ธุรกิจ "รับจัดเลี้ยงนอกสถานที่ (Catering)" เป็นธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างการทำอาหาร (ขายสินค้า) และการจัดตกแต่งสถานที่พร้อมทีมงานเสิร์ฟ (ให้บริการ) ประเด็นสำคัญคือการวางลักษณะสัญญาเพื่อคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายและการออกใบกำกับภาษีอย่างเหมาะสม

1. การปันส่วนสัญญาระหว่าง "ค่าอาหาร" (ขายสินค้า) กับ "ค่าจัดงาน" (บริการ)

เมื่อบริษัทรับจัดเลี้ยงออกบิลให้กับลูกค้าที่เป็นนิติบุคคล ภาระภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) จะขึ้นอยู่กับข้อความที่ระบุในสัญญาและเอกสารเรียกเก็บเงิน:

  • กรณีรวมเป็นยอดเดียว (เช่น "ค่าจัดเลี้ยงนอกสถานที่ 100,000 บาท"): สรรพากรจะตีความว่าเป็นการให้บริการทั้งจำนวน ลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลจะต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตรา **3%** จากฐานยอดเงินทั้งหมด
  • กรณีแยกรายละเอียดสัญญา (ค่าอาหาร และ ค่าบริการแยกจากกัน):
    • ส่วนค่าอาหารและเครื่องดื่ม: ถือเป็นการซื้อขายสินค้าสำเร็จรูป ได้รับการยกเว้นไม่มีภาษีหัก ณ ที่จ่าย (WHT 0%)
    • ส่วนค่าแรงบริการจัดเสิร์ฟ ตกแต่งสถานที่ และทำความสะอาด: ถือเป็นส่วนงานให้บริการ ต้องโดนหัก ณ ที่จ่ายอัตรา **3%**
[!IMPORTANT] ความถูกต้องของการเขียนบิลแยกรายการ
การแยกรายการค่าอาหารและค่าบริการต้องสมเหตุสมผลและเกิดขึ้นจริงตามสัดส่วนการให้บริการ หากแยกราคาไม่ตรงกับความจริง เช่น ตั้งราคาบริการต่ำผิดปกติเพื่อเลี่ยงการหัก ณ ที่จ่าย สรรพากรมีสิทธิ์ประเมินบวกกลับและเรียกเก็บดอกเบี้ยปรับตามประมวลรัษฎากร

2. การควบคุมภาษีเงินมัดจำและการริบเงินมัดจำ (Deposit Forfeit)

ธุรกิจ Catering มักเก็บเงินมัดจำล่วงหน้าเพื่อจองคิวจัดงาน 30% - 50%:

  • Tax Point ของเงินมัดจำ: จุดเกิดภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดขึ้นทันทีเมื่อได้รับเงินมัดจำ ร้านจัดเลี้ยงต้องออกใบกำกับภาษีขาย 7% ของเงินมัดจำนั้นทันที
  • การริบเงินมัดจำกรณีลูกค้ายกเลิกงาน: หากลูกค้ายกเลิกงานและบริษัทริบเงินมัดจำตามสัญญา เงินมัดจำที่ริบมานี้ถือเป็น "รายได้อื่น" ของบริษัทในการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี แต่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (ไม่ต้องออกใบกำกับภาษีขายเพิ่มสำหรับเงินที่ริบ)

3. ค่าเช่าอุปกรณ์จัดเลี้ยงและโครงสร้างเวที

หากในงานมีบริการปันเช่าโต๊ะ เก้าอี้ โคมไฟ หรือ Backdrop ถือเป็นสัญญาเช่าทรัพย์สิน (เช่าอสังหาริมทรัพย์/สังหาริมทรัพย์) ซึ่งตามกฎหมายผู้จ่ายชำระที่เป็นนิติบุคคลต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายอัตรา **5%** จากฐานราคาเช่านี้

ตารางสรุปภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามรายการจัดเลี้ยง

รายการในใบแจ้งหนี้ อัตราหัก ณ ที่จ่าย (WHT) ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%) การบันทึกบัญชีรายได้
ค่าวัตถุดิบอาหารและเครื่องดื่มพรีเมียม (ขายขาด) ไม่มี (0%) เสีย VAT 7% รายได้จากการขายสินค้า
ค่าบริการจัดเตรียมงาน บริการเสิร์ฟอาหาร หัก 3% (รับจ้างทำของ) เสีย VAT 7% รายได้จากการให้บริการ
ค่าเช่าอุปกรณ์ ตกแต่งซุ้มถ่ายรูป ดนตรี หัก 5% (ค่าเช่าทรัพย์สิน) เสีย VAT 7% รายได้จากการให้เช่าอุปกรณ์

สรุปแนวทางปฏิบัติของธุรกิจ Catering โดย A Plus Me

การจัดทำรูปแบบสัญญาปันราคาสินค้าและบริการที่รัดกุมช่วยให้ธุรกิจลดความเสี่ยงจากการโดนเรียกตรวจสอบย้อนหลังและบริหารเงินสดภาษีได้ดีขึ้น ทีมงาน A Plus Me พร้อมเข้าช่วยควบคุมระบบใบแจ้งหนี้ เงินมัดจำ และเอกสารหัก ณ ที่จ่ายให้ปลอดภัยและราบรื่นทุกงานจัดเลี้ยง

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ภาษีธุรกิจบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่: การปันฐานภาษีอาหาร vs ค่าบริการและการคุมเงินมัดจำ ควรใช้เพื่อจับประเด็นเฉพาะธุรกิจ แล้วนำไปเทียบกับรูปแบบรายได้ สัญญา ช่องทางรับเงิน และเอกสารจริงของกิจการ เพราะธุรกิจชื่อคล้ายกันอาจมีภาระภาษีต่างกันมาก

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • แยกช่องทางรายได้หลัก รายได้เสริม เงินมัดจำ และรายรับล่วงหน้าให้ชัดเจน
  • ตรวจสัญญา ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และเงื่อนไขหัก ณ ที่จ่ายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
  • จัดรายงานต้นทุน สต๊อก ค่าจ้าง outsource และค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจให้ตรวจย้อนกลับได้

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • รวมรายได้หลายประเภทไว้ก้อนเดียวจนแยก VAT หรือหัก ณ ที่จ่ายไม่ถูก
  • ไม่มีสัญญาหรือเอกสารงานย่อยรองรับการจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างภายนอก
  • ดูเฉพาะยอดขาย แต่ไม่คุมต้นทุนเฉพาะงาน ทำให้กำไรจริงและภาษีคลาดเคลื่อน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาษีธุรกิจบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่: การปันฐานภาษีอาหาร vs ค่าบริการและการคุมเงินมัดจำ ต้องเริ่มวางระบบบัญชีจากอะไร?

ให้เริ่มจากแยกประเภทรายได้ของเรื่อง ภาษีธุรกิจบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่: การปันฐานภาษีอาหาร vs ค่าบริการและการคุมเงินมัดจำ ว่าเป็นขายสินค้า บริการ ค่าสมาชิก เงินมัดจำ หรือรายได้ล่วงหน้า จากนั้นออกแบบเอกสารขายและการบันทึกต้นทุนให้ตรงกับรูปแบบรายได้นั้น

ภาษีที่ต้องระวังใน ภาษีธุรกิจบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่: การปันฐานภาษีอาหาร vs ค่าบริการและการคุมเงินมัดจำ มีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปควรตรวจ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และเอกสารค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจ โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับสัญญา ลูกค้าจ่ายเป็นงวด หรือการจ้างผู้รับเหมาช่วง

ถ้าธุรกิจทำ ภาษีธุรกิจบริการจัดเลี้ยงนอกสถานที่: การปันฐานภาษีอาหาร vs ค่าบริการและการคุมเงินมัดจำ มาหลายเดือนแล้วยังไม่มีระบบเอกสารควรทำอย่างไร?

ให้เริ่มจากดึงรายการขาย รายการรับเงิน รายจ่ายหลัก และสัญญาย้อนหลังอย่างน้อย 3-6 เดือน แล้วให้ผู้ทำบัญชีจัดหมวดเพื่อวางระบบเอกสารเดือนถัดไปและประเมินความเสี่ยงภาษีย้อนหลัง