หากบริษัทของคุณจ่ายเงินค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างให้กับบุคคลธรรมดา คุณมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายและยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ทุกเดือน — และการพลาดกำหนดแม้เพียงครั้งเดียวก็มีทั้งค่าปรับและเงินเพิ่มตามมา
ภ.ง.ด.3 คืออะไร และใครมีหน้าที่ยื่น
ภ.ง.ด.3 คือ แบบยื่นรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย ที่นิติบุคคล (บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล สมาคม มูลนิธิ ฯลฯ) มีหน้าที่ใช้ยื่นทุกครั้งที่จ่ายเงินได้ ให้แก่บุคคลธรรมดา ในประเภทที่กฎหมายกำหนดให้ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย หัวใจของแบบนี้คือ ผู้จ่ายเงิน (Payer) ทำหน้าที่เป็น "ตัวแทนกรมสรรพากร" ในการหักภาษีจากเงินที่ผู้รับ (บุคคลธรรมดา) ควรได้รับ แล้วนำส่งให้กรมสรรพากรแทน
แบบ ภ.ง.ด.3 ถูกกำหนดขึ้นภายใต้ มาตรา 3 เตรส แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้ผู้จ่ายเงินได้ทุกรายที่เข้าเงื่อนไขต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งภายในกำหนด โดยอ้างอิงอัตราตามประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ท.ป.4/2528 และฉบับแก้ไข)
สิ่งสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อน: ภ.ง.ด.3 ใช้เฉพาะกรณีที่ ผู้รับเงินเป็นบุคคลธรรมดา เท่านั้น หากผู้รับเงินเป็นนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน) ต้องใช้แบบ ภ.ง.ด.53 แทน ซึ่งเป็นอีกแบบหนึ่งที่แยกออกมาต่างหาก
ประเภทเงินได้ที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและอัตราที่ใช้
กฎหมายกำหนดประเภทเงินได้ตามมาตรา 40 ของประมวลรัษฎากร โดยแต่ละประเภทมีอัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายต่างกัน ตารางด้านล่างนี้เป็นอัตราหลักที่นิติบุคคล SME พบบ่อยที่สุด (ข้อมูล ณ ปี 2569):
- ค่าจ้างทำของ / ค่าบริการทั่วไป (ม.40(7) และ (8)): อัตรา 3% สำหรับผู้รับที่เป็นบุคคลธรรมดาในประเทศ เช่น ค่าจ้างช่างซ่อม ค่าบริการจากฟรีแลนซ์ ค่าโฆษณาออนไลน์จากบุคคลธรรมดา
- ค่าเช่าทรัพย์สิน (ม.40(5)): อัตรา 5% ครอบคลุมค่าเช่าอาคาร ค่าเช่ายานพาหนะ ค่าเช่าเครื่องจักร และทรัพย์สินอื่น ๆ ที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา
- วิชาชีพอิสระ (ม.40(6)): อัตรา 3% ได้แก่ วิชากฎหมาย การแพทย์ วิศวกรรม สถาปัตยกรรม การบัญชี และศิลปกรรม
- ค่าสิทธิ / ค่าลิขสิทธิ์ (ม.40(3)): อัตรา 3% (มาตรฐาน) หรือ 1% หากผู้จ่ายใช้ระบบ e-Withholding Tax ของกรมสรรพากร (ตามประกาศ ท.ป.354/2566 ซึ่งขยายเวลาถึง 31 ธ.ค. 2570)
- รางวัล ส่วนลด และประโยชน์อื่น ๆ จากการส่งเสริมการขาย (ม.40(8)): อัตรา 5%
- ค่าโฆษณา (ม.40(8)): อัตรา 2%
- เงินได้จากการแสดง นักกีฬา นักแสดง (ม.40(8)): อัตรา 5%
