ก่อนเซ็นสัญญาจ้างสำนักงานบัญชี คำถามแรกที่ควรถามคือ "เขาทำอะไรให้บ้าง?" เพราะขอบเขตงานของแต่ละที่ไม่เหมือนกัน และถ้าเข้าใจผิดตั้งแต่ต้น ปัญหาจะตามมาตอนงานติดขัดกลางปี
สำนักงานบัญชีทำอะไรให้บ้าง — ภาพรวมก่อนเข้าเรื่อง
หลายคนนึกถึงสำนักงานบัญชีว่าเป็น "คนทำบัญชีและยื่นภาษี" เท่านั้น แต่จริง ๆ แล้วขอบเขตงานครอบคลุมกว้างกว่านั้นมาก ตั้งแต่การบันทึกรายการทางบัญชีรายเดือน การจัดทำรายงานภาษีหลายประเภท การปิดงบการเงินประจำปี ไปจนถึงการให้คำปรึกษาเรื่องโครงสร้างภาษีและการวางแผนทางการเงิน
สิ่งที่สำคัญกว่าคือ ไม่ใช่ทุกสำนักงานบัญชีที่ให้บริการครบทุกด้าน บางแห่งเน้นทำบัญชีรายเดือนอย่างเดียว บางแห่งมีบริการวางแผนภาษีด้วย บางแห่งรับจดทะเบียนด้วย ดังนั้นก่อนจ้างควรทำความเข้าใจขอบเขตงานให้ชัดก่อน
งานหลัก 5 ด้านที่สำนักงานบัญชีมักให้บริการ
1. บัญชีรายเดือน (Monthly Bookkeeping)
งานหัวใจของสำนักงานบัญชีคือการบันทึกรายการบัญชีจากเอกสารที่ธุรกิจส่งมา ไม่ว่าจะเป็นใบกำกับภาษี ใบเสร็จ สลิปโอนเงิน รายการบัญชีธนาคาร และเอกสารค่าใช้จ่ายต่าง ๆ โดยนักบัญชีจะบันทึกลงในระบบบัญชีและจัดทำสมุดรายวัน บัญชีแยกประเภท และงบทดลองทุกเดือน
ปลายทางของงานรายเดือนคือ รายงานกำไรขาดทุนเบื้องต้น และ งบดุลชั่วคราว ที่เจ้าของธุรกิจสามารถใช้ติดตามสถานะของกิจการได้ สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ รับทำบัญชีรายเดือน
2. งานภาษีรายเดือนและรายปี
สำนักงานบัญชีจะจัดทำและยื่นแบบภาษีให้ตามปฏิทินภาษีของกรมสรรพากร ซึ่งมีหลายแบบที่ต้องติดตาม ได้แก่:
- ภ.พ.30 — แบบแสดงรายการภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ยื่นทุกเดือน ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 กรณียื่นออนไลน์)
- ภ.ง.ด.1 — ภาษีหัก ณ ที่จ่ายพนักงาน ยื่นทุกเดือน
- ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53 — ภาษีหัก ณ ที่จ่ายบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ยื่นทุกเดือน
- ภ.ง.ด.51 — ภาษีเงินได้นิติบุคคลครึ่งปี ยื่นภายใน 2 เดือนหลังครึ่งรอบบัญชี
- ภ.ง.ด.50 — ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ยื่นภายใน 150 วันหลังวันสิ้นรอบบัญชี
สำนักงานบัญชีที่ดีจะดูแลให้ครบทุกแบบและแจ้งเตือนก่อนกำหนด ป้องกันไม่ให้ธุรกิจโดนค่าปรับจากการยื่นล่าช้า
3. ปิดงบการเงินประจำปีและจัดส่ง DBD
ทุกนิติบุคคลต้องจัดทำงบการเงินประจำปีและส่งให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ภายในกำหนดเวลา สำนักงานบัญชีจะรวบรวมข้อมูลทั้งปีมาปิดยอด ตรวจสอบความถูกต้อง จัดทำงบการเงินฉบับสมบูรณ์ และประสานงานกับผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เพื่อตรวจสอบและรับรองงบ ก่อนยื่นต่อ DBD
งบการเงินที่ได้จะประกอบด้วย งบแสดงฐานะการเงิน (งบดุล) งบกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จ งบแสดงการเปลี่ยนแปลงส่วนของผู้ถือหุ้น และงบกระแสเงินสด
