รายจ่ายที่จ่ายไปจริงทุกบาท ไม่ได้แปลว่านำมาหักภาษีนิติบุคคลได้เสมอไป — รู้ความต่างระหว่าง "รายจ่ายที่ลงบัญชีได้" กับ "รายจ่ายต้องห้าม" จะช่วยให้วางแผนภาษีได้อย่างถูกต้องและไม่มีเซอร์ไพรส์ตอนปิดงบ
รายจ่ายต้องห้ามคืออะไร — อธิบายให้ชัดก่อนเลย
เวลาพูดถึง "รายจ่ายต้องห้าม" ในภาษาภาษี หมายความว่า รายจ่ายที่บริษัทจ่ายไปจริง แต่กฎหมายภาษีไม่ยอมให้นำมาหักออกจากกำไรทางภาษี พูดง่าย ๆ คือบันทึกบัญชีได้ แต่ตอนคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) ต้องนำยอดนั้น "บวกกลับ" เข้าไปในกำไรก่อน
ตัวอย่างเช่น บริษัทจ่ายค่าปรับจราจรของรถที่ใช้ในชื่อบริษัท นักบัญชีอาจบันทึกในสมุดรายวันได้ แต่ตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ต้องบวกกลับตัวเลขนี้ ทำให้กำไรสุทธิทางภาษีสูงขึ้นและจ่ายภาษีมากขึ้น
รายจ่ายต้องห้ามส่วนใหญ่อยู่ใน มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งมีรายการอยู่หลายข้อ บทความนี้จะหยิบที่เจ้าของ SME เจอบ่อยที่สุดมาอธิบายให้เข้าใจ
รายจ่ายที่ลงบัญชีได้ทางภาษี — หลักเกณฑ์ 4 ข้อ
ก่อนจะรู้ว่ารายการใดเป็น "รายจ่ายต้องห้าม" ต้องเข้าใจก่อนว่าหลักเกณฑ์ของ "รายจ่ายที่ลงได้" มีอะไรบ้าง กรมสรรพากรถือว่ารายจ่ายจะหักได้ทางภาษีต้องผ่านหลักเกณฑ์ดังนี้
- เกิดขึ้นจริง — ต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินที่ตรวจสอบได้ เช่น สลิปโอน รายการเดินบัญชี หรือใบเสร็จ
- เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ — จ่ายไปเพื่อสร้างรายได้หรือดำเนินธุรกิจ ไม่ใช่รายจ่ายส่วนตัว
- ไม่ต้องห้ามตามกฎหมาย — ไม่เข้าข่ายมาตรา 65 ตรี หรือกฎหมายอื่นที่ห้ามหักโดยเฉพาะ
- มีเอกสารประกอบครบถ้วน — ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ สัญญา หรือเอกสารอื่นที่แสดงว่ามีธุรกรรมจริง
ถ้ารายจ่ายผ่านทั้ง 4 ข้อ ก็นำมาหักจากรายได้ได้เลยในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี หากขาดข้อใดข้อหนึ่ง ก็อาจต้องบวกกลับบางส่วนหรือทั้งหมด
ตารางเปรียบเทียบ: รายจ่ายลงได้ vs รายจ่ายต้องห้าม ที่เจอบ่อย
| ประเภทรายจ่าย | สถานะทางภาษี | เงื่อนไขสำคัญ |
|---|---|---|
| เงินเดือน / โบนัสพนักงาน | ลงได้ | ต้องหัก ณ ที่จ่ายและนำส่งสรรพากรถูกต้อง |
| ค่าเช่าสำนักงาน | ลงได้ | ต้องมีสัญญาเช่าและหักภาษี ณ ที่จ่าย 5% |
| ค่าซื้อสินค้าเพื่อขาย | ลงได้ | ต้องมีใบกำกับภาษีหรือใบเสร็จชื่อบริษัท |
| ค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ | ลงได้ | คำนวณตามเกณฑ์กรมสรรพากร ไม่ใช่ตามบัญชีอย่างเดียว |