หมายเหตุสำคัญ: ค่าจ้างพนักงานประจำ (เงินเดือน) จัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 1 ตาม ม.40(1) ซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเช่นกัน แต่ใช้วิธีคำนวณตามอัตราก้าวหน้าของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา และยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 แยกต่างหาก ไม่ใช่ ภ.ง.ด.3
หากไม่แน่ใจว่าเงินได้ที่จ่ายออกไปเข้าเงื่อนไขการหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่ การปรึกษาสำนักงานบัญชีที่มีความเชี่ยวชาญด้านภาษีไว้ตั้งแต่ต้นจะช่วยหลีกเลี่ยงความผิดพลาดได้มาก
กำหนดยื่น ภ.ง.ด.3 และช่องทางการยื่น
ผู้มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายต้องนำส่งภาษีและยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายใน 7 วันนับจากวันสิ้นเดือน ที่มีการจ่ายเงิน ตัวอย่างเช่น หากจ่ายเงินในเดือนมกราคม กำหนดยื่นคือวันที่ 7 กุมภาพันธ์ของปีเดียวกัน
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2568 เป็นต้นมา กรมสรรพากรกำหนดให้นิติบุคคล ทุกรายต้องยื่นแบบผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-Filing) เท่านั้น โดยเข้าระบบที่ efiling.rd.go.th ไม่สามารถยื่นกระดาษที่สำนักงานสรรพากรได้อีกต่อไป (สำหรับนิติบุคคล) นอกจากนี้ หากใช้ระบบ e-Withholding Tax ของกรมสรรพากร (ธนาคารนำส่งภาษีให้โดยตรง ณ เวลาโอนเงิน) ข้อมูลจะส่งเข้าระบบโดยอัตโนมัติและไม่ต้องยื่นแบบแยกต่างหากสำหรับรายการที่นำส่งผ่านช่องทางนั้น
ขั้นตอนการยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ผ่าน e-Filing มีดังนี้:
- เข้าสู่ระบบ efiling.rd.go.th ด้วยชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านของนิติบุคคล
- เลือก "ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3" และกรอกรายละเอียดผู้รับเงิน ประเภทเงินได้ จำนวนเงินได้ และภาษีที่หัก
- ตรวจสอบความถูกต้องและยืนยันการยื่น
- ชำระภาษีผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ (Internet Banking, Mobile Banking หรือ e-Payment ของธนาคาร)
- พิมพ์หรือบันทึกหลักฐานการยื่นและการชำระเงินไว้เป็นเอกสาร
บริการรับทำบัญชีรายเดือนจะช่วยดูแลการยื่น ภ.ง.ด.3 และภาษีหัก ณ ที่จ่ายอื่น ๆ ให้ครบถ้วนตรงเวลาทุกเดือน ลดภาระงานเจ้าของกิจการได้มาก
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ)
นอกจากการยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ต่อกรมสรรพากรแล้ว ผู้จ่ายเงินยังมีหน้าที่ออก หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (แบบ 50 ทวิ) ให้แก่ผู้รับเงิน ซึ่งเป็นเอกสารสำคัญที่บุคคลธรรมดาจะนำไปใช้ประกอบการยื่นภาษีเงินได้ประจำปีของตนเอง
