เมื่อปฏิทินพลิกเข้าสู่ไตรมาสสุดท้าย เวลายังเปิดอยู่สำหรับ SME ที่ต้องการลดภาษีนิติบุคคลอย่างถูกกฎหมายก่อนวันที่ 31 ธันวาคม

ทำไมต้องวางแผนภาษีก่อนธันวาคม?

บริษัทจำกัดและห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่มีรอบบัญชีสิ้นสุด 31 ธันวาคม มีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังปิดรอบบัญชี แต่สิ่งที่ลดภาษีได้จริงนั้นต้องเกิดขึ้น ก่อนวันที่ 31 ธันวาคม เท่านั้น เพราะกรมสรรพากรรับรู้รายจ่ายตามเกณฑ์สิทธิในรอบบัญชีที่เกิดขึ้น

สำหรับ SME ที่ผ่านเกณฑ์คุณสมบัติ ได้แก่ ทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และ รายได้จากกิจการไม่เกิน 30 ล้านบาท ต่อรอบบัญชี อัตราภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเป็นแบบขั้นบันได คือ กำไรสุทธิส่วนแรก 300,000 บาทแรก เสียภาษี 0% ส่วนที่ 300,001–3,000,000 บาท เสีย 15% และส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท เสีย 20% (ข้อมูล ณ ปี 2569)

ทุกบาทที่ประหยัดได้จากการวางแผนก่อนสิ้นปีจึงมีผลต่อเงินสดในกระเป๋าของธุรกิจโดยตรง คู่มือนี้รวบรวม 8 วิธีที่ทำได้จริงและถูกกฎหมาย สำหรับเจ้าของ SME ที่ต้องการดำเนินการก่อน 31 ธันวาคม

วิธีที่ 1–3: เร่งรายจ่ายที่หักได้ก่อนปิดรอบบัญชี

วิธีที่ 1 — เร่งซื้อสินทรัพย์ถาวรเพื่อรับสิทธิค่าเสื่อมราคาปีแรก

SME ที่ซื้อสินทรัพย์ก่อน 31 ธันวาคม สามารถเริ่มหักค่าเสื่อมราคาได้ในรอบบัญชีปัจจุบันทันที โดยไม่ต้องรอปีถัดไป ยิ่งไปกว่านั้น กฎหมายยังให้สิทธิพิเศษแก่ SME ดังนี้

  • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ IT: หักค่าเสื่อมราคาในปีแรกที่ซื้อได้ทันที 40% ของราคาทุน (Initial Allowance)
  • เครื่องจักรและอุปกรณ์โรงงาน: หักปีแรกได้ 25% ของราคาทุน
  • ระบบพลังงานสีเขียว (Solar Rooftop): หักรายจ่ายได้ 1.5 เท่า ของต้นทุนจริง

ข้อควรระวัง: สินทรัพย์ต้องพร้อมใช้งานและบันทึกรับมาก่อน 31 ธันวาคม จึงจะนับเป็นรายจ่ายในรอบบัญชีปีนี้ได้ ควรมีใบส่งสินค้า ใบกำกับภาษี และหลักฐานการโอนเงินครบถ้วน

วิธีที่ 2 — เร่งจ่ายค่าใช้จ่ายดำเนินงานที่ค้างอยู่

รายจ่ายที่เกิดขึ้นจริงในรอบบัญชีปัจจุบันแต่ยังไม่ได้บันทึก เช่น ค่าซ่อมบำรุง ค่าที่ปรึกษา ค่าประกันภัย หรือค่าเช่า ที่มีสัญญาหรือข้อตกลงรองรับแล้ว สามารถตั้งเป็น ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย (Accrued Expenses) ได้ตามเกณฑ์สิทธิ ทั้งนี้ต้องเป็นรายจ่ายที่เกิดจากธุรกรรมจริง มีเอกสารประกอบ และเป็นรายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับกิจการตรงตามประเภทธุรกิจที่จดทะเบียนกับ DBD