| ค่ารับรองลูกค้า | ลงได้บางส่วน | หักได้ไม่เกิน 0.3% ของรายได้ สูงสุด 10 ล้านบาท |
| ค่าปรับ / ค่าปรับอาญา | ต้องห้าม | ห้ามหักทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับจราจร ค่าปรับสรรพากร หรืออื่น ๆ |
| ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของเจ้าของ | ต้องห้าม | ซื้อของส่วนตัว ท่องเที่ยว ค่าเสื้อผ้า ฯลฯ ที่ปะปนมา |
| เงินบริจาคที่ไม่มีหลักฐาน | ต้องห้าม | ต้องบริจาคผ่านองค์กรที่ได้รับการยกเว้นและมีใบเสร็จ |
| รายจ่ายไม่มีใบเสร็จ/เอกสาร | ต้องห้าม | ขาดหลักฐานรองรับ สรรพากรไม่ยอมรับ |
| ดอกเบี้ยเงินกู้ยืมกรรมการที่ไม่มีสัญญา | ต้องห้าม | ต้องมีสัญญากู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผล |
รายจ่ายต้องห้ามที่เจ้าของ SME เจอบ่อยและมักเข้าใจผิด
1. ค่าปรับทุกประเภท
ไม่ว่าจะเป็นค่าปรับจราจร ค่าปรับจากสรรพากร ค่าปรับผิดสัญญา หรือค่าปรับจากหน่วยงานรัฐอื่น — ห้ามนำมาหักเป็นรายจ่ายทั้งหมด เพราะกฎหมายถือว่าการปรับเป็นบทลงโทษ ไม่ใช่ต้นทุนธุรกิจ
2. รายจ่ายส่วนตัวที่ปะปนมากับบริษัท
เจ้าของหลายคนใช้บัตรบริษัทจ่ายค่าอาหาร ของใช้ส่วนตัว หรือท่องเที่ยวครอบครัว แล้วมีใบเสร็จชื่อบริษัท แต่ถ้าสรรพากรตรวจพบว่าไม่เกี่ยวกับธุรกิจ ก็จะถูกบวกกลับพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ส่งผลให้ต้องเสียภาษีย้อนหลังได้
3. ค่ารับรองลูกค้าเกินเพดาน
ค่ารับรองลูกค้า เช่น ค่าอาหารเลี้ยงลูกค้า ของขวัญ หรือค่าบันเทิง — นำมาหักได้ แต่มีเพดาน คือ ไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนที่ชำระแล้ว แล้วแต่ตัวเลขใดจะสูงกว่า แต่สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี ส่วนที่เกินกว่านั้นเป็นรายจ่ายต้องห้าม
นอกจากนี้ยังต้องมีหลักฐานที่ระบุว่าเลี้ยงใคร ที่ไหน วันที่เท่าไหร่ และจ่ายด้วยบัตรหรือโอนที่ตามรอยได้
4. เงินสำรองและประมาณการที่ไม่มีกฎหมายรองรับ
บางบริษัทตั้งเงินสำรองหนี้สูญหรือเผื่อสินค้าเสียหายในบัญชีก่อน แต่ทางภาษีจะยอมรับเงินสำรองเฉพาะที่กฎหมายระบุไว้ เช่น หนี้สูญที่ทำตามขั้นตอนครบถ้วนตามประกาศกรมสรรพากร ถ้าตั้งพร่ำเพรื่อโดยไม่มีเหตุรองรับ จะถูกบวกกลับทั้งหมด
5. รายจ่ายที่จ่ายให้บุคคลไม่มีตัวตน
ถ้าบันทึกค่าบริการหรือค่าจ้างให้ "บุคคล" ที่ไม่มีตัวตนจริง หรือไม่มีหลักฐานว่าใครรับเงิน สรรพากรจะปฏิเสธรายจ่ายนั้นทันที นอกจากนี้ยังอาจถูกประเมินภาษีในฐาน "ผู้จ่ายไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย" ด้วย
กรณีพิเศษที่ต้องระวัง: รายจ่ายลงได้แต่มีเพดานหรือเงื่อนไข
