ภ.ง.ด.50 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีที่บริษัทและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลทุกรายต้องยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี
ภ.ง.ด.50 คืออะไร และใครต้องยื่น
ภ.ง.ด.50 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบระยะเวลาบัญชีเต็มปี กรมสรรพากรกำหนดให้บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล และนิติบุคคลอื่นที่ประกอบกิจการในประเทศไทยต้องยื่นแบบนี้ทุกรอบบัญชี แม้ในรอบนั้นจะไม่มีรายได้เลยก็ตาม — กิจการที่ยังไม่ได้เลิกแต่มีผลขาดทุนหรือรายได้เป็นศูนย์ยังคงมีหน้าที่ยื่น
ภ.ง.ด.50 แตกต่างจาก ภ.ง.ด.51 ซึ่งเป็นแบบยื่นกลางปี (ครึ่งรอบบัญชีแรก) โดยภ.ง.ด.50 เป็น "การสรุปยอดสุทธิ" ทั้งรอบบัญชี และนำภาษีที่ชำระไว้แล้วตามภ.ง.ด.51 รวมถึงภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายมาหักลบกับภาษีที่คำนวณได้ เพื่อให้ทราบว่าต้องชำระเพิ่มหรือขอคืนได้
กำหนดเวลายื่นและบทลงโทษ
กฎหมายกำหนดให้ยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตัวอย่างเช่น หากรอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 กำหนดยื่นปกติคือวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 สำหรับการยื่นออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing (efiling.rd.go.th) จะได้รับระยะเวลาเพิ่มอีก 8 วัน รวมเป็น 158 วัน
การยื่นเกินกำหนดหรือไม่ยื่นมีผลตามกฎหมายดังนี้:
- ค่าปรับไม่ยื่นแบบ: สูงสุด 2,000 บาท
- เงินเพิ่ม (surcharge): 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ นับจากวันครบกำหนดจนถึงวันที่ชำระจริง ทั้งนี้เศษของเดือนนับเป็นหนึ่งเดือน
- ค่าปรับเบี้ยปรับ (penalty on underpayment): กรณีที่กรมสรรพากรประเมินเพิ่มเติมหลังตรวจสอบ อาจมีเบี้ยปรับสูงสุด 100% ของภาษีที่ขาด
นอกจากนี้ การยื่นงบการเงินล่าช้าต่อกรมสรรพากร (แนบพร้อม ภ.ง.ด.50) อาจมีค่าปรับแยกต่างหากสูงสุดอีก 2,000 บาท การวางแผนยื่นให้ตรงเวลาจึงสำคัญมาก และการใช้บริการรับทำบัญชีรายเดือนที่ดีจะช่วยให้งบการเงินพร้อมก่อนกำหนดส่งเสมอ
เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนกรอก ภ.ง.ด.50
ก่อนนั่งกรอกแบบ ให้รวบรวมเอกสารเหล่านี้ให้ครบ:
- งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับรองแล้ว (Audited Financial Statements) — งบกำไรขาดทุน งบแสดงฐานะการเงิน และงบกระแสเงินสด บริษัทจำกัดต้องใช้ CPA ที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น
- รายงานผู้สอบบัญชี (Audit Report) และรายงานการประชุมอนุมัติงบการเงิน
- รายการภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย (หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย) จากลูกค้าหรือผู้จ่ายเงิน เพื่อนำมาหักลบภาษีที่คำนวณได้
