ภาษีท้องถิ่น 2 ประเภทที่เจ้าของธุรกิจ SME มักมองข้ามคือ "ภาษีป้าย" และ "ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง" ซึ่งจัดเก็บโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ใช่กรมสรรพากร แต่มีโทษปรับและค่าเพิ่มเช่นกันหากยื่นล่าช้าหรือแสดงรายการไม่ครบ
ภาษีท้องถิ่นที่บริษัทต้องรู้จัก ไม่ใช่แค่เรื่องสรรพากร
เจ้าของกิจการส่วนใหญ่คุ้นเคยกับภาษีเงินได้นิติบุคคล VAT และภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ ภาษีป้าย และ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เป็นภาษีท้องถิ่นที่จัดเก็บโดยองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เทศบาล หรือกรุงเทพมหานคร ไม่ใช่กรมสรรพากร ดังนั้นถ้าไม่ได้ใส่ใจ 2 ตัวนี้ ก็มีโอกาสโดนค่าปรับเงียบๆ โดยไม่รู้ตัวได้
บทความนี้เขียนสำหรับเจ้าของบริษัทและผู้บริหาร SME ที่ต้องการเข้าใจว่าต้องเสียภาษีเหล่านี้ไหม คิดอย่างไร และต้องยื่นเมื่อไหร่ โดยไม่ต้องอ่านตำราภาษีมหนาก็เข้าใจได้
ภาษีป้าย คืออะไร ใครต้องเสีย
ภาษีป้าย คือภาษีที่เก็บจากป้ายโฆษณาชื่อกิจการ ป้ายสินค้า หรือป้ายบริการที่ติดตั้งในที่สาธารณะหรือที่มองเห็นจากที่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นป้ายหน้าร้าน ป้ายไวนิล ป้าย LED ป้ายบนรั้ว หรือแม้แต่ป้ายบนยานพาหนะที่ใช้โฆษณา
กฎหมายที่เกี่ยวข้องคือ พระราชบัญญัติภาษีป้าย พ.ศ. 2510 (และที่แก้ไขเพิ่มเติม) โดยหน่วยงานที่จัดเก็บคือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ป้ายนั้นตั้งอยู่
ป้ายแบบไหนต้องเสียภาษี
- ป้ายที่มีชื่อ ยี่ห้อ เครื่องหมายการค้า หรือข้อความที่ใช้โฆษณาธุรกิจ
- ป้ายหน้าร้าน ป้ายหน้าอาคารสำนักงาน ป้ายบนอาคาร
- ป้ายไฟ (LED/Neon) ป้ายแบนเนอร์ขนาดใหญ่ที่ติดถาวรหรือกึ่งถาวร
- ป้ายบนยานพาหนะที่ใช้โฆษณาสินค้าหรือบริการ
ป้ายแบบไหนได้รับยกเว้น
- ป้ายที่ติดภายในอาคารและมองไม่เห็นจากที่สาธารณะ
- ป้ายของรัฐหรือหน่วยงานราชการ
- ป้ายที่มีขนาดเล็กกว่าเกณฑ์ที่กฎหมายท้องถิ่นกำหนด (แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่)
- ป้ายชั่วคราว เช่น ป้ายงานบุญ ป้ายเลือกตั้ง
อัตราภาษีป้าย คำนวณอย่างไร
ภาษีป้ายคำนวณตาม ขนาดของป้าย (ตารางเซนติเมตร) คูณด้วยอัตราภาษีต่อ 500 ตารางเซนติเมตร โดยอัตราแตกต่างกันตามประเภทของป้าย ดังนี้
| ประเภทป้าย | อัตราภาษี (บาทต่อ 500 ตร.ซม.) | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| ป้ายที่มีอักษรไทยล้วน (ไม่มีรูปหรืออักษรต่างประเทศ) | 3 บาท | ป้ายชื่อร้านภาษาไทยล้วน |
| ป้ายที่มีอักษรไทยปนกับอักษรต่างประเทศหรือรูปภาพ | 20 บาท | ป้ายชื่อบริษัทที่มีโลโก้ |
| ป้ายที่ไม่มีอักษรไทย หรือมีอักษรต่างประเทศล้วน | 40 บาท | ป้าย English-only brand |
วิธีคำนวณ: นำความกว้าง (ซม.) x ความสูง (ซม.) ÷ 500 x อัตราภาษี แล้วปัดขึ้นเป็นหน่วย 500 ตร.ซม. โดยภาษีป้ายขั้นต่ำอยู่ที่ 200 บาทต่อป้าย
ตัวอย่าง: ป้ายชื่อบริษัทขนาด 200 x 60 ซม. มีโลโก้เป็นรูปภาพ = 200 x 60 = 12,000 ตร.ซม. ÷ 500 = 24 หน่วย x 20 บาท = ภาษีป้าย 480 บาทต่อปี
กำหนดยื่นภาษีป้าย และที่ไหน