นอกจากรายจ่ายต้องห้ามอย่างสมบูรณ์ ยังมีรายจ่ายบางประเภทที่ "ลงได้บางส่วน" ตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด เจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจให้ชัดว่าแตกต่างกันอย่างไร
- ค่าซ่อมแซมสินทรัพย์ถาวร: ค่าซ่อมเพื่อรักษาสภาพเดิมลงได้เต็ม แต่ถ้าเป็นการต่อเติมให้สินทรัพย์ดีขึ้น ต้องรวมเป็นมูลค่าสินทรัพย์และคิดค่าเสื่อมแทน
- ค่าเสื่อมราคาอาคาร: ทางภาษีกำหนดอัตราขั้นต่ำไว้ที่ 5% ต่อปี (สูงสุด 20 ปี) แม้ทางบัญชีจะใช้อัตราอื่นก็ตาม
- ดอกเบี้ยเงินกู้จากกรรมการ: ลงได้ แต่ต้องมีสัญญากู้ยืมที่ถูกต้องและอัตราดอกเบี้ยไม่สูงเกินราคาตลาด
- ค่าเดินทางและที่พักกรรมการ: ลงได้ถ้ามีหลักฐานว่าเดินทางเพื่อธุรกิจจริง แต่ถ้าพา "ครอบครัว" ไปด้วย ส่วนของครอบครัวเป็นรายจ่ายต้องห้าม
- ค่าเบี้ยประกันชีวิตกรรมการ: ถ้าบริษัทเป็นผู้รับผลประโยชน์ ลงได้ แต่ถ้ากรรมการหรือทายาทเป็นผู้รับผลประโยชน์ เป็นรายจ่ายต้องห้าม
การบวกกลับรายจ่ายต้องห้าม — ทำงานอย่างไรในทางปฏิบัติ
เมื่อถึงเวลายื่นแบบ ภ.ง.ด.50 (ภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ยื่นภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี) บริษัทต้องทำการ "กระทบยอด" ระหว่างกำไรทางบัญชีและกำไรทางภาษี ดังนี้
- เริ่มจากกำไร (ขาดทุน) สุทธิตามงบการเงิน
- บวกกลับ รายจ่ายต้องห้ามทั้งหมดที่บันทึกไว้ในบัญชี
- หัก รายได้ที่ได้รับยกเว้นภาษี (ถ้ามี)
- ผลลัพธ์คือ "กำไรสุทธิทางภาษี" ซึ่งนำไปคำนวณภาษีตามอัตราที่กำหนด
สำหรับ SME ที่มีรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี อัตราภาษีนิติบุคคลแบบขั้นบันได คือ ยกเว้นภาษีสำหรับกำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก, 15% สำหรับกำไรส่วน 300,001–3,000,000 บาท และ 20% สำหรับกำไรส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท ดังนั้นรายจ่ายต้องห้าม 1 บาทที่บวกกลับมา อาจเพิ่มภาษีได้ถึง 15–20 สตางค์ทันที
เช็กลิสต์: รายจ่ายนี้ลงได้หรือเปล่า — ถามตัวเองก่อนส่งเอกสาร
- จ่ายไปเพื่อธุรกิจจริงหรือเป็นส่วนตัว?
- มีหลักฐานการจ่ายเงินที่ตามรอยได้ เช่น สลิปโอน รายการบัตร หรือสเตตเมนต์?
- มีใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีชื่อบริษัท?
- รายจ่ายนี้เข้าข่ายมาตรา 65 ตรี (ค่าปรับ ของส่วนตัว ฯลฯ) หรือไม่?
- ถ้าเป็นค่ารับรอง มียอดรวมปีนี้เกิน 0.3% ของรายได้หรือยัง?
- ถ้าเป็นการจ่ายให้บุคคลภายนอก หักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งแล้วหรือยัง?
- ผู้ทำบัญชีรับทราบและจัดหมวดรายการนี้อย่างถูกต้องแล้วหรือยัง?
