ก่อนจดทะเบียนธุรกิจ คำถามที่เจ้าของกิจการหลายคนตันอยู่คือ "ควรจด หจก. หรือบริษัทจำกัดดี?" ทั้งสองรูปแบบเป็นนิติบุคคลเหมือนกัน แต่ผลต่อภาษี ความรับผิด ภาพลักษณ์ และงานเอกสารในระยะยาวต่างกันพอสมควร
หจก. และบริษัทจำกัด ต่างกันที่จุดเริ่มต้น
ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) และ บริษัทจำกัด ต่างเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เหมือนกัน แต่กฎหมายที่รองรับและโครงสร้างเจ้าของต่างกันตั้งแต่ต้น
- หจก. ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวดห้างหุ้นส่วน มีหุ้นส่วนอย่างน้อย 2 คน แบ่งเป็น "หุ้นส่วนจำกัดความรับผิด" และ "หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด (หุ้นส่วนผู้จัดการ)"
- บริษัทจำกัด ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวดบริษัทจำกัด ต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 คน (ตามกฎหมายปัจจุบัน) และมีกรรมการเป็นผู้บริหาร
ความแตกต่างนี้ดูเหมือนเรื่องโครงสร้าง แต่ส่งผลถึงภาษี ความเสี่ยง และค่าใช้จ่ายรายปีของธุรกิจโดยตรง
เปรียบเทียบแบบเคียงข้างกัน: ภาพรวม 7 มิติ
ตารางด้านล่างสรุปประเด็นสำคัญที่เจ้าของ SME ต้องตัดสินใจ
| มิติ | หจก. (ห้างหุ้นส่วนจำกัด) | บริษัทจำกัด |
|---|---|---|
| จำนวนเจ้าของขั้นต่ำ | 2 คน (หุ้นส่วน) | 3 คน (ผู้ถือหุ้น) |
| ความรับผิดของเจ้าของ | หุ้นส่วนผู้จัดการรับผิดไม่จำกัด; หุ้นส่วนจำกัดรับผิดเฉพาะส่วนที่ลงทุน | ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดจำกัดตามมูลค่าหุ้น |
| อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคล | เหมือนบริษัทจำกัด (SME ขั้นบันได 0%–15%–20%) | SME ขั้นบันได: ยกเว้น 3 แสนแรก / 15% บาท 300,001–3,000,000 / 20% บาท 3,000,001 ขึ้นไป |
| ภาพลักษณ์ต่อคู่ค้า/ธนาคาร | น้อยกว่า; บางองค์กรกำหนดเฉพาะบริษัทจำกัด | สูงกว่า; เป็นที่ยอมรับโดยทั่วไปสำหรับงาน B2B, ประมูล, ส่งออก |
| ค่าจดทะเบียน (ประมาณ) | ต่ำกว่าเล็กน้อย ขึ้นกับทุนจดทะเบียน | สูงกว่าเล็กน้อย ขึ้นกับทุนจดทะเบียน |
| ขอบเขตงานบัญชี/เอกสาร | ต้องจัดทำงบการเงิน ยื่นสรรพากร เหมือนบริษัทจำกัด | ต้องจัดทำงบการเงิน ยื่นสรรพากร จัดประชุมผู้ถือหุ้นรายปี |
| การแปลงโครงสร้างในอนาคต | แปลงเป็นบริษัทจำกัดได้ แต่มีขั้นตอนและต้นทุน | เพิ่มผู้ถือหุ้น ปรับสัดส่วน หรือรับลงทุนได้ง่ายกว่า |
เรื่องภาษี: หจก. กับบริษัทจำกัดต่างกันจริงไหม
นี่คือข้อที่หลายคนเข้าใจผิดที่สุด ความจริงคือ อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลของ หจก. และบริษัทจำกัดเหมือนกันทุกประการ ทั้งสองใช้อัตราแบบขั้นบันไดสำหรับ SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมต่อรอบบัญชีไม่เกิน 30 ล้านบาท ดังนี้
- กำไรสุทธิ 0–300,000 บาท: ยกเว้นภาษี
- กำไรสุทธิ 300,001–3,000,000 บาท: อัตรา 15%
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: อัตรา 20%
หากทุนจดทะเบียนชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาท หรือรายได้เกิน 30 ล้านบาท จะเสียในอัตราคงที่ 20% ทุกบาท (ข้อมูลอ้างอิงตามประมวลรัษฎากรและมาตรการ SME ที่บังคับใช้ในปี 2568–2569 — แนะนำให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันอีกครั้งหากมีการปรับอัตรา)
ดังนั้น การเลือกระหว่าง หจก. กับบริษัทจำกัด ไม่ได้ทำให้ภาษีนิติบุคคลถูกหรือแพงกว่า — ปัจจัยที่ต่างกันคือความรับผิดและภาพลักษณ์ ไม่ใช่อัตราภาษี