กฎหมายกำหนดให้ออกหนังสือ 50 ทวิ จำนวน 2 ฉบับ ให้แก่ผู้รับ ซึ่งผู้รับเงินควรเก็บไว้ทั้งสองฉบับ โดยใช้ฉบับหนึ่งประกอบการยื่นภาษีและอีกฉบับเก็บไว้เป็นหลักฐาน ผู้จ่ายเงินสามารถออกหนังสือ 50 ทวิ ในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ได้หากได้รับความยินยอมจากผู้รับ
ข้อมูลที่ต้องระบุในหนังสือ 50 ทวิ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หรือเลขผู้เสียภาษีของผู้รับ ประเภทเงินได้ จำนวนเงินได้ อัตราและจำนวนภาษีที่หัก วันที่จ่ายเงิน รวมถึงชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้จ่าย
โทษและเบี้ยปรับกรณียื่น ภ.ง.ด.3 ล่าช้าหรือไม่ยื่น
การยื่น ภ.ง.ด.3 ล่าช้ากว่ากำหนดมีผลทางกฎหมายที่เจ้าของกิจการต้องทราบ โดยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน:
- ค่าปรับอาญา (Criminal Fine): หากยื่นแบบล่าช้า ไม่เกิน 7 วัน มีค่าปรับ 100 บาท หากล่าช้า เกิน 7 วัน มีค่าปรับ 200 บาท ค่าปรับอาญานี้เกิดขึ้นโดยไม่คำนึงว่าจะมีภาษีค้างชำระหรือไม่
- เงินเพิ่ม (Surcharge): หากมีภาษีค้างชำระ (กล่าวคือ หักไว้แล้วแต่ยังไม่ได้นำส่ง หรือหักไว้ต่ำกว่าความจริง) จะต้องเสียเงินเพิ่มในอัตรา 1.5% ต่อเดือน ของภาษีที่ค้างชำระ โดยนับเศษของเดือนเป็น 1 เดือน หากไม่มีภาษีค้างชำระ (เช่น ยื่นแบบศูนย์) จะเสียเฉพาะค่าปรับอาญาเท่านั้น ไม่มีเงินเพิ่ม
นอกจากนี้ หาก ไม่ยื่นแบบหรือไม่หักภาษีทั้งที่มีหน้าที่ ผู้จ่ายเงินอาจต้องรับผิดชอบในภาษีที่ควรหักทั้งหมด พร้อมเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน และยังอาจถูกเรียกเบี้ยปรับเพิ่มเติมได้อีกตามดุลยพินิจของเจ้าพนักงาน กรณีเช่นนี้พบบ่อยเมื่อบริษัทจ่ายค่าบริการให้ฟรีแลนซ์โดยไม่หักภาษีเพราะเข้าใจผิดว่าไม่เกินเกณฑ์
กรณีที่พบบ่อยในทางปฏิบัติคือ บริษัทเผลอนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายครบถ้วนแต่ลืมยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ทำให้ต้องเสียค่าปรับอาญาโดยไม่จำเป็น การมีระบบปฏิทินภาษีที่ชัดเจนหรือมอบหมายให้สำนักงานบัญชีดูแลจะช่วยป้องกันปัญหานี้ได้
กรณีพิเศษที่ SME มักสับสน
ในทางปฏิบัติ เจ้าของกิจการ SME มักพบคำถามหรือความสับสนในสถานการณ์ต่อไปนี้:
- จ้างฟรีแลนซ์ครั้งเดียว ต้องหักด้วยไหม: ใช่ หากเงินได้ที่จ่ายเข้าเงื่อนไขตามมาตรา 40 และจ่ายโดยนิติบุคคล หน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายเกิดขึ้นโดยไม่มีเงื่อนไขด้านจำนวนครั้ง แต่กรมสรรพากรมีแนวปฏิบัติว่าไม่ต้องหักหากจำนวนเงินได้ที่จ่ายต่อครั้งน้อยกว่าที่กำหนดตามประกาศอธิบดีสำหรับรายการนั้น ๆ (ขอแนะนำให้ตรวจสอบแต่ละประเภทกับสำนักงานบัญชีหรือ rd.go.th โดยตรง)
- จ่ายค่าเช่าสำนักงานให้เจ้าของบ้านที่เป็นบุคคลธรรมดา: ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 5% ทุกงวดที่จ่าย และยื่น ภ.ง.ด.3 ภายใน 7 วันของเดือนถัดไป