- สำเนา ภ.ง.ด.51 (แบบกลางปี) และหลักฐานการชำระภาษีกลางปีหากเคยยื่น
- ทะเบียนทรัพย์สินและตารางค่าเสื่อมราคา เพราะอัตราค่าเสื่อมทางภาษีและทางบัญชีอาจต่างกัน
- รายละเอียดผลขาดทุนสะสมยกมา หากเคยมีขาดทุนในรอบก่อน (ยกได้สูงสุด 5 รอบบัญชี)
โครงสร้างแบบ ภ.ง.ด.50 และวิธีกรอกทีละหมวด
หมวดที่ 1: ข้อมูลกิจการ
กรอกชื่อบริษัท หมายเลขประจำตัวผู้เสียภาษี (13 หลัก) ที่ตั้งสำนักงานตามที่จดทะเบียน วันเริ่มต้นและวันสิ้นสุดรอบระยะเวลาบัญชี และประเภทกิจการ (ระบุกิจการหลักที่มีรายได้สูงสุดไม่เกิน 3 ประเภท) รหัส ISIC เป็นหน้าที่ของกรมสรรพากรกรอก ผู้ยื่นไม่ต้องกรอกในส่วนนี้
หมวดที่ 2: รายได้และกำไรขาดทุนทางบัญชี
ถ่ายตัวเลขจากงบกำไรขาดทุนที่ผู้สอบบัญชีรับรองมาใส่โดยตรง ได้แก่ รายได้รวม ต้นทุนสินค้าหรือบริการ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และกำไร (ขาดทุน) สุทธิทางบัญชี ตัวเลขในส่วนนี้ต้องตรงกับงบที่แนบทุกบาท
หมวดที่ 3: การปรับปรุงกำไร (ขาดทุน) สุทธิทางบัญชีเป็นกำไรสุทธิทางภาษี
นี่คือหัวใจของการกรอก ภ.ง.ด.50 กำไรสุทธิ ทางบัญชี ไม่ใช่ตัวเดียวกับกำไรสุทธิ ทางภาษี เสมอไป บริษัทต้องปรับปรุงโดยบวกกลับ (add back) รายการที่ประมวลรัษฎากรไม่อนุญาตให้หักเป็นรายจ่าย และหักรายการที่กฎหมายยกเว้น
รายจ่ายต้องห้ามที่ต้องบวกกลับ (ตัวอย่างที่พบบ่อย):
- รายจ่ายส่วนตัว ค่าของขวัญและค่าบันเทิงที่เกินเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด
- ค่าเสื่อมราคาส่วนที่เกินอัตราที่กรมสรรพากรกำหนด (เช่น อาคารถาวรโดยทั่วไปเสื่อมได้ไม่เกิน 5% ต่อปี คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ไม่เกิน 30% ต่อปี ทั้งนี้ให้ตรวจสอบพระราชกฤษฎีกาที่บังคับใช้ในรอบนั้น)
- ค่าปรับและเบี้ยปรับทางภาษีที่จ่ายให้หน่วยงานราชการ — ห้ามหักเป็นรายจ่าย
- ดอกเบี้ยจ่ายระหว่างกันที่เกินอัตราตลาด (ต้องระวังเรื่อง Transfer Pricing)
- ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีใบเสร็จ หรือมีใบเสร็จแต่ไม่ระบุชื่อกิจการผู้ออก
- สำรองหนี้สงสัยจะสูญที่ยังไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์ประมวลรัษฎากรมาตรา 65 ตรี
รายการที่นำมาหัก (ลดกำไรทางภาษี):
- ผลขาดทุนสุทธิของรอบบัญชีก่อน (ยกได้สูงสุด 5 รอบบัญชีติดต่อกัน)
- รายได้ที่ได้รับยกเว้น เช่น เงินปันผลที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมาย BOI หากได้รับสิทธิ
ผลที่ได้หลังปรับปรุงคือ กำไรสุทธิทางภาษี (Taxable Net Profit) ซึ่งนำไปคำนวณภาษีในขั้นถัดไป
หมวดที่ 4: การคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ต้องชำระ
นำกำไรสุทธิทางภาษีมาคำนวณตามอัตราที่ใช้บังคับ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่ากิจการเข้าเกณฑ์ SME หรือไม่ (ข้อมูล ณ ปี 2569):
