สหกรณ์และวิสาหกิจชุมชนมีสถานะทางภาษีที่แตกต่างจากบริษัทและห้างหุ้นส่วนอย่างมีนัยสำคัญ การเข้าใจสิทธิยกเว้นและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้องช่วยให้คณะกรรมการและสมาชิกวางแผนการเงินได้อย่างถูกต้องและประหยัดต้นทุน

สหกรณ์กับภาษีเงินได้นิติบุคคล: ทำไมถึงไม่ต้องเสีย?

คำถามแรกที่คณะกรรมการสหกรณ์มักถามคือ "สหกรณ์ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือไม่?" คำตอบโดยหลักการคือ ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะสหกรณ์เป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ ซึ่งไม่เข้าลักษณะเป็น "บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล" ตามมาตรา 39 แห่งประมวลรัษฎากร ผู้มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามประมวลรัษฎากรได้แก่บริษัทจำกัด บริษัทมหาชนจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด และห้างหุ้นส่วนสามัญจดทะเบียน เท่านั้น

ความแตกต่างนี้มีผลทางปฏิบัติอย่างมาก กล่าวคือกำไรสุทธิที่สหกรณ์ได้รับจากการดำเนินงานปกติ ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ยรับจากการให้กู้ยืมแก่สมาชิก รายได้จากการจำหน่ายสินค้า หรือค่าบริการต่าง ๆ ล้วนไม่ถูกนำมาคำนวณเป็นฐานภาษีเงินได้นิติบุคคล

อย่างไรก็ตาม ต้องระมัดระวังว่า สถานะยกเว้นนี้ผูกติดกับรูปแบบองค์กร หากกลุ่มใดดำเนินกิจการในรูปบริษัทจำกัดหรือห้างหุ้นส่วนแม้จะมีวัตถุประสงค์คล้ายสหกรณ์ ก็ยังคงต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของสมาชิกสหกรณ์: เงินปันผลและเฉลี่ยคืน

แม้ตัวสหกรณ์จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่สมาชิกที่ได้รับเงินจากสหกรณ์ยังอาจมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ โดยแยกพิจารณาตามประเภทเงินได้ดังนี้

  • ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จากสหกรณ์ออมทรัพย์: สมาชิกได้รับยกเว้นไม่ต้องนำดอกเบี้ยดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้ดอกเบี้ยเงินฝากประเภทออมทรัพย์ที่ได้รับจากสหกรณ์ได้รับยกเว้นภาษี สิทธิ์นี้เป็นข้อได้เปรียบสำคัญเมื่อเทียบกับดอกเบี้ยจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป
  • เงินปันผล (Dividend): เงินปันผลที่สมาชิกได้รับจากสหกรณ์ตามอัตราหุ้น ถือเป็นเงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(4)(ข) สหกรณ์มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราที่กฎหมายกำหนด และสมาชิกต้องนำไปรวมในการยื่นภาษีประจำปี
  • เงินเฉลี่ยคืน (Patronage Refund): เงินเฉลี่ยคืนที่สหกรณ์คืนให้สมาชิกตามสัดส่วนธุรกรรมที่ทำกับสหกรณ์ในรอบปี โดยหลักการถือเป็นเงินได้ที่ต้องแจ้งในการยื่นภาษี อย่างไรก็ตาม ลักษณะทางภาษีที่แท้จริงขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของกรมสรรพากรในแต่ละกรณี จึงควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนกำหนดนโยบายการจ่าย

สหกรณ์ในฐานะผู้จ่ายเงินมีหน้าที่ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย และยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 (สำหรับบุคคลธรรมดา) ให้ถูกต้องครบถ้วนทุกครั้ง หากสหกรณ์ละเลยหน้าที่นี้อาจถูกประเมินภาษีและเบี้ยปรับจากกรมสรรพากรได้

VAT ของสหกรณ์: เมื่อใดต้องจดทะเบียน?

สหกรณ์แม้จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่ ไม่ได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) โดยอัตโนมัติ หากสหกรณ์ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่ไม่ได้รับยกเว้น VAT และมียอดรายรับเกินเกณฑ์ที่กำหนด ก็มีหน้าที่จดทะเบียน VAT

เกณฑ์รายรับ VAT: ตามกฎหมายปัจจุบัน (ข้อมูล ณ ปี 2569) รายรับจากกิจการที่ต้องเสีย VAT เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด หลังจากยอดรายรับเกินเกณฑ์

อัตรา VAT: ปัจจุบันอยู่ที่ 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 ซึ่งมีผลถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ทั้งนี้ อัตรา 7% เป็นการลดจากอัตราตามกฎหมายที่แท้จริงซึ่งอยู่ที่ 10% และต้องมีการต่ออายุโดยพระราชกฤษฎีกาทุกปี ดังนั้นควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากรอีกครั้ง