4. จดทะเบียนนิติบุคคลและงานแก้ไขทะเบียน
สำนักงานบัญชีหลายแห่งให้บริการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) รวมถึงงานแก้ไขทะเบียน เช่น เปลี่ยนกรรมการ เปลี่ยนที่ตั้ง เพิ่มทุน หรือเปลี่ยนวัตถุประสงค์ นอกจากนี้ยังรวมถึงการจดทะเบียน VAT กับกรมสรรพากร และการจดทะเบียนประกันสังคมกับสำนักงานประกันสังคม ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ จดทะเบียนบริษัท
5. ที่ปรึกษาภาษีและวางแผนทางธุรกิจ
สำนักงานบัญชีบางแห่งมีบริการที่ปรึกษาภาษี เช่น วางแผนเงินเดือนกรรมการ วิเคราะห์ผลดีผลเสียระหว่างการรับเงินเดือนกับปันผล ตรวจสอบรายจ่ายที่หักได้ทางภาษี หรือวางแผนก่อนสิ้นปี บริการส่วนนี้อาจรวมอยู่ในแพ็กเกจหรือคิดแยกต่างหาก ขึ้นอยู่กับสำนักงาน สามารถดูรายละเอียดได้ที่ วางแผนภาษี
เปรียบเทียบ: งานที่มักรวมอยู่ vs งานที่มักคิดเพิ่ม
เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดระหว่างลูกค้าและสำนักงานบัญชี ขอสรุปให้เห็นภาพชัดขึ้น:
| งานที่มักรวมอยู่ในแพ็กเกจ | งานที่มักคิดเพิ่มหรือไม่ครอบคลุม |
|---|---|
| บันทึกบัญชีรายเดือน | เคลียร์บัญชีค้างย้อนหลัง |
| ยื่น ภ.พ.30 / ภ.ง.ด.1 / 3 / 53 | ต่อสู้คดีกับสรรพากร |
| ปิดงบการเงินประจำปี | การตรวจสอบบัญชีโดย CPA (มักคิดแยก) |
| ยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 | วางแผนภาษีเชิงกลยุทธ์เฉพาะราย |
| ยื่นงบต่อ DBD | งานบัญชีต้นทุนสินค้าและสต๊อกซับซ้อน |
| ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) | จัดทำรายงาน management account พิเศษ |
ก่อนเซ็นสัญญา ควรอ่านเอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี และตกลงขอบเขตงานให้ชัดในสัญญา
เอกสารที่ต้องส่งให้สำนักงานบัญชีทุกเดือน
สำนักงานบัญชีจะทำงานได้ดีแค่ไหน ขึ้นอยู่กับคุณภาพและความครบถ้วนของเอกสารที่ลูกค้าส่งมา เจ้าของธุรกิจที่ส่งเอกสารครบและตรงเวลาจะได้งานที่รวดเร็วและแม่นยำกว่า เอกสารที่ต้องเตรียมทุกเดือนโดยทั่วไปได้แก่:
- ใบกำกับภาษีขาย — ทุกใบที่ออกให้ลูกค้าในเดือนนั้น
- ใบกำกับภาษีซื้อ / ใบเสร็จค่าใช้จ่าย — ค่าซื้อสินค้า ค่าบริการ ค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่า ฯลฯ
- Statement ธนาคาร — ทุกบัญชีของบริษัท
- สลิปโอนเงิน / รายการรับชำระ — จากลูกค้าหรือแพลตฟอร์มออนไลน์
- รายการเงินเดือนและประกันสังคม — ถ้ามีพนักงาน
- เอกสารค่าใช้จ่ายอื่น ๆ — ที่เจ้าของสำรองจ่ายในนามบริษัท
สำนักงานบัญชีไม่ได้ทำอะไรบ้าง? สิ่งที่หลายคนเข้าใจผิด
มีความเข้าใจผิดบางประการที่เจ้าของธุรกิจมักมีเกี่ยวกับสำนักงานบัญชี:
- สำนักงานบัญชีไม่ได้ช่วยหาเงินกู้ให้ แต่ช่วยจัดทำงบการเงินและเอกสารที่ธนาคารต้องการเพื่อประกอบการขอสินเชื่อ
- ไม่ได้วางระบบ ERP หรือ IT แต่อาจแนะนำโปรแกรมบัญชีที่เหมาะสมกับธุรกิจ
- ไม่ได้รับผิดชอบหากเจ้าของส่งเอกสารไม่ครบหรือส่งช้า ผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ได้รับ