อัตราสำหรับบริษัท/ห้างฯ ที่เข้าเกณฑ์ SME (ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5,000,000 บาท และ รายได้จากการขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30,000,000 บาทต่อรอบบัญชี):
- กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท: อัตรา 0% (ได้รับยกเว้น)
- กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: อัตรา 15%
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: อัตรา 20%
อัตราสำหรับบริษัทที่ไม่เข้าเกณฑ์ SME หรือบริษัทที่ทุนหรือรายได้เกินเพดานข้างต้นในรอบบัญชีใด: อัตราคงที่ 20% บนกำไรสุทธิทั้งจำนวน อัตราเหล่านี้เป็นอัตราขั้นบันได (marginal) — คำนวณแยกตามช่วงกำไร
จากนั้นนำภาษีที่คำนวณได้หัก:
- ภาษีที่ชำระแล้วตาม ภ.ง.ด.51 (กลางปี)
- ภาษีเงินได้ที่ถูก หัก ณ ที่จ่าย ตลอดรอบบัญชี (ตามหนังสือรับรองที่ได้รับ)
ผลลัพธ์ที่ได้คือ ภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม หรือ ภาษีที่ขอคืน ซึ่งกรมสรรพากรจะคืนหลังตรวจสอบ
หากต้องการวางแผนให้ตัวเลขนี้เหมาะสมที่สุด ควรปรึกษาทีมที่ปรึกษาวางแผนภาษีก่อนปิดงบ เพราะรายจ่ายบางประเภทต้องดำเนินการให้ถูกต้องก่อนสิ้นรอบบัญชี — ไม่สามารถย้อนหลังได้
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยและจุดที่ต้องตรวจซ้ำก่อนยื่น
- ตัวเลขไม่ตรงกับงบการเงิน: ยอดรายได้และกำไรในแบบต้องเหมือนกับที่ปรากฏในงบที่ผู้สอบบัญชีลงนาม การแก้ไขหลังยื่นต้องยื่นแบบเพิ่มเติมพร้อมงบฉบับแก้ไขที่ผู้สอบบัญชีรับรองใหม่
- ลืมยกผลขาดทุนสะสม: หากกิจการมีผลขาดทุนจากรอบบัญชีก่อน ให้ตรวจว่านำมาหักในหมวดปรับปรุงกำไรแล้ว เพราะถ้าลืมจะเสียภาษีเกินจริงโดยไม่จำเป็น โดยสิทธิยกขาดทุนมีอายุสูงสุด 5 รอบบัญชีนับจากรอบที่เกิดขาดทุน
- ค่าเสื่อมราคาทางภาษีเกินอัตรากำหนด: ระบบบัญชีบางครั้งตั้งค่าเสื่อมตามมาตรฐาน TFRS ซึ่งอาจต่างจากอัตราสูงสุดที่กรมสรรพากรยอมรับ ส่วนต่างที่เกินต้องบวกกลับในการปรับปรุงกำไร
- ระบุรอบบัญชีผิด: ตรวจสอบวันเริ่มและวันสิ้นรอบให้ตรงกับที่จดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ไม่แนบงบการเงินครบชุด: ภ.ง.ด.50 ต้องแนบงบการเงินฉบับที่ผู้สอบบัญชีรับรองทุกฉบับ รวมหมายเหตุประกอบงบการเงิน
- ลืมหักภาษีหัก ณ ที่จ่าย: รวบรวมหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) จากลูกค้าทุกรายให้ครบ เพราะทุกบาทของภาษีที่ถูกหักสามารถนำมาเครดิตลดภาษีที่ต้องชำระในแบบได้
ขั้นตอนการยื่น ภ.ง.ด.50 ออนไลน์
กรมสรรพากรให้ยื่นได้ 2 ช่องทาง คือยื่นด้วยกระดาษที่สรรพากรพื้นที่ หรือยื่นออนไลน์ผ่าน efiling.rd.go.th ซึ่งแนะนำให้ใช้ช่องทางออนไลน์เพราะได้รับระยะเวลาเพิ่มอีก 8 วัน