ผู้ประกอบการต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษีป้าย (แบบ ภ.ป.1) ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ป้ายตั้งอยู่ ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี (ปีละครั้ง) สำหรับป้ายที่ติดตั้งมาก่อนหน้า และหากติดตั้งป้ายใหม่ระหว่างปีต้องยื่นภายใน 15 วันนับจากวันติดตั้ง
ค่าปรับกรณียื่นล่าช้า: ปรับ 10% ของภาษีที่ต้องชำระ และหากนำส่งเงินล่าช้าจะมีค่าเพิ่มอีก 2% ต่อเดือน (แต่ไม่เกินจำนวนภาษีที่ต้องเสีย)
หมายเหตุ: กำหนดวันยื่นอาจปรับเปลี่ยนได้ตามประกาศขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ควรสอบถามท้องถิ่นในพื้นที่โดยตรงหรือให้สำนักงานบัญชีตรวจสอบ
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง คืออะไร บริษัทต้องเสียไหม
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง เริ่มบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2563 แทนที่ภาษีโรงเรือนและที่ดิน (โรงเรือนฯ) เดิม โดยอ้างอิง พระราชบัญญัติภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562 ผู้ที่ต้องเสียภาษีนี้คือ เจ้าของที่ดินและ/หรือสิ่งปลูกสร้าง ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล
นั่นหมายความว่าถ้าบริษัทของคุณ "เป็นเจ้าของ" ที่ดินหรืออาคาร ไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน โกดัง โรงงาน หรือที่จอดรถ ต้องเสียภาษีนี้ทุกปี แต่ถ้าบริษัท เช่า สถานที่และไม่ได้เป็นเจ้าของ ภาระจะตกอยู่ที่เจ้าของทรัพย์สิน (เจ้าของอาคาร) ไม่ใช่บริษัทผู้เช่า
อัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง แยกตามประเภทการใช้งาน
ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างใช้ ราคาประเมินทุนทรัพย์ ของกรมธนารักษ์เป็นฐานในการคำนวณ (ไม่ใช่ราคาตลาด) แล้วคูณด้วยอัตราภาษีตามประเภทการใช้งาน ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้
| ประเภทการใช้งาน | อัตราสูงสุดตามกฎหมาย | ตัวอย่าง |
|---|---|---|
| เกษตรกรรม | ไม่เกิน 0.15% | ที่ดินทำนา สวน ไร่ |
| ที่อยู่อาศัย | ไม่เกิน 0.3% | บ้านพัก คอนโด ที่พักอาศัย |
| พาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม (ใช้เพื่อธุรกิจ) | ไม่เกิน 1.2% | สำนักงาน โกดัง โรงงาน ร้านค้า |
| รกร้างว่างเปล่า / ไม่ได้ใช้ประโยชน์ | ไม่เกิน 3% (เพิ่มขึ้นทุก 3 ปี) | ที่ดินว่างเปล่า ไม่ได้ใช้งาน |
สำหรับ SME ที่ใช้สถานที่ เพื่อประกอบธุรกิจ จะเข้าหมวดพาณิชยกรรมและอุตสาหกรรม โดยในทางปฏิบัติอัตราจริงที่ท้องถิ่นจัดเก็บจะต่ำกว่าเพดานสูงสุดตามที่กฎหมายกำหนด ควรตรวจสอบอัตราจริงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ของคุณ เพราะแต่ละแห่งอาจกำหนดต่างกันภายในกรอบที่กฎหมายอนุญาต
ตัวอย่าง: บริษัทเป็นเจ้าของสำนักงานที่ราคาประเมินกรมธนารักษ์ 5,000,000 บาท ใช้เพื่อธุรกิจ อัตราจริงที่ท้องถิ่นกำหนด 0.3% = ภาษีปีละ 15,000 บาท
กำหนดการชำระและวิธียื่นภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
กระบวนการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างแตกต่างจากภาษีอื่น เพราะ ท้องถิ่นเป็นผู้แจ้งรายการก่อน ไม่ใช่ผู้เสียภาษียื่นแบบเอง โดยมีขั้นตอนดังนี้