หากต้องการให้ฝ่ายบัญชีช่วยทบทวนรายการค้างจ่ายทั้งหมดก่อนสิ้นปี บริการรับทำบัญชีรายเดือนของเราสามารถตรวจสอบและจัดทำรายการปรับปรุงบัญชีได้อย่างถูกต้อง

วิธีที่ 3 — จัดฝึกอบรมพนักงานและสัมมนาภายในประเทศ

ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมพนักงานและค่าสัมมนาในประเทศที่จัดก่อน 31 ธันวาคม สามารถหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า ของค่าใช้จ่ายจริง ไม่ว่าจะเป็นการส่งพนักงานอบรมกับสถาบันภายนอก หรือการจัดสัมมนาภายในบริษัทก็ตาม เงื่อนไขสำคัญคือต้องมีหลักสูตร กำหนดการ รายชื่อผู้เข้าร่วม และใบเสร็จจากผู้ให้บริการที่ชัดเจน

วิธีที่ 4–5: รายจ่ายที่หักได้มากกว่า 1 เท่า

วิธีที่ 4 — ลงทุนด้านวิจัยและพัฒนา (R&D)

บริษัทที่ทำ R&D โดยใช้ทีมงานภายใน สามารถหักรายจ่ายได้ 2 เท่า ของค่าใช้จ่ายจริง และหากว่าจ้างหน่วยงานวิจัยภายนอก (เช่น มหาวิทยาลัย หรือสถาบันวิจัยที่ได้รับรองจากรัฐ) อาจหักได้สูงสุดถึง 3 เท่า ซึ่งเป็นสิทธิพิเศษที่ไม่ค่อยมี SME นำไปใช้ประโยชน์

นอกจากนี้ โครงการ ยกระดับทักษะแรงงาน (Upskilling) ที่ผ่านการรับรองจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ยังหักรายจ่ายได้ 1.5 เท่าอีกด้วย ควรตรวจสอบรายการโครงการที่ได้รับสิทธิและเงื่อนไขเฉพาะกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนดำเนินการ

วิธีที่ 5 — จ้างแรงงานสูงอายุและผู้พิการ

ค่าจ้างพนักงานที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถหักเป็นรายจ่ายได้ 2 เท่า เป็นแนวทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสังคมและภาษีไปพร้อมกัน นอกจากนี้ ค่าจ้างพนักงานผู้พิการยังหักได้ในอัตราสูงขึ้น โดยกรณีพิเศษที่บริษัทจ้างแรงงานพิการเกินสัดส่วนที่กฎหมายกำหนดอาจได้รับสิทธิหักสูงถึง 3 เท่า

หากบริษัทกำลังวางแผนขยายทีมงาน ช่วงปลายปีเป็นโอกาสที่ดีในการพิจารณาจ้างพนักงานในกลุ่มนี้ ทั้งเพื่อสิทธิประโยชน์ทางภาษีในรอบบัญชีปัจจุบัน และเพื่อสร้างทีมงานที่มั่นคงในปีต่อไป

วิธีที่ 6: ตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (PVD) ก่อนสิ้นปี

กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (Provident Fund หรือ PVD) เป็นหนึ่งในเครื่องมือวางแผนภาษีที่ดีที่สุดสำหรับบริษัท เพราะให้ประโยชน์ทั้งสองด้านพร้อมกัน

  • ด้านบริษัท: เงินสมทบที่นายจ้างจ่ายเข้ากองทุน PVD หักเป็นรายจ่ายของบริษัทได้ตามอัตราที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 15% ของค่าจ้างพนักงาน ต่อปี
  • ด้านพนักงานและกรรมการ: เงินที่พนักงานสมทบยังนำไปใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาส่วนตัวได้ด้วย

สำหรับบริษัทที่ยังไม่มี PVD ควรเริ่มจัดตั้งก่อนสิ้นปี เพื่อให้เงินสมทบในเดือนธันวาคมนับเป็นรายจ่ายในรอบบัญชีปัจจุบันได้ทันที การจัดตั้ง PVD ต้องดำเนินการผ่านบริษัทจัดการกองทุนที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. และจดทะเบียนกับกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

