินจ้างเป็นงวด เมื่อสินจ้างงวดหลัง ๆ ทำให้ยอดรวมเกินกว่าที่ปิดแสตมป์ไว้ ต้องปิดแสตมป์เพิ่มในแต่ละคราวที่ครบทุก 1,000 บาท
ตัวอย่าง: จ้างบริษัทออกแบบโลโก้ 35,000 บาท — อากรแสตมป์ = 35 บาท (ผู้รับจ้างเป็นผู้ปิด)
ลักษณะที่ 5 — กู้ยืมเงิน หรือตกลงให้เบิกเงินเกินบัญชี
- อัตราอากร: 1 บาท ต่อเงินกู้ (หรือวงเงินที่ตกลงให้เบิกเกินบัญชี) ทุก 2,000 บาท หรือเศษของ 2,000 บาท
- เพดานอากร: สูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ต่อฉบับ
- ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้ให้กู้
- ยกเว้น: การกู้ยืมเงินระหว่างบุคคลธรรมดาเพื่อการเกษตรและสหกรณ์บางประเภท
ตัวอย่าง: กู้ยืมเงินระหว่างบริษัท 2,000,000 บาท — คำนวณได้ 1,000 บาท แต่เนื่องจากไม่เกินเพดาน 10,000 บาท จึงเสียอากร 1,000 บาท
ลักษณะที่ 17 — สัญญาค้ำประกัน
- อัตราอากร (แบบขั้นบันได):
- ไม่ระบุจำนวนเงินที่ค้ำประกัน — 10 บาท
- ค้ำประกันไม่เกิน 1,000 บาท — 1 บาท
- ค้ำประกัน 1,001–10,000 บาท — 5 บาท
- ค้ำประกันเกิน 10,000 บาท — 10 บาท
- ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้ค้ำประกัน
สังเกตว่าอัตราค้ำประกันเป็นอัตราเหมาตามช่วงวงเงิน ไม่ใช่สัดส่วนตามมูลค่า จึงมักเป็นจำนวนเงินเล็กน้อย แต่ยังคงมีหน้าที่ทางกฎหมายที่ต้องปฏิบัติ
หนังสือมอบอำนาจ (ลักษณะที่ 7)
- มอบอำนาจให้กระทำการครั้งเดียว — 10 บาท
- มอบอำนาจให้กระทำการมากกว่าหนึ่งครั้งหรือมากกว่าหนึ่งกิจการ — 30 บาท
- ผู้มีหน้าที่เสียอากร: ผู้รับมอบอำนาจ
เอกสารที่ ไม่อยู่ ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ 28 ลักษณะ เช่น สัญญาจ้างแรงงาน (สัญญาจ้างพนักงานประจำ) หรือใบเสนอราคา ไม่ต้องเสียอากรแสตมป์ ควรตรวจสอบประเภทสัญญากับบัญชีอัตราอากรก่อนเสมอ หรือปรึกษาสำนักงานบัญชีให้ยืนยันก่อนลงนาม
ระยะเวลาและวิธีปิดอากรแสตมป์
กฎหมายกำหนดให้ต้องปิดอากรแสตมป์หรือเสียอากรเป็นตัวเงิน ก่อนหรือในขณะที่ทำตราสาร และต้องขีดฆ่าแสตมป์ (ลงลายมือชื่อหรือขีดเส้นคร่อมให้ใช้ไม่ได้อีก) หลังจากปิดแล้ว
สำหรับตราสารที่ทำในต่างประเทศและนำมาใช้ในประเทศไทย กฎหมายให้เวลา 30 วันนับแต่วันนำตราสารมาในประเทศ หรือก่อนนำตราสารนั้นไปใช้ แล้วแต่ว่าระยะเวลาใดจะสั้นกว่า
วิธีชำระอากรแสตมป์ มี 3 ทางเลือก
- 1. ปิดแสตมป์ดวง (ดั้งเดิม): ซื้อดวงอากรแสตมป์ที่กรมสรรพากร สรรพากรพื้นที่ หรือร้านค้าที่ได้รับอนุญาต แล้วนำมาปิดบนเอกสารและขีดฆ่า
- 2. เสียอากรเป็นตัวเงิน (ณ สรรพากรพื้นที่): นำตราสารไปยื่นขอเสียอากรเป็นตัวเงินที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่เอกสารนั้นจัดทำขึ้น
- 3. ชำระผ่านระบบ e-Stamp Duty (ทางเลือกออนไลน์): ยื่นขอเสียอากรแสตมป์อิเล็กทรอนิกส์ผ่าน efiling.rd.go.th ทั้งสำหรับตราสารกระดาษและตราสารอิเล็กทรอนิกส์ ระบบจะคำนวณอากรที่ต้องชำระและออกใบเสร็จรับเงินพร้อมรหัสยืนยันดิจิทัล