- มกราคม – กุมภาพันธ์: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งหนังสือแจ้งประเมินให้เจ้าของทรัพย์สิน
- ภายใน 90 วันหลังได้รับแจ้ง: ชำระภาษีตามที่แจ้ง (โดยทั่วไปกำหนดชำระภายในเมษายนของทุกปี)
- ถ้าไม่เห็นด้วยกับการประเมิน: มีสิทธิ์อุทธรณ์ภายใน 30 วันหลังได้รับหนังสือแจ้ง
หากชำระล่าช้า จะมีเงินเพิ่ม 1% ต่อเดือน ของจำนวนภาษีที่ค้างชำระ (ข้อมูลอ้างอิงจาก พ.ร.บ. ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. 2562) โปรดตรวจสอบอัตราเงินเพิ่มและกำหนดชำระล่าสุดกับท้องถิ่นของคุณ เนื่องจากอาจมีการปรับปรุงได้
เช็กลิสต์สำหรับบริษัท: ต้องทำอะไรบ้างในแต่ละปี
- ตรวจสอบว่ามีป้ายโฆษณาหน้าร้านหรืออาคารไหมบ้าง และวัดขนาดไว้ให้พร้อม
- ยื่นภาษีป้าย (แบบ ภ.ป.1) ที่สำนักงานท้องถิ่นภายในเดือนมีนาคม
- หากติดตั้งป้ายใหม่ระหว่างปี ยื่นแจ้งภายใน 15 วัน
- ถ้าบริษัทเป็นเจ้าของที่ดิน/อาคาร รอรับหนังสือแจ้งประเมินภาษีที่ดินฯ จากท้องถิ่นตอนต้นปี
- ชำระภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างตามกำหนด (โดยทั่วไปภายในเมษายน)
- เก็บหลักฐานการชำระภาษีทั้ง 2 ประเภทไว้เป็นเอกสารประกอบบัญชี
- หากไม่ได้รับหนังสือแจ้งจากท้องถิ่น อย่าเพิกเฉย ให้ติดต่อสอบถามเองเพราะอาจมีการส่งผิดที่อยู่
ภาษีป้ายและภาษีที่ดินฯ บันทึกบัญชีอย่างไร
ในทางบัญชี ภาษีป้ายและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างถือเป็น ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Operating Expense) บันทึกเข้าบัญชีเป็น "ภาษีและค่าธรรมเนียม" หรือ "ค่าใช้จ่ายอื่น" ตามผังบัญชีของกิจการ และสามารถนำมาหักเป็น รายจ่ายที่ยอมให้หักได้ ในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อกิจการ ไม่ใช่รายจ่ายส่วนตัว
อย่างไรก็ตาม ควรแยกบันทึกให้ชัดเจนว่าเป็นภาษีป้ายหรือภาษีที่ดินฯ พร้อมแนบใบเสร็จรับเงินจากท้องถิ่น เพื่อให้ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชีตรวจสอบได้ง่าย ทีมของ รับทำบัญชีรายเดือน ที่ A Plus Me จะช่วยดูแลบันทึกรายการเหล่านี้ให้ครบถ้วนอยู่เสมอ
กรณีที่ SME มักสับสนหรือเข้าใจผิด
เช่าสถานที่ ต้องเสียภาษีที่ดินฯ ด้วยไหม?
ไม่ต้องครับ ถ้าบริษัทเป็นผู้เช่าเพียงอย่างเดียว ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหน้าที่ของ เจ้าของกรรมสิทธิ์ ในทรัพย์สินนั้น ไม่ใช่ผู้เช่า อย่างไรก็ตาม เจ้าของบางรายอาจผลักภาระนี้มาเป็นส่วนหนึ่งของค่าเช่า ซึ่งต้องดูสัญญาเช่าให้ดีว่าระบุไว้อย่างไร
มีป้ายหน้าร้านหลายป้าย คิดภาษีทุกป้ายไหม?
ใช่ครับ ภาษีป้ายคิดแยกตามจำนวนป้าย แต่ละป้ายมีภาษีขั้นต่ำ 200 บาท ดังนั้นถ้ามี 5 ป้าย ก็ต้องยื่นและชำระแยกตามแต่ละป้าย โดยแสดงรายการทั้งหมดในแบบ ภ.ป.1 เดียวกัน
ถ้าปีนี้เพิ่งมีป้ายใหม่ คิดภาษีเต็มปีเลยไหม?
กฎหมายกำหนดให้คิดภาษีป้ายแบบเต็มปี ไม่ว่าจะติดตั้งป้ายในช่วงต้นปีหรือกลางปี แต่มีบางกรณีที่ท้องถิ่นพิจารณาลดหย่อนตามสัดส่วน ควรสอบถามโดยตรงกับสำนักงานท้องถิ่นในพื้นที่
บริษัทจดทะเบียนที่บ้านกรรมการ ต้องเสียภาษีที่ดินฯ ในอัตราพาณิชยกรรมไหม?
