ถ้าบริษัทของคุณมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี กฎหมายภาษีไทยมีสิทธิประโยชน์พิเศษให้ ที่หลายคนยังไม่รู้ว่าตัวเองได้อยู่แล้วโดยไม่ต้องยื่นขอเพิ่มเติม

ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับ SME คืออะไร ทำไมถึงต่างจากบริษัทใหญ่

บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลในไทยต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT — Corporate Income Tax) จากกำไรสุทธิที่คำนวณได้ในแต่ละรอบบัญชี อัตราภาษีมาตรฐานอยู่ที่ 20% ของกำไรสุทธิ แต่กฎหมายเปิดทางให้บริษัทขนาดเล็กที่เข้าเกณฑ์ "SME" ได้ใช้อัตราแบบขั้นบันได (Progressive Rate) ซึ่งมีทั้งส่วนที่ยกเว้น (0%) และอัตราต่ำกว่ามาตรฐาน

แนวคิดเบื้องหลังคือรัฐต้องการลดภาระภาษีให้ธุรกิจขนาดเล็กที่ยังอยู่ในช่วงสร้างฐานรายได้ เพื่อให้มีกำไรเหลือนำไปลงทุนต่อและสร้างการจ้างงาน สิ่งที่ต้องเข้าใจก่อนคือ สิทธิ์นี้ ไม่ต้องยื่นขอพิเศษ — ถ้าคุณเข้าเงื่อนไข ก็ใช้อัตรานี้ได้เลยเมื่อยื่น ภ.ง.ด.50

เกณฑ์ที่ต้องครบ ก่อนจะใช้อัตราภาษีขั้นบันได SME

กฎหมายกำหนดเงื่อนไขไว้ 2 ข้อหลักที่ต้องผ่านพร้อมกัน ขาดข้อใดข้อหนึ่งก็หมดสิทธิ์ใช้อัตรา SME ทันที

  • ทุนจดทะเบียนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • รายได้รวมจากการขายสินค้าและให้บริการในรอบบัญชีนั้น ไม่เกิน 30 ล้านบาท

หมายเหตุสำคัญ: "รายได้รวม" ในที่นี้หมายถึงรายได้จากกิจการ ไม่ใช่กำไรสุทธิ บริษัทที่มียอดขาย 28 ล้านบาทแต่มีต้นทุนสูงจนขาดทุนก็ยังเข้าเกณฑ์ รายได้นี้ยังไม่รวมรายได้อื่นที่ไม่ใช่จากการดำเนินงานหลัก เช่น ดอกเบี้ยรับ หรือกำไรจากการจำหน่ายสินทรัพย์ — แต่ควรตรวจสอบกับนักบัญชีเพื่อความแน่ใจ (ควรขอผู้เชี่ยวชาญยืนยันตัวเลขที่นับรวมในรายได้)

อัตราภาษีขั้นบันได SME ปี 2567–2569 เป็นอย่างไร

สำหรับบริษัทที่เข้าเกณฑ์ทั้งสองข้อข้างต้น กำไรสุทธิจะถูกแบ่งคำนวณภาษีเป็นขั้น ดังนี้ (อ้างอิงจากพระราชกฤษฎีกาและประมวลรัษฎากรที่บังคับใช้ ณ ปี 2569 — กรุณาตรวจสอบอัตราล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือผู้ทำบัญชีอีกครั้ง)

กำไรสุทธิ (บาท) อัตราภาษี หมายเหตุ
0 – 300,000 0% ยกเว้นภาษีทั้งหมด
300,001 – 3,000,000 15% เฉพาะส่วนที่เกิน 3 แสน
เกิน 3,000,000 20% เท่ากับอัตรามาตรฐาน

ตัวอย่างง่าย ๆ: บริษัท A มีกำไรสุทธิ 1,200,000 บาท และเข้าเกณฑ์ SME

  • กำไร 300,000 บาทแรก: เสียภาษี 0 บาท
  • กำไรส่วนที่เหลือ 900,000 บาท: เสียภาษี 15% = 135,000 บาท
  • ภาษีรวมที่จ่ายจริง: 135,000 บาท (อัตราเฉลี่ยแท้จริงแค่ 11.25%)
  • หากใช้อัตรามาตรฐาน 20%: จะต้องจ่าย 240,000 บาท — ประหยัดไปได้ถึง 105,000 บาท

