ธุรกิจห้องปฏิบัติการทดสอบและรับรองมาตรฐาน ISO มีโครงสร้างภาษีที่ซับซ้อนกว่าธุรกิจบริการทั่วไป ตั้งแต่การจัดเก็บ VAT ค่าทดสอบ การหัก ณ ที่จ่ายผู้เชี่ยวชาญอิสระ ไปจนถึงสิทธิประโยชน์ BOI ที่เจ้าของกิจการ Lab ควรรู้

ธุรกิจห้องปฏิบัติการทดสอบมีรายได้ประเภทใดบ้าง และแต่ละประเภทมีภาระภาษีต่างกันอย่างไร

ก่อนวางแผนภาษีให้ถูกต้อง เจ้าของกิจการ Lab ต้องเข้าใจก่อนว่ารายได้ของตัวเองจัดอยู่ในประเภทใด เนื่องจากแต่ละกระแสรายได้มีผลต่อภาระ VAT และการหัก ณ ที่จ่ายที่ต่างกัน

  • ค่าบริการทดสอบ (Testing Fee) รายได้หลักจากการทดสอบตัวอย่างของลูกค้า เช่น การทดสอบคุณภาพวัตถุดิบ ผลิตภัณฑ์อาหาร เคมีภัณฑ์ หรือชิ้นส่วนอุตสาหกรรม
  • ค่าบริการสอบเทียบ (Calibration Fee) รายได้จากการสอบเทียบเครื่องมือวัดและอุปกรณ์ทดสอบของลูกค้า ซึ่งอาจดำเนินการที่ห้องปฏิบัติการหรือเดินทางไปสอบเทียบ ณ สถานที่ลูกค้า
  • ค่าใบรับรองมาตรฐาน (Certification Fee) รายได้จากการออกใบรับรองหรือรายงานผลการทดสอบ บางกิจการแยกค่าใบรับรองออกจากค่าทดสอบ บางแห่งรวมไว้ในแพ็กเกจเดียว
  • ค่าที่ปรึกษาและฝึกอบรม รายได้จากการให้คำปรึกษาระบบคุณภาพ ISO หรือจัดฝึกอบรมบุคลากรขององค์กรลูกค้า ซึ่งมีนัยด้านการจัดประเภทภาษีที่แตกต่างออกไป
  • ค่าสิทธิการใช้เทคโนโลยีหรือวิธีทดสอบ (Royalty) หาก Lab ได้รับค่าสิทธิจากการอนุญาตให้หน่วยงานอื่นใช้วิธีทดสอบที่พัฒนาขึ้น รายได้ส่วนนี้จัดเป็นเงินได้ประเภทค่าสิทธิตามมาตรา 40(3)

การจำแนกรายได้ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้บันทึกบัญชีและยื่นแบบภาษีได้ถูกหมวดหมู่ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของ การทำบัญชีรายเดือน ที่มีคุณภาพ

VAT สำหรับค่าบริการทดสอบและออกใบรับรอง: ต้องจดทะเบียนเมื่อใด และเรียกเก็บอย่างไร

บริการทดสอบและรับรองมาตรฐานโดยทั่วไปเป็น บริการที่อยู่ในระบบ VAT ไม่ได้รับยกเว้น เว้นแต่กรณีเฉพาะที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่น บริการของหน่วยงานราชการหรือองค์กรที่ได้รับการยกเว้นตามกฎหมายเฉพาะ

เกณฑ์จดทะเบียน VAT: เมื่อรายได้รวมจากบริการที่ต้องเสีย VAT ในรอบ 12 เดือนเกิน 1,800,000 บาท กิจการต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายในกำหนดเวลาที่กฎหมายกำหนด (ข้อมูล ณ ปี 2569 — กรมสรรพากร rd.go.th)

อัตรา VAT ปัจจุบัน: 7% (รวมภาษีท้องถิ่น) ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 ซึ่งมีผลบังคับตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2569 อย่างไรก็ดี อัตรา 7% เป็นอัตราลดหย่อนจากอัตราตามกฎหมายที่ 10% และต้องได้รับการต่ออายุโดยพระราชกฤษฎีกาในแต่ละรอบ ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริง ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากรเสมอ

ประเด็นปฏิบัติสำหรับ Lab ที่ต้องระวัง:

  • การออกใบกำกับภาษี: ต้องออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ส่งมอบบริการหรือรับชำระเงิน แล้วแต่เหตุการณ์ใดจะเกิดขึ้นก่อน ห้ามรอจนครบชุดงานทดสอบทั้งหมดก่อนออกใบกำกับ
  • การทดสอบให้ลูกค้าต่างประเทศ: หากลูกค้าเป็นนิติบุคคลต่างประเทศและบริการนั้นถือว่าใช้ประโยชน์นอกราชอาณาจักร อาจเข้าข่ายอัตราศูนย์ (Zero-rate) แต่ต้องศึกษาเงื่อนไขตามประมวลรัษฎากรอย่างละเอียด และหารือกับผู้เชี่ยวชาญก่อนใช้สิทธิ
  • ค่าบริการรายเดือน/สัญญาระยะยาว: กรณีทำสัญญาทดสอบต่อเนื่องระยะยาว ต้องพิจารณาจุดรับรู้รายได้และจุดเกิดความรับผิดในการเสีย VAT ในแต่ละงวด
  • ค่าใบรับรองที่แยกเรียกเก็บ: ค่าธรรมเนียมออกใบรับรองที่เรียกเก็บแยกต่างหากก็ยังเป็นค่าบริการที่ต้องคำนวณ VAT เว้นแต่จะมีกฎหมายยกเว้นเฉพาะ

การหัก ณ ที่จ่ายในธุรกิจ Lab: ผู้จ่ายเงินหัก และ Lab ถูกหักเมื่อใด

กิจการ Lab เกี่ยวข้องกับภาษีหัก ณ ที่จ่ายทั้งในฐานะ ผู้ถูกหัก (เมื่อรับเงินจากลูกค้านิติบุคคล) และในฐานะ ผู้หัก (เมื่อจ่ายเงินให้ผู้เชี่ยวชาญอิสระหรือผู้รับจ้างภายนอก)

กรณีที่ 1: Lab ถูกลูกค้าหัก ณ ที่จ่าย

เมื่อลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลจ่ายค่าบริการทดสอบให้ Lab ลูกค้าต้องหัก ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ตามหลักการค่าจ้างทำของ/ค่าบริการตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 (สำหรับการจ่ายให้นิติบุคคลด้วยกัน) Lab จะได้รับหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ซึ่งนำไปใช้เป็นเครดิตภาษีในการยื่นแบบภาษีนิติบุคคลประจำปีได้

สิ่งที่ต้องทำ: เก็บหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่ายทุกฉบับอย่างเป็นระบบ และตรวจสอบว่ายอดที่ถูกหักตรงกับที่บันทึกในบัญชีลูกหนี้

กรณีที่ 2: Lab หักเงินผู้เชี่ยวชาญอิสระ (Freelance Scientist / Subject Matter Expert)

เมื่อ Lab ว่าจ้างนักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญอิสระที่ไม่ใช่พนักงานประจำ การจัดประเภทเงินได้มีผลต่ออัตราหัก ณ ที่จ่ายโดยตรง

  • ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นพนักงานประจำ (มาตรา 40(1)): หัก ณ ที่จ่ายตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบก้าวหน้า ไม่ใช่อัตราคงที่ ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 รายเดือน
  • ผู้เชี่ยวชาญอิสระที่รับจ้างทำงาน/ให้คำปรึกษา (มาตรา 40(2)): กรณีมีลักษณะการจ้างที่คล้ายลูกจ้างแม้ไม่มีสัญญาจ้างประจำ เงินได้อาจจัดเป็นมาตรา 40(2) หัก ณ ที่จ่าย 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.1 หรือ ภ.ง.ด.3
  • ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการในนามธุรกิจส่วนตัว (มาตรา 40(8)): กรณีผู้รับจ้างมีลักษณะประกอบธุรกิจอิสระ เงินได้อาจจัดเป็นมาตรา 40(8) หัก ณ ที่จ่าย 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.3
  • บริษัทที่ปรึกษาหรือห้องปฏิบัติการรับจ้างที่เป็นนิติบุคคล: หัก ณ ที่จ่าย 3% ยื่นแบบ ภ.ง.ด.53

ข้อควรระวัง: การจัดประเภทเงินได้ของผู้เชี่ยวชาญอิสระขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของความสัมพันธ์ (ลักษณะการควบคุม เวลา อุปกรณ์ และผลลัพธ์ที่ตกลงกัน) ไม่ใช่แค่ชื่อในสัญญา หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีก่อนทำสัญญา