ขึ้นอยู่กับลักษณะการใช้งานจริง ถ้าใช้บ้านเพื่อที่อยู่อาศัยเป็นหลักและใช้เป็นที่ตั้งทางทะเบียนเท่านั้น โดยทั่วไปยังเข้าหมวดที่อยู่อาศัย แต่ถ้ามีการดัดแปลงพื้นที่เพื่อใช้ประกอบธุรกิจจริง อาจถูกประเมินในอัตราพาณิชยกรรม ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือ วางแผนภาษี ล่วงหน้า
สรุป: ภาษีท้องถิ่นเล็กน้อย แต่ลืมไม่ได้
ภาษีป้ายและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นรายจ่ายที่มีจำนวนไม่มากสำหรับ SME ส่วนใหญ่ แต่การลืมยื่นหรือยื่นช้าอาจทำให้เสียเงินค่าปรับโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ยังอาจส่งผลต่อการ ประเมินความเสี่ยงภาษี ได้ในระยะยาว
หากไม่แน่ใจว่าบริษัทของคุณมีภาระภาษีท้องถิ่นอะไรบ้าง หรืออยากให้มีคนช่วยดูแลทั้งภาษีสรรพากรและภาษีท้องถิ่นแบบครบวงจร ติดต่อ A Plus Me ได้เลย ทีมงานยินดีตรวจสอบและวางระบบให้ตั้งแต่วันแรกที่จดบริษัทจนถึงการรับทำบัญชีรายเดือนอย่างต่อเนื่อง
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ภาษีป้ายและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง บริษัทต้องเสียไหม เท่าไหร่ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทที่เช่าสำนักงานต้องเสียภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไหม?
ไม่ต้องครับ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นหน้าที่ของเจ้าของกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ถ้าบริษัทเป็นเพียงผู้เช่า ภาระภาษีตกอยู่ที่เจ้าของอาคาร ไม่ใช่ผู้เช่า แต่ควรตรวจสอบสัญญาเช่าว่าเจ้าของได้ผลักภาระมาเป็นค่าเช่าหรือไม่
ภาษีป้ายต้องยื่นเมื่อไหร่และที่ไหน?
ต้องยื่นแบบ ภ.ป.1 ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ที่ป้ายตั้งอยู่ภายในเดือนมีนาคมของทุกปี และถ้าติดตั้งป้ายใหม่ระหว่างปีต้องยื่นภายใน 15 วันนับจากวันติดตั้ง
ป้ายหน้าร้านขนาดเล็กต้องเสียภาษีป้ายไหม?
ขึ้นอยู่กับขนาดและประเภทของป้าย ป้ายที่มีอักษรหรือภาพใช้โฆษณาธุรกิจและมองเห็นจากที่สาธารณะโดยทั่วไปต้องเสียภาษีป้าย แต่ถ้าขนาดเล็กกว่าเกณฑ์ที่ท้องถิ่นกำหนดอาจได้รับยกเว้น ควรสอบถามสำนักงานท้องถิ่นในพื้นที่
บริษัทเป็นเจ้าของที่ดินเปล่าที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ต้องเสียภาษีที่ดินฯ อัตราสูงไหม?
ใช่ครับ ที่ดินรกร้างว่างเปล่าหรือไม่ได้ใช้ประโยชน์จะเสียภาษีในอัตราสูงสุด (ไม่เกิน 3%) และอัตราจะเพิ่มขึ้นทุก 3 ปีที่ยังปล่อยว่างอยู่ ดังนั้นควรวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดินให้ชัดเจน
ภาษีป้ายและภาษีที่ดินฯ นำไปหักรายจ่ายทางภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ไหม?
ได้ครับ ทั้งภาษีป้ายและภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างถือเป็นรายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงเพื่อกิจการ สามารถนำไปหักเป็นรายจ่ายได้ตามปกติในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยต้องมีใบเสร็จรับเงินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหลักฐานประกอบ
ถ้าไม่ได้รับหนังสือแจ้งประเมินภาษีที่ดินฯ ไม่ต้องจ่ายได้ไหม?
ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ถ้าไม่ได้รับหนังสือควรติดต่อสอบถามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เอง เพราะหากมีภาระภาษีแต่ไม่ชำระตามกำหนด จะเสียเงินเพิ่ม 1% ต่อเดือนโดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าได้รับหนังสือแจ้งหรือไม่