เงื่อนไขเพิ่มเติมที่หลายคนมองข้าม

นอกจากสองเกณฑ์หลัก ยังมีเงื่อนไขย่อยที่ต้องระวัง

กรณีที่ถือหุ้นระหว่างบริษัท (นิติบุคคลถือหุ้นข้ามกัน)

หากบริษัทของคุณมีนิติบุคคลอื่นถือหุ้นอยู่ด้วย หรือคุณไปถือหุ้นในนิติบุคคลอื่น อาจมีเงื่อนไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับ "ผู้ถือหุ้นเป็นบุคคลธรรมดาต้องไม่น้อยกว่า..." ซึ่งแตกต่างกันตามพระราชกฤษฎีกาแต่ละฉบับที่บังคับใช้ ควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจสอบโครงสร้างผู้ถือหุ้นก่อนยื่นแบบทุกปี

รอบบัญชีไม่ครบ 12 เดือน

บริษัทเปิดใหม่ปีแรกที่มีรอบบัญชีไม่เต็ม 12 เดือน ยังสามารถใช้อัตราขั้นบันได SME ได้ แต่เกณฑ์กำไรสุทธิ 300,000 บาทที่ยกเว้นจะถูกปรับตามสัดส่วนเดือนที่มีจริงในรอบบัญชีนั้น

ทุนจดทะเบียนกับทุนที่ชำระแล้ว

หลายคนสับสนระหว่าง "ทุนจดทะเบียน" กับ "ทุนที่ชำระแล้ว" กฎหมายดูจากทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ไม่ใช่ทุนจดทะเบียนตามหนังสือบริคณห์สนธิ เพราะฉะนั้นบริษัทที่จดทุน 10 ล้านบาทแต่ชำระจริงแค่ 4 ล้าน ก็ยังอาจเข้าเกณฑ์ได้ (แต่ต้องตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีด้วยเสมอ)

ใช้สิทธิ์อย่างไร ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้อง

สิทธิประโยชน์นี้ไม่มีขั้นตอนยื่นขอล่วงหน้า แต่ต้องระบุให้ถูกต้องในแบบ ภ.ง.ด.50 ที่ยื่นปีละครั้งภายใน150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี (เช่น รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม ต้องยื่นภายใน 30 พฤษภาคม ของปีถัดไป)

  • ตรวจสอบว่ายอดทุนชำระแล้ว ณ วันสิ้นรอบบัญชีไม่เกิน 5 ล้านบาท
  • รวบรวมรายได้จากการขาย/บริการทั้งรอบบัญชีว่าไม่เกิน 30 ล้านบาท
  • ระบุในแบบ ภ.ง.ด.50 ว่าใช้อัตราขั้นบันไดตามเกณฑ์ SME
  • ทีมบัญชีจะคำนวณภาษีแบ่งเป็นช่วงกำไรตามตารางด้านบน
  • อย่าลืมเรื่องภาษีครึ่งปี ภ.ง.ด.51 ที่ต้องยื่นภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนของรอบบัญชี ซึ่งเป็นการประมาณจ่ายล่วงหน้า

หากไม่แน่ใจว่าบริษัทเข้าเกณฑ์หรือเปล่า แนะนำให้ทีมรับทำบัญชีรายเดือนช่วยตรวจก่อนยื่น เพราะการคำนวณผิดอาจทำให้เสียภาษีขาดหรือเกินได้

สิทธิประโยชน์ภาษีอื่นที่ SME ควรรู้ไว้ควบคู่กัน

นอกจากอัตราขั้นบันได ยังมีมาตรการสนับสนุน SME จากกรมสรรพากรที่เปลี่ยนแปลงตามนโยบายรัฐบาลในแต่ละปี ซึ่งควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีว่าบริษัทเข้าเกณฑ์หรือไม่ในรอบบัญชีนั้น ได้แก่