- ไม่ได้รับประกันว่าจะไม่ถูกสรรพากรตรวจ แต่ทำให้เอกสารและตัวเลขถูกต้องตามกฎหมาย ลดความเสี่ยงได้มาก
- สำนักงานบัญชีไม่ใช่ที่ปรึกษากฎหมาย สำหรับปัญหากฎหมายแรงงานหรือสัญญาพิพาท ต้องใช้ทนายความ
เช็กลิสต์ก่อนจ้างสำนักงานบัญชี
เมื่อพอจะรู้แล้วว่าสำนักงานบัญชีทำอะไรได้บ้าง ขั้นตอนต่อไปคือการเลือกให้ถูก ลองใช้เช็กลิสต์นี้ก่อนตัดสินใจ:
- ขอบเขตงานที่ระบุในสัญญาครอบคลุมภาษีที่ธุรกิจต้องยื่นทุกประเภทหรือไม่
- สำนักงานบัญชีมีผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือไม่ (ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543)
- มีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) เป็นพันธมิตรหรือไม่ สำหรับการรับรองงบการเงิน
- ช่องทางการส่งเอกสารสะดวกและมีระบบรับ-ส่งงานที่ชัดเจนหรือไม่
- มีแจ้งเตือนกำหนดส่งเอกสารและกำหนดยื่นแบบภาษีหรือไม่
- กรณีมีปัญหาหรือข้อสงสัยด้านภาษี มีคนรับสายหรือตอบได้ทันทีหรือไม่
- ราคาและสิ่งที่รวมอยู่ในแพ็กเกจโปร่งใส ไม่มีค่าธรรมเนียมแอบแฝงหรือไม่
หากต้องการประเมินความเสี่ยงด้านภาษีของธุรกิจก่อนจ้างสำนักงานบัญชี ลองใช้เครื่องมือ ประเมินความเสี่ยงภาษี ของเราได้เลย
อัตราภาษีที่สำนักงานบัญชีต้องรู้จักสำหรับ SME
เพื่อให้เจ้าของธุรกิจมีฐานความรู้เบื้องต้น สรุปตัวเลขสำคัญที่สำนักงานบัญชีมืออาชีพต้องจัดการให้ถูกต้อง:
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) — อัตราปัจจุบัน 7% สำหรับธุรกิจที่มีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีต้องจด VAT
- ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) สำหรับ SME — กำไรสุทธิ 0–300,000 บาท ได้รับยกเว้น, 300,001–3,000,000 บาท เสีย 15%, มากกว่า 3,000,000 บาท เสีย 20% (เงื่อนไข: ทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาท)
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย — อัตราแตกต่างกันตามประเภทการจ่ายเงิน เช่น ค่าบริการ 3%, ค่าเช่า 5%, ค่าจ้างทำของ 3%
หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นข้อมูลทั่วไป ณ ปี 2567-2568 ควรยืนยันกับผู้เชี่ยวชาญก่อนวางแผนภาษี
A Plus Me ช่วยอะไรได้บ้าง
ที่ A Plus Me เราให้บริการครอบคลุมทั้งห้าด้านที่กล่าวถึงในบทความนี้ ตั้งแต่การรับทำบัญชีรายเดือน ยื่นภาษีตามกำหนด ปิดงบการเงินประจำปี ไปจนถึงวางแผนภาษีเพื่อประหยัดภาษีอย่างถูกกฎหมาย ทีมของเราพร้อมอธิบายขอบเขตงานและตอบทุกคำถามก่อนตัดสินใจจ้าง เพราะเราเชื่อว่าความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างสำนักงานบัญชีกับเจ้าของธุรกิจต้องเริ่มจากความเข้าใจตรงกันตั้งแต่ต้น ติดต่อ A Plus Me เพื่อขอใบเสนอราคาและรายละเอียดได้เลย
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง สำนักงานบัญชีทำอะไรให้บ้าง? ขอบเขตงานที่ควรรู้ก่อนจ้าง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
สำนักงานบัญชีทำอะไรให้บ้าง?