หาก Lab จ่ายค่าสิทธิในการใช้วิธีทดสอบหรือโนว์ฮาวแก่เจ้าของสิทธิ อัตราหัก ณ ที่จ่ายคือ 3% (มาตรา 40(3) ประกอบ ท.ป.4/2528) หรือ 1% สำหรับผู้จ่ายที่ใช้ระบบ e-Withholding Tax ของกรมสรรพากร (ขยายเวลาถึง 31 ธันวาคม 2570 ตามมติคณะรัฐมนตรี มิถุนายน 2569)

การรับรู้รายได้และต้นทุน: ประเด็นบัญชีที่กระทบภาษีนิติบุคคล

ห้องปฏิบัติการทดสอบมักมีลักษณะงานที่ต้องใช้เวลาหลายวันหรือหลายสัปดาห์จึงจะเสร็จสิ้น ทำให้เกิดคำถามว่า ควรรับรู้รายได้เมื่อใด ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิและภาษีนิติบุคคลที่ต้องชำระ

หลักการรับรู้รายได้สำหรับ Lab

  • งานทดสอบสั้น (เสร็จภายในงวดบัญชีเดียว): รับรู้รายได้เมื่อส่งมอบรายงานผลหรือใบรับรองให้ลูกค้า หลักการนี้ตรงไปตรงมาและไม่ก่อปัญหาการรับรู้รายได้ข้ามงวด
  • สัญญาทดสอบต่อเนื่อง (Retainer Contract): หาก Lab รับค่าบริการล่วงหน้าสำหรับการทดสอบตลอดปี ต้องพิจารณาว่าจะบันทึกเป็นรายได้รอตัดบัญชี (Deferred Revenue) ก่อน แล้วทยอยรับรู้ตามความก้าวหน้าของงานที่ส่งมอบจริง ทั้งนี้ตามมาตรฐานการบัญชีที่เกี่ยวข้อง
  • การทดสอบหลายขั้นตอน (Multi-stage Testing): กรณีงานมีหลายระยะ เช่น การเก็บตัวอย่าง การวิเคราะห์ในห้องปฏิบัติการ และการออกรายงาน อาจรับรู้รายได้ตามสัดส่วนของงานที่เสร็จแล้ว โดยต้องมีวิธีการวัดความก้าวหน้าที่น่าเชื่อถือ

ต้นทุนที่หักได้และที่ต้องระวัง

  • ค่าเสื่อมราคาเครื่องมือทดสอบ: เครื่องมือวิทยาศาสตร์ราคาสูงเช่น HPLC, GC-MS, หรือเครื่องสเปกโตรมิเตอร์ หักค่าเสื่อมราคาได้ตามอายุการใช้งานที่กรมสรรพากรกำหนดสำหรับสินทรัพย์ประเภทนั้น
  • ค่าสารมาตรฐานและวัสดุสิ้นเปลือง (Reference Standards & Consumables): เป็นต้นทุนขายโดยตรงที่หักได้ในปีที่ใช้จริง ต้องมีเอกสารพิสูจน์การใช้งานที่ชัดเจน
  • ค่าตรวจสอบความสามารถห้องปฏิบัติการ (Proficiency Testing): ค่าใช้จ่ายในการเข้าร่วมโปรแกรม PT ที่กำหนดโดยมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ถือเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจที่หักได้
  • ค่าต่ออายุการรับรอง (Accreditation Fee): ค่าธรรมเนียมที่จ่ายให้สำนักงานรับรองความสามารถห้องปฏิบัติการ (เช่น กรมวิทยาศาสตร์บริการ หรือ UKAS, DAkkS ฯลฯ) หักได้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินกิจการ

การจัดระบบบัญชีที่แยกหมวดหมู่ต้นทุนได้ชัดเจนช่วยให้ตรวจสอบกำไรขั้นต้นรายกลุ่มบริการได้ และเป็นฐานที่ดีสำหรับการ วางแผนภาษีนิติบุคคล อย่างมีประสิทธิภาพ

ภาษีนิติบุคคลสำหรับ Lab SME: อัตราก้าวหน้าและเงื่อนไขที่ต้องรักษา

ห้องปฏิบัติการทดสอบส่วนใหญ่ที่จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดในไทยสามารถใช้อัตราภาษีนิติบุคคล SME แบบก้าวหน้าได้ หากปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด (ข้อมูล ณ ปี 2569 — PwC Worldwide Tax Summaries Thailand)

เงื่อนไขคุณสมบัติ SME (ต้องครบทั้งสองข้อ):

  • ทุนจดทะเบียนชำระแล้ว ไม่เกิน 5,000,000 บาท ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี
  • รายได้จากการขายสินค้าและบริการ ไม่เกิน 30,000,000 บาท ในรอบบัญชีนั้น