ระบบ e-Stamp Duty เปิดให้บริการตั้งแต่ปี 2562 และขยายขอบเขตการรองรับตราสารเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ธุรกิจที่ต้องทำสัญญาจำนวนมากหรือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ควรพิจารณาใช้ช่องทางนี้เพราะสะดวกและมีหลักฐานดิจิทัลที่ตรวจสอบได้ ควรตรวจสอบที่ efiling.rd.go.th ว่าตราสารประเภทใดบ้างที่รองรับ ณ ขณะนั้น
บทลงโทษกรณีไม่เสียอากรหรือเสียอากรล่าช้า
นี่คือจุดที่เจ้าของธุรกิจหลายรายมักมองข้าม บทลงโทษอากรแสตมป์ตามประมวลรัษฎากรมาตรา 113 กำหนดเบี้ยปรับเป็นทวีคูณของอากรที่ต้องชำระ โดยขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ล่าช้า ดังนี้
- ชำระภายในกำหนด: เสียแต่อากรตามปกติ ไม่มีเบี้ยปรับ
- ล่าช้าไม่เกิน 15 วันหลังครบกำหนด: อากร + เบี้ยปรับ 1 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 4 บาท)
- ล่าช้า 15 วันถึง 90 วัน: อากร + เบี้ยปรับ 2 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 4 บาท)
- ล่าช้าเกิน 90 วัน: อากร + เบี้ยปรับ 5 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 10 บาท)
- กรณีเจ้าพนักงานตรวจพบ: อากร + เบี้ยปรับ 6 เท่าของอากร (ขั้นต่ำ 25 บาท) และอาจมีโทษปรับทางอาญาไม่เกิน 500 บาท
แม้ดูเหมือนเบี้ยปรับจะไม่สูงมากในหน่วยบาทสำหรับสัญญาเล็ก ๆ แต่หากสัญญาหลักมูลค่าสูง เช่น สัญญาเช่าพื้นที่เชิงพาณิชย์ระยะยาว หรือสัญญากู้ยืมระหว่างบริษัท เบี้ยปรับ 5–6 เท่าอาจเป็นเงินหลักหมื่นบาทได้ ยิ่งไปกว่านั้น เอกสารที่ไม่ได้เสียอากรจะ ใช้เป็นพยานในศาลไม่ได้ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อธุรกิจในระยะยาว
เคล็ดลับปฏิบัติสำหรับ SME ในการจัดการอากรแสตมป์
การจัดการอากรแสตมป์ให้ถูกต้องไม่ใช่เรื่องซับซ้อน หากวางระบบให้ดีตั้งแต่ต้น ต่อไปนี้คือแนวปฏิบัติที่ใช้ได้จริง
- ตรวจสอบทุกสัญญาก่อนลงนาม: ก่อนที่ผู้มีอำนาจจะลงชื่อในสัญญาหรือเอกสารธุรกิจใด ๆ ให้ตรวจสอบกับบัญชีอัตราอากรแสตมป์ 28 ลักษณะก่อนว่าเข้าข่ายหรือไม่
- กำหนดผู้รับผิดชอบในทีม: มอบหมายให้ฝ่ายบัญชีหรือ Admin เป็นผู้ตรวจสอบและปิดอากรแสตมป์ทุกครั้งที่มีการทำสัญญา เพื่อไม่ให้ตกหล่น
- ใช้ e-Stamp Duty สำหรับสัญญาอิเล็กทรอนิกส์: หากธุรกิจใช้สัญญาดิจิทัล การชำระผ่านระบบ efiling.rd.go.th จะได้รับใบเสร็จและรหัสยืนยันทันที ไม่ต้องพิมพ์แสตมป์ดวง
- เก็บหลักฐานการชำระอย่างเป็นระบบ: บันทึกว่าสัญญาฉบับใดชำระอากรเมื่อใด จำนวนเท่าใด และเก็บสำเนาแสตมป์ดวงหรือใบเสร็จ e-Stamp ไว้คู่กับสัญญา
- ระวังสัญญาต่ออายุ: เมื่อสัญญาเช่าหรือสัญญาบริการต่ออายุ ถือเป็นตราสารใหม่และต้องเสียอากรใหม่อีกครั้งตามมูลค่าสัญญาใหม่
- ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญสำหรับสัญญาซับซ้อน: สัญญาที่มีมูลค่าสูง มีเงื่อนไขพิเศษ หรือเป็นสัญญาข้ามชาติ ควรปรึกษาที่ปรึกษาภาษีเพื่อให้แน่ใจว่าคำนวณอากรและกำหนดผู้มีหน้าที่เสียได้ถูกต้อง
ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยเกี่ยวกับอากรแสตมป์
จากประสบการณ์ที่พบบ่อยในกลุ่ม SME มีความเข้าใจคลาดเคลื่อนหลายประการที่ควรแก้ไข
- "สัญญาจ้างพนักงานประจำต้องติดอากรแสตมป์" — ไม่ถูกต้อง สัญญาจ้างแรงงาน (Employment Contract) ตามกฎหมายแรงงาน ไม่ได้อยู่ในบัญชีอัตราอากรแสตมป์ ที่ต้องเสียอากรคือ "สัญญาจ้างทำของ" (ลักษณะที่ 4) ซึ่งเป็นการจ้างผู้รับเหมาหรือฟรีแลนซ์ให้ทำงานเฉพาะอย่าง
- "ปิดอากรแสตมป์แล้วสัญญาถูกกฎหมายทุกอย่าง" — ไม่ถูกต้อง อากรแสตมป์รับรองเฉพาะด้านภาษีเท่านั้น ความถูกต้องของเนื้อหาสัญญายังต้องเป็นไปตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
- "ไม่ปิดแสตมป์ก็ไม่มีใครรู้" — ความเสี่ยงอยู่ตรงที่เมื่อเกิดข้อพิพาทและต้องนำสัญญาไปใช้ในศาล ผู้พิพากษาจะสังเกตและสัญญาจะใช้เป็นพยานไม่ได้ทันที รวมถึงเมื่อกรมสรรพากรตรวจสอบบัญชีก็อาจพบได้
- "เช่าพื้นที่น้อย ๆ ไม่ต้องปิดแสตมป์" — กฎหมายไม่ได้กำหนดวงเงินขั้นต่ำสำหรับสัญญาเช่าส่วนใหญ่ หากสัญญาเข้าลักษณะตราสารที่กำหนด ต้องเสียอากรโดยไม่คำนึงถึงจำนวนเงิน
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง อากรแสตมป์คืออะไร: สรุปรายการสัญญา อัตรา และขั้นตอนเสียอากรที่ SME ต้องรู้ในปี 2567 ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สัญญาเช่าออฟฟิศต้องติดอากรแสตมป์เท่าไหร่ และใครต้องจ่าย
สัญญาเช่าที่ดิน โรงเรือน หรือสิ่งปลูกสร้าง (ลักษณะที่ 1) เสียอากร 1 บาท ต่อค่าเช่าตลอดอายุสัญญาทุก 1,000 บาท โดยผู้เช่าเป็นผู้มีหน้าที่ปิดอากรแสตมป์ ตัวอย่างเช่น เช่าออฟฟิศ 1 ปี ค่าเช่ารวม 360,000 บาท ต้องปิดอากร 360 บาท หากสัญญาไม่ระบุอายุการเช่า กฎหมายให้ถือว่าสัญญามีกำหนด 3 ปี เพื่อใช้คำนวณ
สัญญากู้ยืมเงินระหว่างบริษัทกับผู้ถือหุ้นต้องเสียอากรแสตมป์ไหม
ต้องเสียอากรแสตมป์ สัญญากู้ยืมเงิน (ลักษณะที่ 5) เสียอากร 1 บาท ต่อวงเงินกู้ทุก 2,000 บาท และมีเพดานสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาท ต่อฉบับ ผู้ให้กู้เป็นผู้มีหน้าที่เสียอากร ซึ่งในกรณีผู้ถือหุ้นให้กู้แก่บริษัท ผู้ถือหุ้นในฐานะผู้ให้กู้ต้องเป็นผู้ปิดอากร ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพิ่มเติมเมื่อโครงสร้างการกู้ยืมมีความซับซ้อน
ถ้าไม่ได้ปิดอากรแสตมป์ตอนทำสัญญา ยังแก้ไขได้ไหม และเสียค่าปรับเท่าไหร่
แก้ไขได้ด้วยการไปเสียอากรพร้อมเบี้ยปรับย้อนหลัง แต่ยิ่งช้าก็ยิ่งแพง หากล่าช้าไม่เกิน 15 วัน เบี้ยปรับ 1 เท่าของอากร; ล่าช้า 15–90 วัน เบี้ยปรับ 2 เท่า; เกิน 90 วัน เบี้ยปรับ 5 เท่า; และหากเจ้าพนักงานตรวจพบก่อน เบี้ยปรับสูงถึง 6 เท่าและอาจมีโทษปรับทางอาญาเพิ่มเติม ระหว่างนั้นสัญญาจะใช้เป็นพยานหลักฐานในศาลไม่ได้จนกว่าจะชำระอากรและเบี้ยปรับครบถ้วน