สำนักงานบัญชีให้บริการหลัก ได้แก่ บันทึกบัญชีรายเดือน ยื่นแบบภาษีรายเดือน (ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, 3, 53) ปิดงบการเงินประจำปี ยื่น ภ.ง.ด.50 และ 51 รวมถึงประสานงานกับผู้สอบบัญชีเพื่อส่งงบต่อ DBD บางแห่งยังให้บริการจดทะเบียนบริษัทและวางแผนภาษีด้วย
ก่อนจ้างสำนักงานบัญชีต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง?
เอกสารสำคัญที่ต้องส่งทุกเดือนได้แก่ ใบกำกับภาษีขาย ใบกำกับภาษีซื้อหรือใบเสร็จค่าใช้จ่าย Statement ธนาคารทุกบัญชี สลิปโอนเงิน รายการเงินเดือนและประกันสังคม (ถ้ามีพนักงาน) และเอกสารค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่เจ้าของสำรองจ่ายในนามบริษัท
สำนักงานบัญชีกับนักบัญชีประจำแตกต่างกันอย่างไร?
นักบัญชีประจำเป็นพนักงานของบริษัทที่ทำงานเต็มเวลา มีต้นทุนสูงกว่าเพราะต้องจ่ายเงินเดือน สวัสดิการ และประกันสังคม ในขณะที่สำนักงานบัญชีเป็นบริการภายนอก (Outsource) ที่จ่ายตามขอบเขตงานที่ตกลง เหมาะกับ SME ที่ยังไม่มีปริมาณงานมากพอจะจ้างนักบัญชีประจำคุ้มทุน
สำนักงานบัญชีต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างตามกฎหมายไทย?
ผู้ทำบัญชีต้องมีคุณสมบัติตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 และต้องขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ส่วนการลงลายมือชื่อรับรองงบการเงินต้องทำโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่ได้รับอนุญาตจากสภาวิชาชีพบัญชีเท่านั้น
สำนักงานบัญชีรับผิดชอบถ้าบริษัทโดนสรรพากรตรวจและถูกประเมินภาษีเพิ่มไหม?
ขึ้นอยู่กับสาเหตุ ถ้าเกิดจากความผิดพลาดของสำนักงานบัญชีในการบันทึกหรือยื่นแบบ สำนักงานบัญชีอาจรับผิดชอบตามที่ระบุในสัญญา แต่ถ้าเกิดจากเอกสารที่ลูกค้าส่งมาไม่ครบ ไม่ถูกต้อง หรือซ่อนข้อมูล ความรับผิดชอบจะตกที่เจ้าของธุรกิจ จึงสำคัญมากที่ต้องระบุความรับผิดชอบในสัญญาให้ชัดเจน
ค่าบริการสำนักงานบัญชีประมาณเท่าไหร่ต่อเดือน?
ค่าบริการขึ้นอยู่กับปริมาณเอกสาร ประเภทธุรกิจ การจด VAT หรือไม่ และจำนวนแบบภาษีที่ต้องยื่น โดยทั่วไปธุรกิจบริการขนาดเล็กที่ไม่จด VAT เริ่มต้นต่ำกว่าธุรกิจซื้อมาขายไปที่มีสต๊อกและจด VAT ควรขอใบเสนอราคาจากสำนักงานบัญชีพร้อมระบุปริมาณเอกสารจริงเพื่อได้ราคาที่แม่นยำ