อัตราภาษีนิติบุคคล SME แบบขั้นบันได:

  • กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาท: 0% (ยกเว้นภาษี)
  • กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: 15%
  • กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: 20%

หาก Lab ขยายกิจการจนรายได้เกิน 30,000,000 บาท หรือเพิ่มทุนเกิน 5,000,000 บาท ในปีนั้นจะต้องเสียภาษีนิติบุคคลในอัตรามาตรฐาน 20% ของกำไรสุทธิทั้งหมด โดยไม่ได้รับอัตราก้าวหน้า การวางแผนระดับรายได้และโครงสร้างทุนจึงมีความสำคัญสำหรับ Lab ที่กำลังเติบโต

ภาษีครึ่งปี (ภ.ง.ด.51): ต้องยื่นแบบและชำระภาษีนิติบุคคลครึ่งปีภายใน 2 เดือนนับแต่วันสุดท้ายของ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี โดยประมาณการกำไรสุทธิของทั้งปีบัญชี หาก Lab ประมาณการต่ำกว่าความเป็นจริงเกินกว่าร้อยละ 25 อาจถูกเรียกเก็บเงินเพิ่ม จึงต้องวางแผนรายได้ครึ่งปีให้แม่นยำ

สิทธิประโยชน์ BOI สำหรับกิจการทดสอบและสอบเทียบ: มีอะไรและเงื่อนไขคืออะไร

คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ให้การส่งเสริมกิจการในกลุ่มบริการสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึง กิจการบริการสอบเทียบและกิจการห้องปฏิบัติการทดสอบ โดยบริการเหล่านี้ปรากฏอยู่ในประเภทกิจการที่ BOI ส่งเสริมภายใต้หมวดบริการ อย่างไรก็ดี เงื่อนไขและสิทธิประโยชน์เฉพาะอาจแตกต่างกันตามประเภทย่อยและเงื่อนไขโครงการ

สิทธิประโยชน์ที่กิจการ Lab ที่ได้รับการส่งเสริม BOI อาจได้รับโดยทั่วไปประกอบด้วย:

  • ยกเว้นภาษีนิติบุคคล: ระยะเวลาการยกเว้นภาษีนิติบุคคลจากกำไรสุทธิที่ได้จากกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ระยะเวลาขึ้นอยู่กับประเภทและระดับความสำคัญของกิจการตามนโยบาย BOI
  • ยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร: กิจการที่ได้รับการส่งเสริมอาจได้รับยกเว้นอากรขาเข้าสำหรับเครื่องมือและเครื่องจักรที่นำเข้ามาใช้ในโครงการ ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับ Lab ที่ต้องนำเข้าเครื่องมือวิทยาศาสตร์ราคาสูงจากต่างประเทศ
  • สิทธิพิเศษด้านแรงงานต่างชาติ: อาจได้รับอนุญาตนำช่างผู้ชำนาญการและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติเข้ามาทำงานในโครงการได้สะดวกขึ้น

ข้อสำคัญ: สิทธิประโยชน์ BOI มีเงื่อนไขการปฏิบัติตามที่เข้มงวด รวมถึงการรายงานความก้าวหน้าโครงการ การรักษาอัตราส่วนการจ้างงานคนไทย และการปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ระบุในบัตรส่งเสริม หาก Lab ฝ่าฝืนเงื่อนไขอาจถูกเพิกถอนสิทธิ์และต้องชำระภาษีย้อนหลัง รายละเอียดสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขที่แน่นอนควรตรวจสอบกับ BOI โดยตรงหรือปรึกษาที่ปรึกษาที่มีความเชี่ยวชาญ เนื่องจากนโยบาย BOI มีการปรับปรุงเป็นระยะ

Lab ที่กำลังพิจารณาขอรับการส่งเสริม BOI หรือต้องการทบทวนโครงสร้างธุรกิจและภาษีให้เหมาะสม สามารถติดต่อสำนักงานบัญชีที่มีประสบการณ์ด้านนี้เพื่อประเมินความเป็นไปได้และเตรียมเอกสารให้ครบถ้วน

สรุปจุดตรวจสอบภาษีประจำปีสำหรับเจ้าของ Lab

เพื่อให้กิจการห้องปฏิบัติการทดสอบและรับรองมาตรฐานดำเนินไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายและมีประสิทธิภาพ เจ้าของกิจการควรทบทวนประเด็นต่อไปนี้เป็นประจำ:

  • ยอดรายได้สะสม: ตรวจสอบว่ายอดรายได้สะสมในปีปัจจุบันเข้าใกล้หรือเกินเกณฑ์ 1,800,000 บาทหรือไม่ เพื่อจัดการจดทะเบียน VAT ให้ทันเวลา
  • การรวบรวมหนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย: รวบรวมและตรวจสอบหนังสือ 50 ทวิ จากลูกค้าทุกรายให้ครบก่อนปิดงบประจำปี
  • การนำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ Lab เป็นผู้หัก: ตรวจสอบว่าหักและนำส่งภาษีสำหรับผู้เชี่ยวชาญอิสระและผู้รับจ้างครบถ้วนทุกเดือน (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 ตามแต่กรณี) ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นผ่านอินเทอร์เน็ต)
  • การประมาณการกำไรสำหรับ ภ.ง.ด.51: วางแผนประมาณการกำไรครึ่งปีให้แม่นยำเพื่อหลีกเลี่ยงเงินเพิ่ม
  • การตรวจสอบเงื่อนไข SME CIT: ติดตามทุนจดทะเบียนและรายได้ว่ายังอยู่ในเกณฑ์ SME หรือไม่ โดยเฉพาะในปีที่กิจการเติบโตรวดเร็ว
  • การต่ออายุ VAT rate: ตรวจสอบพระราชกฤษฎีกาล่าสุดที่กรมสรรพากร (rd.go.th) เพื่อยืนยันอัตรา VAT ที่บังคับใช้ในปีที่ยื่น

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ภาษีธุรกิจห้องปฏิบัติการทดสอบและรับรองมาตรฐาน ISO: รายได้ค่าทดสอบ VAT และหัก ณ ที่จ่ายนักวิทยาศาสตร์ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าบริการทดสอบที่ Lab เรียกเก็บลูกค้า ต้องบวก VAT 7% ด้วยหรือเปล่า

โดยทั่วไปค่าบริการทดสอบถือเป็นการให้บริการที่อยู่ในระบบ VAT ซึ่งต้องเรียกเก็บ VAT เพิ่มเติมจากลูกค้าหากกิจการ Lab จดทะเบียน VAT แล้ว อัตราปัจจุบันคือ 7% ตามพระราชกฤษฎีกาที่มีผลถึง 30 กันยายน 2569 และต้องตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้จริง ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากรเสมอ Lab ที่มีรายได้ไม่เกิน 1,800,000 บาทต่อปียังไม่มีหน้าที่จดทะเบียน VAT แต่เมื่อเกินเกณฑ์นั้นต้องยื่นจดทะเบียนภายในกำหนด

เวลาจ้างนักวิทยาศาสตร์อิสระมาช่วยงานทดสอบ Lab ต้องหัก ณ ที่จ่ายเท่าไหร่

ขึ้นอยู่กับลักษณะความสัมพันธ์และประเภทเงินได้ที่จัดให้ผู้รับเงิน หากเป็นบุคคลธรรมดาที่รับจ้างทำงานในลักษณะผู้รับจ้างอิสระ (ไม่ใช่ลูกจ้างประจำ) โดยทั่วไปจะหัก ณ ที่จ่าย 3% และยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ส่วนหากผู้เชี่ยวชาญดังกล่าวจัดตั้งเป็นนิติบุคคลให้บริการ ก็หัก ณ ที่จ่าย 3% เช่นกันและยื่นแบบ ภ.ง.ด.53 อย่างไรก็ดีการจัดประเภทเงินได้ที่ถูกต้องขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงของแต่ละกรณี แนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีเพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาด

Lab ที่ได้รับการรับรอง ISO/IEC 17025 จะได้สิทธิ BOI ลดภาษีนิติบุคคลได้ไหม

การรับรอง ISO/IEC 17025 เป็นคุณสมบัติด้านมาตรฐานของห้องปฏิบัติการ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขที่ทำให้ได้สิทธิ BOI โดยอัตโนมัติ กิจการบริการทดสอบและสอบเทียบสามารถยื่นขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ได้ โดยต้องผ่านกระบวนการพิจารณาและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ BOI กำหนด ซึ่งอาจรวมถึงการยกเว้นภาษีนิติบุคคลชั่วคราวและยกเว้นอากรขาเข้าเครื่องจักร รายละเอียดเงื่อนไขและสิทธิประโยชน์ที่แน่นอนควรตรวจสอบกับ BOI โดยตรง (boi.go.th) เนื่องจากนโยบายมีการปรับปรุงเป็นระยะ