- ใช้ e-Withholding Tax ผ่านธนาคารแล้ว ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.3 อีกไหม: สำหรับรายการที่นำส่งผ่านระบบ e-WHT ธนาคารจะนำส่งข้อมูลให้กรมสรรพากรโดยอัตโนมัติ แต่ผู้จ่ายยังคงต้องออกหนังสือ 50 ทวิ ให้ผู้รับเงิน
- ค่าสิทธิ (Royalty) หักเท่าไหร่: อัตรามาตรฐานคือ 3% แต่หากใช้ระบบ e-Withholding Tax อัตราลดเหลือ 1% (ตาม ท.ป.354/2566 ขยายเวลาถึง 31 ธ.ค. 2570 ข้อมูล ณ ปี 2569)
- ผู้รับเงินไม่ยอมให้หัก: หน้าที่หักภาษีเป็นของผู้จ่าย ไม่ใช่สิทธิที่ผู้รับจะปฏิเสธได้ หากผู้รับไม่ยอม ผู้จ่ายยังคงมีหน้าที่นำส่งภาษีเอง
สำหรับกิจการที่ต้องการวางโครงสร้างภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้รัดกุมตั้งแต่ต้น บริการวางแผนภาษีจะช่วยตรวจสอบและออกแบบกระบวนการให้ถูกต้องและประหยัดภาษีได้อย่างถูกกฎหมาย
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ภ.ง.ด.3 คืออะไร: เกณฑ์การหักภาษี ณ ที่จ่ายและวิธียื่นแบบสำหรับนิติบุคคล SME ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร ต้องยื่นแบบไหน
ความแตกต่างหลักอยู่ที่ประเภทของผู้รับเงิน ภ.ง.ด.3 ใช้เมื่อนิติบุคคลจ่ายเงินได้ให้แก่ผู้รับที่เป็น "บุคคลธรรมดา" ส่วน ภ.ง.ด.53 ใช้เมื่อนิติบุคคลจ่ายเงินได้ให้แก่ "นิติบุคคลด้วยกัน" (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน) ดังนั้นก่อนยื่นแบบต้องตรวจสอบสถานะทางกฎหมายของผู้รับเงินให้ชัดเจนก่อนทุกครั้ง หากจ่ายให้ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลในเดือนเดียวกัน ก็ต้องยื่นทั้งสองแบบพร้อมกัน
ลืมยื่น ภ.ง.ด.3 ต้องทำอย่างไร มีค่าปรับเท่าไหร่
หากลืมยื่น ให้รีบยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ทางระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร (efiling.rd.go.th) โดยเร็วที่สุด กรณียื่นล่าช้าไม่เกิน 7 วันจากกำหนด มีค่าปรับอาญา 100 บาท หากล่าช้าเกิน 7 วัน ค่าปรับอาญาเพิ่มเป็น 200 บาท และหากมีภาษีค้างชำระจะต้องเสียเงินเพิ่มอีก 1.5% ต่อเดือนของภาษีที่ค้าง โดยนับเศษเดือนเป็น 1 เดือน ดังนั้นยิ่งรีบยิ่งดีเพื่อลดเงินเพิ่มที่จะสะสมเพิ่มขึ้นทุกเดือน
จ้างฟรีแลนซ์ทำกราฟิกจ่ายเงิน 5,000 บาท ต้องหักภาษีหัก ณ ที่จ่ายด้วยไหม
โดยทั่วไปแล้วใช่ หากบริษัทของคุณเป็นนิติบุคคลและจ่ายค่าบริการให้แก่ฟรีแลนซ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา การจ่ายค่าบริการประเภทนี้มักจัดเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(8) ซึ่งต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% นั่นหมายความว่าต้องจ่ายให้ฟรีแลนซ์ 4,850 บาท และนำส่งกรมสรรพากร 150 บาท พร้อมออกหนังสือ 50 ทวิ ให้แก่ฟรีแลนซ์ด้วย ทั้งนี้ควรปรึกษานักบัญชีเพื่อยืนยันประเภทเงินได้ที่ถูกต้องตามลักษณะงาน เนื่องจากบางกรณีอาจจัดอยู่ในประเภทอื่น