  • มาตรการหักรายจ่ายเพิ่มขึ้น (Enhanced Deduction) เช่น ค่าฝึกอบรมพนักงาน ค่าจ้างผู้พิการ หักได้เกิน 100% ของรายจ่ายจริง
  • มาตรการยกเว้นภาษีเพิ่มเติม สำหรับการซื้อเครื่องจักรหรือระบบ IT เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งอาจเปลี่ยนแปลงตามพระราชกฤษฎีกาแต่ละปี
  • การยกเว้น VAT สำหรับ SME รายเล็ก ที่รายรับไม่ถึง 1.8 ล้านบาทต่อปี (ดูรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ VAT สำหรับ SME)
  • สิทธิประโยชน์ BOI สำหรับธุรกิจที่อยู่ในหมวดที่ส่งเสริมการลงทุน เช่น เทคโนโลยี เกษตร หรืออุตสาหกรรมเป้าหมาย — ซึ่งให้สิทธิ์ยกเว้นภาษีนิติบุคคลสูงกว่าอัตราขั้นบันได SME มาก

ความผิดพลาดที่เจ้าของ SME มักเจอเรื่องภาษีขั้นบันได

จากประสบการณ์ดูแลลูกค้า SME พบปัญหาซ้ำ ๆ หลายจุด

เพิ่มทุนแล้วหลุดเกณฑ์โดยไม่ตั้งใจ

บางบริษัทเพิ่มทุนจดทะเบียนเพื่อขอสินเชื่อหรือทำสัญญาราชการ แต่ลืมคิดว่าถ้าชำระทุนเกิน 5 ล้านบาทก็จะหมดสิทธิ์อัตราขั้นบันได SME ในรอบบัญชีนั้น ก่อนเพิ่มทุนควรให้นักบัญชีคำนวณผลกระทบด้านภาษีก่อนเสมอ โดยเฉพาะหากกำไรสุทธิใกล้เพดาน 3 ล้านบาท

รายได้ทะลุ 30 ล้านโดยไม่รู้ตัว

ธุรกิจที่เติบโตเร็วอาจมียอดขายพุ่งข้ามเกณฑ์ 30 ล้านบาทกลางปี บางครั้งเจ้าของเพิ่งรู้ตอนปิดงบ ส่งผลให้ต้องคำนวณภาษีด้วยอัตรา 20% ทั้งหมด แทนที่จะเป็นขั้นบันได ควรให้ทีมบัญชีติดตามยอดรายได้สะสมรายไตรมาส เพื่อวางแผนล่วงหน้าได้ทัน

นับรายได้ผิด หรือคำนวณกำไรสุทธิผิดเกณฑ์

กำไร "ทางบัญชี" กับกำไร "ทางภาษี" ต่างกัน เพราะมีรายจ่ายบางรายการที่บัญชียอมให้บันทึก แต่ภาษีไม่ยอมให้หักเป็นรายจ่ายที่ลงได้ เช่น ค่าเสื่อมราคาส่วนที่เกินเพดาน หรือค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่บันทึกผ่านบริษัท สิ่งเหล่านี้ทำให้กำไรสุทธิทางภาษีสูงกว่ากำไรทางบัญชี ซึ่งผิดจากที่เจ้าของคาดไว้ หากอยากเข้าใจเรื่องนี้ลึกขึ้น แนะนำอ่านบทความ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี เพื่อวางระบบเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น

วางแผนภาษีให้ถูกทิศ ไม่ใช่แค่ยื่นให้ทัน

สิทธิ์อัตราขั้นบันได SME เป็นแค่จุดเริ่มต้น การวางแผนภาษีที่ดีกว่านั้นคือการจัดโครงสร้างรายได้ ค่าใช้จ่าย และทุนให้สอดคล้องกับเกณฑ์ตลอดทั้งปี ไม่ใช่รอปิดงบแล้วค่อยมาคิด ตัวอย่างเช่น

  • ถ้าคาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะอยู่ที่ 2.5 ล้านบาท อาจพิจารณาลงทุนในสินทรัพย์ที่หักค่าเสื่อมได้ เพื่อดึงกำไรลงมาในช่วงที่เสียภาษี 15% แทนที่จะข้ามไป 20%
  • ถ้ายอดขายใกล้ทะลุ 30 ล้าน อาจต้องคุยกับนักบัญชีว่ามีทางจัดโครงสร้างธุรกิจอย่างไรให้ยังอยู่ในเกณฑ์ SME อย่างถูกกฎหมาย
  • ถ้ากำลังจดทะเบียนบริษัทใหม่ ควรตั้งทุนจดทะเบียนให้พอดีกับความต้องการจริง ไม่ตั้งสูงเกินจำเป็น เพราะจะกระทบสิทธิ์ภาษีโดยตรง