หมายเหตุสำคัญ: RMF (กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ) และ Thai ESG เป็นเครื่องมือ ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับกรรมการหรือผู้ถือหุ้นในฐานะบุคคลธรรมดา ไม่ใช่รายจ่ายของนิติบุคคล ดังนั้นกรรมการและผู้ถือหุ้นที่ได้รับเงินเดือนควรพิจารณาซื้อ RMF ก่อนสิ้นปีภาษีในนามส่วนตัว (ลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท เมื่อรวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ) ซึ่งเป็นการวางแผนภาษีที่ควรทำควบคู่กับการวางแผนภาษีนิติบุคคล

วิธีที่ 7: บริจาคเพื่อรับสิทธิลดหย่อน — เงื่อนไขใหม่ปี 2569

การบริจาคของบริษัทสามารถนำมาหักเป็นรายจ่ายได้ แต่มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญที่เจ้าของ SME ต้องทราบ ณ ปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปี 2569)

  • บริจาคเพื่อการศึกษาทั่วไป: หักได้ 1 เท่า ของจำนวนที่บริจาคจริง (ปรับลดจากเดิม 2 เท่า)
  • บริจาคเพื่อการวิจัย โรงพยาบาลรัฐ และกีฬา: ยังคงหักได้ 2 เท่า แต่ต้องบริจาคผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากรเท่านั้น

ข้อควรระวัง: เงินบริจาคทั้งหมดรวมกันหักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายบริจาค ดังนั้นควรคำนวณกำไรประมาณการก่อนตัดสินใจยอดบริจาค และต้องบริจาคให้กับองค์กรที่ได้รับการรับรองจากกรมสรรพากรและผ่านระบบ e-Donation หากต้องการรับสิทธิหัก 2 เท่า

วิธีที่ 8: ทบทวน ภ.ง.ด.51 และประมาณการกำไรสุทธิปลายปี

วิธีนี้ไม่ใช่การลดภาษี แต่เป็นการ ป้องกันค่าปรับ ที่มักถูกมองข้าม บริษัทที่มีรอบบัญชีตรงกับปีปฏิทิน (1 ม.ค.–31 ธ.ค.) ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับจากสิ้นครึ่งปี (กรณีทั่วไปคือภายในเดือนสิงหาคม) โดยประมาณการกำไรสุทธิทั้งปี

หากกำไรจริงเมื่อสิ้นปีสูงกว่าที่ประมาณการไว้ใน ภ.ง.ด.51 เกิน 25% และไม่ได้ยื่นคำชี้แจง กรมสรรพากรมีสิทธิเรียกเก็บ เบี้ยปรับ 20% ของภาษีส่วนที่ขาด ดังนั้นช่วงปลายปีเป็นเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการ

  • ประมาณการกำไรสุทธิที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจริงทั้งปี
  • เปรียบเทียบกับตัวเลขที่ยื่นไว้ใน ภ.ง.ด.51
  • หากพบว่าตัวเลขจริงจะสูงกว่ามาก ให้รีบปรึกษานักบัญชีเพื่อวางแผนรายจ่ายที่เหลือก่อนสิ้นปี

การทำงานร่วมกับที่ปรึกษาภาษีนิติบุคคลตั้งแต่ไตรมาสสามจะช่วยให้มีเวลาเพียงพอสำหรับการดำเนินการทั้ง 8 วิธีข้างต้นอย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเสี่ยงที่จะถูกปรับหรือตรวจสอบภายหลัง

สรุป: Checklist ก่อนสิ้นปีสำหรับ SME

เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินการ นี่คือรายการตรวจสอบที่ควรทำก่อน 31 ธันวาคม