ทำไมการแยกแยะเรื่องนี้ถึงสำคัญมาก
หลายบริษัทเจอปัญหาเมื่อสรรพากรเรียกตรวจ เพราะรายจ่ายต้องห้ามถูกบันทึกปะปนกับรายจ่ายปกติมาหลายปี เมื่อตรวจพบจะถูกประเมินภาษีย้อนหลังพร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (นับจากวันที่ต้องชำระ) และเบี้ยปรับอีก 1–2 เท่าของภาษีที่ขาด
การเข้าใจและคัดแยกตั้งแต่ต้นจึงไม่ใช่เรื่องของ "ความประหยัด" เท่านั้น แต่เป็นเรื่องของ การบริหารความเสี่ยงที่เจ้าของธุรกิจไม่ควรมองข้าม
หากต้องการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบรายจ่ายในบัญชีว่ามีส่วนใดที่ควรปรับ หรือต้องการวางแผนภาษีให้รอบคอบก่อนปิดงบ สามารถฝากรายละเอียดให้ A Plus Me ช่วยประเมินได้เลย ทีมงานดูแลด้านรับทำบัญชีรายเดือนและการประเมินความเสี่ยงภาษีสำหรับ SME โดยเฉพาะ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง รายจ่ายต้องห้าม vs รายจ่ายที่ลงบัญชีได้ สรุปให้เจ้าของธุรกิจเข้าใจ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รายจ่ายต้องห้ามคืออะไร ต่างจากรายจ่ายที่หักภาษีไม่ได้อย่างไร
รายจ่ายต้องห้าม หมายถึงรายจ่ายที่กฎหมายภาษี (มาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร) ระบุห้ามนำมาหักในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษี แม้บันทึกในบัญชีได้ แต่ตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ต้องบวกกลับ ทำให้ภาษีสูงขึ้น ตัวอย่างเช่น ค่าปรับ รายจ่ายส่วนตัว หรือรายจ่ายที่ไม่มีหลักฐาน
ค่ารับรองลูกค้าหักภาษีได้เท่าไหร่
ค่ารับรองลูกค้าหักได้ไม่เกิน 0.3% ของรายได้หรือทุนที่ชำระแล้ว แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่สูงสุดไม่เกิน 10 ล้านบาทต่อปี ส่วนที่เกินถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ต้องมีหลักฐานด้วยว่าเลี้ยงใคร ที่ไหน และเพื่อวัตถุประสงค์ทางธุรกิจ
ถ้าบันทึกรายจ่ายต้องห้ามไปแล้วจะแก้ไขอย่างไร
ให้แจ้งผู้ทำบัญชีทราบ เพื่อบันทึกยอดดังกล่าวเป็น 'รายจ่ายต้องห้ามทางภาษี' และนำไปบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50 ตอนสิ้นปี ไม่จำเป็นต้องลบรายการออกจากบัญชี แต่ต้องกระทบยอดในการคำนวณกำไรสุทธิทางภาษีให้ถูกต้อง
ค่าปรับสรรพากรที่บริษัทถูกเรียกเก็บ นำมาหักภาษีได้ไหม
ไม่ได้ ค่าปรับและเงินเพิ่มทุกประเภทที่จ่ายให้กรมสรรพากรหรือหน่วยงานรัฐถือเป็นรายจ่ายต้องห้าม ห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลโดยเด็ดขาด
ซื้อสินค้าหรือบริการโดยไม่มีใบเสร็จ นำมาลงบัญชีได้ไหม
ลงบัญชีได้ แต่ทางภาษีจะถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามเพราะขาดหลักฐาน ยกเว้นกรณีซื้อจากบุคคลธรรมดาที่ไม่สามารถออกใบเสร็จได้ ซึ่งต้องใช้ใบสำคัญรับเงิน (ใบสำคัญจ่าย) พร้อมหักภาษี ณ ที่จ่ายแทน
ดอกเบี้ยเงินกู้จากกรรมการหักภาษีได้ไหม
ได้ ถ้ามีสัญญากู้ยืมเงินที่ถูกต้อง มีอัตราดอกเบี้ยที่สมเหตุสมผลตามราคาตลาด และบริษัทหักภาษี ณ ที่จ่าย 1% จากดอกเบี้ยที่จ่ายและนำส่งกรมสรรพากรในแบบ ภ.ง.ด.3 ทุกเดือน