กิจกรรมที่สหกรณ์มักทำและต้องพิจารณา VAT ได้แก่

  • สหกรณ์การเกษตร ที่จำหน่ายปุ๋ย เมล็ดพันธุ์ หรือสินค้าเกษตรแปรรูป — ต้องตรวจสอบว่าสินค้าแต่ละรายการได้รับยกเว้น VAT หรือไม่ เช่น พืชผลเกษตรที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปบางประเภทอาจได้รับยกเว้น VAT
  • สหกรณ์ออมทรัพย์ ที่รายได้หลักมาจากดอกเบี้ยรับ — บริการสินเชื่อและการรับฝากเงินโดยทั่วไปได้รับยกเว้นจากการเป็นกิจการที่อยู่ในบังคับ VAT แต่รายได้ประเภทอื่นเช่นค่าธรรมเนียมบริการต้องประเมินแยก
  • สหกรณ์บริการ เช่น สหกรณ์แท็กซี่หรือสหกรณ์ขนส่ง — กิจกรรมเหล่านี้มักอยู่ในบังคับ VAT และต้องจดทะเบียนหากรายรับเกินเกณฑ์

เนื่องจากขอบเขต VAT ของสหกรณ์มีความซับซ้อนและขึ้นอยู่กับประเภทกิจกรรมเฉพาะ การปรึกษาที่ปรึกษาภาษีที่เชี่ยวชาญสหกรณ์ก่อนดำเนินกิจการใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญ

วิสาหกิจชุมชน: สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้และเงื่อนไข

วิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน และดำเนินการในรูปแบบ ห้างหุ้นส่วนสามัญหรือคณะบุคคลที่ไม่ใช่นิติบุคคล ได้รับสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ที่สำคัญมากดังนี้

  • เงื่อนไขหลักของการยกเว้น: วิสาหกิจชุมชนที่มีรายได้พึงประเมินรวม ไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ทั้งจำนวน ตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 371 (พ.ศ. 2563) โดยการยกเว้นนี้ถูกขยายระยะเวลาออกไปจนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ซึ่งหมายความว่าสำหรับปีภาษีหลังจากนั้น อาจต้องตรวจสอบว่ามีการต่ออายุหรือไม่
  • กรณีรายได้เกิน 1,800,000 บาท: วิสาหกิจชุมชนจะเสียสิทธิยกเว้นทั้งหมด และต้องคำนวณภาษีเงินได้จากเงินได้สุทธิทั้งจำนวนตามอัตราบุคคลธรรมดา (หรืออัตราห้างหุ้นส่วนสามัญ แล้วแต่กรณี)
  • ข้อกำหนดการจดทะเบียน: ต้องจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนกับกรมส่งเสริมการเกษตรอย่างถูกต้อง จึงจะได้รับสิทธิยกเว้น กลุ่มที่ไม่ได้จดทะเบียนจะไม่ได้รับสิทธิ์นี้

ประเด็นที่วิสาหกิจชุมชนมักเข้าใจผิดคือ การยกเว้นนี้ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องยื่นแบบภาษีเลย หากวิสาหกิจชุมชนมีเงินได้เกิน 30,000 บาทต่อปี ยังคงต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ตามกำหนดเวลา โดยในแบบจะระบุสิทธิยกเว้นตามกฎหมาย หากไม่ยื่นอาจถูกปรับได้แม้ไม่มีภาษีต้องชำระ

วิสาหกิจชุมชนที่มีรายได้ใกล้เกณฑ์ 1,800,000 บาท ควรวางแผนอย่างรอบคอบ เพราะการเกินเกณฑ์เพียงบาทเดียวจะทำให้เสียสิทธิยกเว้นทั้งหมด การจัดทำบัญชีรายเดือนที่ถูกต้องจึงช่วยให้ติดตามรายได้สะสมได้อย่างใกล้ชิด

VAT ของวิสาหกิจชุมชน: ภาระที่หลายกลุ่มมองข้าม

สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ของวิสาหกิจชุมชน ไม่ครอบคลุมภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ทั้งสองระบบแยกจากกันโดยสิ้นเชิง ดังนั้นหากวิสาหกิจชุมชนขายสินค้าหรือให้บริการที่ต้องเสีย VAT และมีรายรับเกิน 1,800,000 บาท ก็ยังต้องจดทะเบียน VAT ตามปกติ

ในทางปฏิบัติ วิสาหกิจชุมชนหลายแห่งดำเนินกิจการเกษตรแปรรูปหรือจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งบางประเภทได้รับยกเว้น VAT (เช่น พืชผลเกษตรที่ยังไม่ผ่านการแปรรูปบางชนิด) ในขณะที่บางประเภทอยู่ในบังคับ VAT (เช่น อาหารแปรรูปพร้อมรับประทาน) จึงต้องตรวจสอบเป็นรายผลิตภัณฑ์

ข้อดีของการจดทะเบียน VAT คือวิสาหกิจชุมชนจะมีสิทธิขอคืน ภาษีซื้อ (Input Tax) จากวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการผลิต ซึ่งช่วยลดต้นทุนได้จริง อย่างไรก็ตาม ต้องแลกกับภาระด้านการจัดเก็บเอกสารและยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน

ควรระลึกด้วยว่าอัตรา VAT ปัจจุบัน 7% (ข้อมูล ณ ปี 2569 ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 มีผลถึง 30 กันยายน 2569) อาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อพระราชกฤษฎีกาหมดอายุ ควรติดตามประกาศจากกรมสรรพากรเสมอ

การจัดสรรกำไรและเงินปันผล: ข้อปฏิบัติที่ถูกต้อง

สหกรณ์มีระบบการจัดสรรกำไรที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งแตกต่างจากบริษัทจำกัด โดยกฎหมายสหกรณ์กำหนดกรอบการจัดสรรไว้ชัดเจน ได้แก่ การจัดสรรทุนสำรอง เงินปันผลตามหุ้น เงินเฉลี่ยคืนแก่สมาชิก และเงินเข้ากองทุนต่าง ๆ

ในมิติภาษี การจัดสรรกำไรแต่ละประเภทมีนัยทางภาษีสำหรับสมาชิกต่างกันดังนี้

  • เงินปันผลตามหุ้น: สมาชิกผู้รับมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในฐานะเงินได้ประเภทเงินปันผล สหกรณ์ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและออกหลักฐานการหักให้สมาชิก
  • เงินเฉลี่ยคืน: ส่วนนี้มีลักษณะเป็นการคืนเงินส่วนเกินที่สมาชิกชำระไปกับสหกรณ์ตลอดปี ลักษณะทางภาษีในทางปฏิบัติอาจแตกต่างกันขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของกรมสรรพากร จึงควรขอคำยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญหรือขอหนังสือตอบข้อหารือจากกรมสรรพากรเพื่อความชัดเจน
  • ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์: ดังที่กล่าวแล้วในข้างต้น สมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร

สหกรณ์ต้องจัดทำและส่งแบบ ภ.ง.ด.1 สำหรับรายได้ที่ได้หักภาษี ณ ที่จ่ายของสมาชิก รวมถึงต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ว่าด้วยการจัดสรรกำไรก่อนที่จะมีการจ่ายเงินใด ๆ ให้สมาชิก การจัดการระบบเอกสารที่ดีตั้งแต่ต้นจะช่วยลดความเสี่ยงในการถูกตรวจสอบ ผู้ที่ต้องการระบบบัญชีที่ครบถ้วนสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากสำนักงานบัญชีที่เชี่ยวชาญงานสหกรณ์

หมายเหตุสำคัญ: ข้อมูลในบทความนี้เป็นหลักการทั่วไป ณ ปี 2569 กฎหมายภาษีและพระราชกฤษฎีกาที่เกี่ยวข้องมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกปี โดยเฉพาะประเด็นอัตรา VAT และระยะเวลายกเว้นภาษีวิสาหกิจชุมชน ควรตรวจสอบกับกรมสรรพากรหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจใด ๆ

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ภาษีธุรกิจสหกรณ์และวิสาหกิจชุมชน: สิทธิยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีซื้อ และการจัดสรรกำไรสมาชิก ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

สหกรณ์ออมทรัพย์ต้องยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลหรือเปล่า?

สหกรณ์ออมทรัพย์ไม่มีหน้าที่เสียภาษีเงินได้นิติบุคคล เพราะสหกรณ์เป็นนิติบุคคลตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ ไม่ใช่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามประมวลรัษฎากร อย่างไรก็ตาม สมาชิกที่ได้รับเงินปันผลจากสหกรณ์ยังมีหน้าที่เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในส่วนนั้น และสหกรณ์มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายเงินปันผลให้สมาชิก

วิสาหกิจชุมชนที่รายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาท ยังต้องยื่นภาษีไหม?

แม้วิสาหกิจชุมชนที่จดทะเบียนถูกต้องและมีรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปีจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ แต่ยังต้องยื่นแบบแสดงรายการภาษี (ภ.ง.ด.90) ตามกำหนดเวลาหากมีเงินได้เกิน 30,000 บาทต่อปี โดยในแบบจะระบุการใช้สิทธิยกเว้น การละเว้นการยื่นแบบแม้ไม่มีภาษีต้องชำระอาจส่งผลให้ถูกเรียกปรับได้ ทั้งนี้สิทธิยกเว้นนี้มีผลถึง 31 ธันวาคม 2568 จึงควรติดตามการต่ออายุหลังจากนั้น

ดอกเบี้ยเงินฝากที่สมาชิกได้รับจากสหกรณ์ออมทรัพย์ต้องเสียภาษีหรือไม่?

ดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ที่สมาชิกได้รับจากสหกรณ์ออมทรัพย์ได้รับยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามมาตรา 47 ทวิ แห่งประมวลรัษฎากร สมาชิกไม่ต้องนำดอกเบี้ยดังกล่าวไปรวมคำนวณภาษีในการยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 อย่างไรก็ตาม สิทธิ์นี้ครอบคลุมเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์จากสหกรณ์ออมทรัพย์เท่านั้น ไม่รวมเงินปันผลตามหุ้นหรือเงินเฉลี่ยคืนซึ่งมีหลักเกณฑ์ภาษีแตกต่างกัน