  • ทบทวนกำไรสุทธิโดยประมาณเปรียบเทียบกับ ภ.ง.ด.51 ที่ยื่นไว้
  • สำรวจสินทรัพย์ที่วางแผนซื้อในปีถัดไป และพิจารณาเร่งซื้อก่อน 31 ธ.ค.
  • ตรวจสอบค่าใช้จ่ายค้างจ่ายที่ยังไม่ได้บันทึกให้ครบถ้วน
  • วางแผนฝึกอบรมหรือสัมมนาภายในปีนี้เพื่อรับสิทธิหักรายจ่าย 2 เท่า
  • ตรวจสอบว่าบริษัทมี PVD แล้วหรือยัง และคำนวณเงินสมทบที่ยังหักได้
  • วางแผนบริจาคผ่าน e-Donation ก่อนสิ้นปีหากต้องการสิทธิหัก 2 เท่า
  • พิจารณาแผน R&D หรือโครงการ Upskilling ที่มีอยู่ว่าเบิกสิทธิหักได้มากกว่า 1 เท่าหรือไม่
  • กรรมการที่รับเงินเดือนควรพิจารณาซื้อ RMF ก่อนสิ้นปีในนามส่วนตัว

ข้อมูลในบทความนี้เป็นแนวทางทั่วไป ข้อเท็จจริงของแต่ละบริษัทอาจแตกต่างกัน กฎหมายภาษีมีการเปลี่ยนแปลง ควรปรึกษานักบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่มีใบอนุญาตเพื่อการวางแผนที่ถูกต้องสำหรับสถานการณ์เฉพาะของบริษัทท่าน

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง วางแผนภาษีปลายปีก่อนธันวาคม: 8 วิธีลดภาษีนิติบุคคลที่ถูกกฎหมายสำหรับ SME ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

บริษัท SME ที่กำไรยังไม่ถึง 300,000 บาท ต้องวางแผนภาษีปลายปีไหม?

บริษัท SME ที่มีกำไรสุทธิไม่เกิน 300,000 บาท ได้รับยกเว้นภาษีนิติบุคคลในส่วนนั้น แต่การวางแผนยังมีประโยชน์ในสองด้านหลัก คือ หนึ่ง ป้องกันไม่ให้กำไรเกินเพดาน 300,000 บาทโดยไม่จำเป็น เพราะทันทีที่เกินจะเริ่มเสียภาษี 15% ทันที และสอง การบันทึกรายจ่ายที่ถูกต้องและครบถ้วนก่อนสิ้นปีช่วยให้งบการเงินสะท้อนความเป็นจริงและลดความเสี่ยงจากการตรวจสอบภายหลัง

ซื้อ RMF ก่อนสิ้นปี บริษัทหักเป็นรายจ่ายได้ไหม?

RMF เป็นเครื่องมือลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ไม่ใช่รายจ่ายของบริษัทนิติบุคคล ดังนั้น บริษัทหักค่าซื้อ RMF เป็นรายจ่ายไม่ได้ อย่างไรก็ตาม กรรมการหรือผู้ถือหุ้นที่รับเงินเดือนจากบริษัทในฐานะบุคคลธรรมดา สามารถนำเงินที่ซื้อ RMF ไปลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาส่วนตัวได้ โดยลดหย่อนได้สูงสุด 30% ของเงินได้ แต่ไม่เกิน 500,000 บาท (รวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่น ๆ) ก่อนสิ้นปีภาษีในนามส่วนตัว

บริจาคเพื่อการศึกษาก่อนสิ้นปี บริษัทหักภาษีได้กี่เท่า?

ตั้งแต่ปี 2569 เป็นต้นมา การบริจาคเพื่อการศึกษาทั่วไปหักเป็นรายจ่ายได้เพียง 1 เท่า ของจำนวนที่บริจาคจริง (ปรับลดจากเดิมที่เคยหักได้ 2 เท่า) แต่หากบริจาคเพื่อการวิจัย โรงพยาบาลรัฐ หรือกีฬา และทำผ่านระบบ e-Donation ของกรมสรรพากร ยังคงหักได้ 2 เท่า ทั้งนี้รายจ่ายบริจาครวมทั้งหมดหักได้ไม่เกิน 2% ของกำไรสุทธิก่อนหักรายจ่ายบริจาค