ขั้นตอนการยื่นออนไลน์โดยย่อ:
- ขั้นที่ 1 — ลงทะเบียน/เข้าสู่ระบบ: เข้า efiling.rd.go.th ด้วยเลขประจำตัวผู้เสียภาษีนิติบุคคล 13 หลัก และรหัสผ่านที่ลงทะเบียนไว้
- ขั้นที่ 2 — เลือกแบบ ภ.ง.ด.50: เลือกปีภาษีและรอบบัญชีที่ต้องการยื่น
- ขั้นที่ 3 — กรอกข้อมูล: กรอกตามหมวดที่กล่าวข้างต้น ระบบจะคำนวณภาษีอัตโนมัติเมื่อใส่ตัวเลขครบ
- ขั้นที่ 4 — แนบเอกสาร: อัปโหลดงบการเงินและเอกสารประกอบในรูปแบบไฟล์ที่ระบบกำหนด
- ขั้นที่ 5 — ชำระภาษี: หากมีภาษีที่ต้องชำระ สามารถจ่ายผ่านช่องทางออนไลน์ได้ทันที หรือรับใบแจ้งหนี้ไปชำระที่ธนาคาร
สำหรับ SME ที่ยังไม่มีทีมบัญชีภายใน การใช้บริการสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ด้านภาษีนิติบุคคลจะช่วยดูแลทั้งกระบวนการตั้งแต่ปิดงบจนถึงยื่นแบบ ลดความเสี่ยงจากข้อผิดพลาดที่อาจนำไปสู่การถูกประเมินภาษีเพิ่มเติม
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ภ.ง.ด.50 กรอกอย่างไร: คู่มือยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปีสำหรับ SME ครบทุกหมวด ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภ.ง.ด.50 ยื่นภายในกี่วัน และถ้ายื่นออนไลน์ได้นานกว่าไหม
ภ.ง.ด.50 ต้องยื่นภายใน 150 วันนับจากวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี ตัวอย่างเช่น รอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2568 กำหนดยื่นทั่วไปคือ 30 พฤษภาคม 2569 หากยื่นผ่านระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร (efiling.rd.go.th) จะได้รับเวลาเพิ่มอีก 8 วัน รวมเป็น 158 วัน ยื่นเกินกำหนดมีค่าปรับสูงสุด 2,000 บาท และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้างชำระ
บริษัท SME คำนวณภาษีจาก ภ.ง.ด.50 อย่างไร ต้องเสีย 20% ทั้งหมดหรือไม่
บริษัท SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5,000,000 บาท และรายได้จากขายสินค้าหรือบริการไม่เกิน 30,000,000 บาทต่อรอบบัญชี จะใช้อัตราขั้นบันได ได้แก่ กำไรสุทธิทางภาษี 0–300,000 บาทแรกได้รับยกเว้น (0%) ส่วน 300,001–3,000,000 บาทเสีย 15% และส่วนที่เกิน 3,000,000 บาทเสีย 20% (ข้อมูล ณ ปี 2569) บริษัทที่ไม่เข้าเกณฑ์ SME หรือเกินเพดานใดเพดานหนึ่งในรอบนั้นจะเสียในอัตราคงที่ 20% ทั้งจำนวน
กิจการขาดทุนทุกปีต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ด้วยไหม และผลขาดทุนยกไปได้นานเท่าไร
ใช่ ต้องยื่นทุกรอบบัญชีแม้จะมีผลขาดทุนหรือไม่มีรายได้เลย เพราะหน้าที่ยื่นแบบผูกกับสถานะนิติบุคคล ไม่ใช่ผลประกอบการ สำหรับผลขาดทุนสุทธิ กฎหมายให้นำยกไปหักกำไรในรอบบัญชีถัดไปได้สูงสุด 5 รอบบัญชีติดต่อกันนับจากรอบที่เกิดขาดทุน ต้องระบุยอดขาดทุนยกมาในหมวดปรับปรุงกำไรของ ภ.ง.ด.50 ด้วย มิเช่นนั้นสิทธิอาจหมดอายุโดยไม่ได้ใช้