ความรับผิด: จุดที่ต่างกันมากที่สุด
ข้อนี้สำคัญที่สุด และมักถูกมองข้ามก่อนจดทะเบียน
หุ้นส่วนผู้จัดการใน หจก. รับผิดไม่จำกัด
ใน หจก. มีหุ้นส่วน 2 ประเภท คือหุ้นส่วนจำกัดความรับผิด (ลงทุนแล้วรับผิดแค่เงินที่ลงทุน) กับ หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด ซึ่งเป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ บุคคลนี้รับผิดต่อหนี้สินของห้างหุ้นส่วนด้วยทรัพย์สินส่วนตัวทั้งหมด ไม่ว่าจะลงทุนไปเท่าไหร่
ตัวอย่าง: หากห้างหุ้นส่วนมีหนี้กับธนาคาร 2 ล้านบาทแล้วปิดกิจการ หุ้นส่วนผู้จัดการต้องรับผิดชำระด้วยเงินส่วนตัว แม้ลงทุนไปเพียง 200,000 บาทก็ตาม
บริษัทจำกัด: ผู้ถือหุ้นทุกคนรับผิดจำกัด
ในบริษัทจำกัด ผู้ถือหุ้นรับผิดต่อหนี้สินบริษัทสูงสุดเท่ามูลค่าหุ้นที่ตนถือเท่านั้น ทรัพย์สินส่วนตัวได้รับการคุ้มครองโดยหลัก ทำให้โครงสร้างนี้เหมาะกับธุรกิจที่มีความเสี่ยงทางการเงินสูง หรือกิจการที่มีหนี้สิน สัญญา หรือภาระผูกพันกับบุคคลภายนอกมาก
ภาพลักษณ์และการเข้าถึงโอกาสทางธุรกิจ
แม้ภาษีจะเท่ากัน แต่ภาพลักษณ์ในสายตาคู่ค้าไม่เท่ากัน ธุรกิจหลายประเภทที่ต้องการชนะงานประมูล ทำสัญญากับหน่วยงานรัฐ หรือขยายไปตลาดส่งออก จะพบว่าคู่ค้ากำหนดให้ต้องเป็น "บริษัทจำกัด" เท่านั้น
- งานประมูลภาครัฐ: มักกำหนดให้ผู้เสนอราคาต้องเป็นบริษัทจำกัดหรือนิติบุคคลที่ระบุ
- สัญญากับห้างและโมเดิร์นเทรด: ส่วนใหญ่ต้องการบริษัทจำกัด
- การขอสินเชื่อธุรกิจจากธนาคาร: บางธนาคารให้วงเงินสูงกว่าหรือเงื่อนไขดีกว่าสำหรับบริษัทจำกัด
- การรับนักลงทุนในอนาคต: บริษัทจำกัดรองรับได้สะดวกกว่าด้วยระบบหุ้น
ถ้าตอนนี้ทำงานกับลูกค้ารายย่อยและไม่มีแผนขยายใหญ่ในระยะสั้น หจก. ก็ไม่ได้เสียเปรียบอะไร แต่ถ้ากำลังมองธุรกิจที่ต้องการขยาย รับลงทุน หรือเข้าหาคู่ค้ารายใหญ่ บริษัทจำกัดตอบโจทย์กว่าชัดเจน
งานบัญชีและภาระเอกสาร: เท่ากันกว่าที่คิด
เจ้าของกิจการบางคนคิดว่า หจก. ทำบัญชีง่ายกว่าหรือยื่นเอกสารน้อยกว่าบริษัทจำกัด แต่ความเป็นจริงคือ ทั้งสองเป็นนิติบุคคลที่มีภาระเอกสารใกล้เคียงกันมาก
- ต้องจัดทำงบการเงินรายปีและให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ
- ต้องยื่นภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี) ภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี
- ต้องยื่นภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี) ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนของรอบบัญชี
- หากจด VAT ต้องยื่นภ.พ.30 รายเดือนตามกำหนด
- ต้องส่งงบการเงินให้ DBD ภายในกำหนดเวลา
ความแตกต่างเล็กน้อยคือบริษัทจำกัดต้องจัดประชุมผู้ถือหุ้นประจำปีเพื่ออนุมัติงบการเงิน ซึ่งต้องทำรายงานการประชุมและจัดเก็บเอกสาร แต่ในแง่ปริมาณงานรายเดือน ทั้งสองแทบไม่ต่างกัน
หากต้องการทีมช่วยดูแลงานนี้ตั้งแต่ต้น ลองดูรับทำบัญชีรายเดือนของ A Plus Me ที่ครอบคลุมทั้ง หจก. และบริษัทจำกัด
เกณฑ์ตัดสินใจ: เลือก หจก. หรือบริษัทจำกัด?
เลือก หจก. ถ้า...
- มีเจ้าของ 2 คนและไม่ได้วางแผนรับผู้ลงทุนเพิ่ม
- ลูกค้าหรือคู่ค้าไม่ได้กำหนดว่าต้องเป็นบริษัทจำกัด
- ธุรกิจมีความเสี่ยงทางการเงินต่ำ ไม่มีหนี้สินกับบุคคลภายนอกมาก
- ต้องการเริ่มเร็วด้วยต้นทุนจดทะเบียนต่ำกว่าเล็กน้อย
- หุ้นส่วนผู้จัดการเข้าใจและยอมรับความรับผิดไม่จำกัดอย่างชัดเจน
เลือกบริษัทจำกัด ถ้า...