สรุป: SME ไทยได้สิทธิ์ดีมาก แต่ต้องรู้เงื่อนไขให้ครบ

อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลแบบขั้นบันไดสำหรับ SME เป็นสิทธิประโยชน์ที่กฎหมายไทยให้มาตั้งนานแล้ว และยังคงมีผลบังคับใช้ในปี 2569 สำหรับบริษัทที่เข้าเกณฑ์ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้รวมไม่เกิน 30 ล้านบาท ความแตกต่างของภาษีที่จ่ายจริงเทียบกับอัตรามาตรฐาน 20% อาจสูงถึงหลักแสนบาทต่อปี

ทีมงาน A Plus Me พร้อมช่วยตรวจสอบว่าบริษัทของคุณเข้าเกณฑ์ไหม คำนวณภาษีให้ถูกต้อง และช่วยวางแผนภาษีให้ใช้สิทธิ์ได้เต็มที่ตลอดทั้งปี ไม่ใช่แค่ยื่นแบบทัน แต่ยื่นอย่างถูกต้องและประหยัดที่สุด ติดต่อทีมได้ที่ ติดต่อ A Plus Me

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง สิทธิประโยชน์ภาษี SME อัตราภาษีนิติบุคคลแบบขั้นบันได ใครได้บ้าง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริษัทที่มีทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาทพอดี ได้ใช้อัตราภาษี SME ขั้นบันไดไหม

ได้ เพราะเกณฑ์คือ "ไม่เกิน 5 ล้านบาท" แต่ต้องดูที่ทุนที่ชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ไม่ใช่ทุนจดทะเบียนตามที่ระบุในหนังสือบริคณห์สนธิ และรายได้รวมต้องไม่เกิน 30 ล้านบาทด้วย

ยอดขาย 28 ล้านบาท แต่ขาดทุน ยังได้สิทธิ์อัตราขั้นบันได SME อยู่ไหม

ได้ เพราะเกณฑ์ 30 ล้านดูที่รายได้รวม ไม่ใช่กำไร ถ้ารายได้ไม่เกิน 30 ล้านและทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้าน บริษัทเข้าเกณฑ์ SME แต่ถ้าขาดทุนอยู่แล้ว ก็ไม่มีกำไรสุทธิให้คำนวณภาษีอยู่ดี

ต้องยื่นขอสิทธิ์ภาษีขั้นบันไดพิเศษหรือเปล่า หรือได้อัตโนมัติ

ได้อัตโนมัติ ไม่ต้องยื่นขอแยก แค่คำนวณและระบุในแบบ ภ.ง.ด.50 ให้ถูกต้องว่าบริษัทเข้าเกณฑ์ SME ทีมบัญชีจะคำนวณภาษีตามอัตราขั้นบันไดให้เอง

ถ้าเพิ่มทุนกลางปีจนเกิน 5 ล้าน จะหมดสิทธิ์ SME ในปีนั้นเลยไหม

ใช่ เพราะกฎหมายดูทุนชำระแล้ว ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี ถ้าชำระทุนไปแล้วเกิน 5 ล้านบาท แม้เพิ่งเพิ่มกลางปี ก็จะหมดสิทธิ์ใช้อัตราขั้นบันไดในรอบบัญชีนั้น ควรปรึกษานักบัญชีก่อนตัดสินใจเพิ่มทุน

กำไรสุทธิ 3 ล้านบาทพอดี เสียภาษีเท่าไหร่ถ้าเข้าเกณฑ์ SME

กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้น (0 บาท) ส่วนที่เหลืออีก 2,700,000 บาท เสีย 15% = 405,000 บาท รวมภาษีทั้งสิ้น 405,000 บาท เทียบกับอัตรา 20% ที่จะต้องจ่าย 600,000 บาท — ประหยัดได้ 195,000 บาทต่อปี

หจก. ได้สิทธิ์อัตราภาษีขั้นบันได SME ด้วยไหม

ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล (หจก.) ก็ได้รับสิทธิ์เช่นเดียวกับบริษัทจำกัด ถ้าเข้าเงื่อนไขทุนและรายได้ครบ แต่อัตราภาษีและเงื่อนไขของ หจก. อาจมีความแตกต่างเล็กน้อยในบางส่วน ควรตรวจสอบกับผู้ทำบัญชีให้ชัดเจน