- ต้องการปกป้องทรัพย์สินส่วนตัวของเจ้าของทุกคน
- มีแผนรับนักลงทุน ปรับสัดส่วนหุ้น หรือขายกิจการในอนาคต
- ต้องยื่นประมูลงานภาครัฐ หรือทำสัญญากับองค์กรขนาดใหญ่
- ต้องการภาพลักษณ์ที่เป็นทางการสำหรับการขอสินเชื่อและขยายธุรกิจ
- มีผู้ร่วมทุนและต้องการวางบทบาทกรรมการ ผู้ถือหุ้น และอำนาจลงนามให้ชัดเจน
ค่าใช้จ่ายและขั้นตอนหลังจด: อย่าลืมรายการเหล่านี้
ไม่ว่าจะเลือก หจก. หรือบริษัทจำกัด มีค่าใช้จ่ายและงานที่ต้องทำหลังจดทะเบียนเหมือนกัน ได้แก่
- เปิดบัญชีธนาคารในนามนิติบุคคล
- จัดหาผู้ทำบัญชีที่มีใบอนุญาต (กรณีมีรายได้หรือรายจ่าย)
- พิจารณาจด VAT เมื่อรายได้ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี หรือก่อนหน้านั้นถ้าจำเป็นตามลักษณะธุรกิจ
- วางระบบเก็บเอกสารทางบัญชีตั้งแต่เดือนแรก
- ขึ้นทะเบียนประกันสังคมถ้ามีลูกจ้าง
หากยังไม่แน่ใจว่าโครงสร้างไหนเหมาะกับธุรกิจของคุณ ทีม A Plus Me ช่วยจดทะเบียนบริษัทและแนะนำโครงสร้างที่เหมาะสมตั้งแต่เริ่มต้น พร้อมวางระบบบัญชีและภาษีไปพร้อมกัน ลดความสับสนให้เหลือน้อยที่สุด ติดต่อได้ที่หน้าติดต่อ A Plus Me
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง หจก. vs บริษัทจำกัด เลือกแบบไหนดีสำหรับ SME ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
หจก. เสียภาษีนิติบุคคลน้อยกว่าบริษัทจำกัดไหม
ไม่ต่างกัน หจก. และบริษัทจำกัดใช้อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลเหมือนกันทุกประการ SME ที่มีทุนไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท ได้รับอัตราขั้นบันได คือยกเว้น 3 แสนแรก, 15% สำหรับกำไร 300,001–3,000,000 บาท และ 20% สำหรับส่วนที่เกินกว่านั้น
หุ้นส่วนผู้จัดการใน หจก. รับผิดต่อหนี้บริษัทมากแค่ไหน
หุ้นส่วนผู้จัดการ (หุ้นส่วนไม่จำกัดความรับผิด) รับผิดชอบหนี้สินทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนด้วยทรัพย์สินส่วนตัว ไม่มีเพดาน ต่างจากบริษัทจำกัดที่ผู้ถือหุ้นรับผิดจำกัดเฉพาะมูลค่าหุ้นที่ถือ
หจก. สามารถเปลี่ยนเป็นบริษัทจำกัดได้ไหม
ได้ แต่มีขั้นตอนที่ซับซ้อน เช่น การแปลงสภาพตามกฎหมาย หรือการตั้งบริษัทจำกัดใหม่แล้วโอนธุรกิจ ซึ่งมีต้นทุนทั้งค่าธรรมเนียมและงานด้านภาษี ควรวางแผนโครงสร้างให้ถูกต้องตั้งแต่แรกจะประหยัดกว่า
หจก. และบริษัทจำกัดต้องทำบัญชีและยื่นภาษีเหมือนกันไหม
ใช่ ทั้งสองต้องจัดทำงบการเงินรายปีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน ยื่น ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี และส่งงบให้ DBD บริษัทจำกัดมีขั้นตอนเพิ่มคือประชุมผู้ถือหุ้นประจำปี แต่งานบัญชีรายเดือนใกล้เคียงกันมาก
ถ้ามีคนเดียวควรจด หจก. หรือบริษัทจำกัด
กฎหมายปัจจุบันกำหนดให้ หจก. ต้องมีหุ้นส่วนอย่างน้อย 2 คน และบริษัทจำกัดต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 3 คน หากมีเจ้าของคนเดียวจริงๆ ต้องหาผู้ร่วมลงนามหรือปรึกษาทางเลือกอื่น เช่น กิจการเจ้าของคนเดียว หรือจดในรูปแบบนิติบุคคลโดยให้บุคคลใกล้ชิดถือหุ้นส่วนที่เหลือ
จด หจก. ถูกกว่าบริษัทจำกัดมากไหม
ค่าจดทะเบียนต่างกันไม่มากนัก เนื่องจากคิดตามทุนจดทะเบียน ความต่างที่แท้จริงอยู่ที่ค่าใช้จ่ายระยะยาวจากโครงสร้างความรับผิดและค่าบัญชีรายปี ซึ่งทั้งสองใกล้เคียงกัน