ธุรกิจ "คลินิกกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย (Physiotherapy & Wellness Clinic)" มีเกณฑ์กฎหมายและสิทธิประโยชน์ทางภาษีที่ซับซ้อน เนื่องจากเป็นงานบริการดูแลรักษาสุขภาพที่ได้รับการยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามกฎหมาย แต่หากมีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ยาหรือขายสินค้าอื่นๆ ร่วมด้วย ร้านจะต้องทำการแบ่งประเภทบัญชีรายได้ให้สอดคล้องกันอย่างเคร่งครัด

1. การยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) สำหรับ "ค่าบริการรักษาพยาบาล"

ตามประมวลรัษฎากร ค่ารักษาโรคและการบำบัดฟื้นฟูร่างกายในสถานพยาบาลได้รับการยกเว้น VAT ภายใต้เงื่อนไขดังนี้:

  • สถานพยาบาลที่ได้รับอนุมัติ: คลินิกต้องมีใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายกระทรวงสาธารณสุข
  • รักษาบำบัดโดยผู้ประกอบวิชาชีพโรคศิลปะ: การกายภาพบำบัดหรือรักษาบำบัดโดยนักกายภาพบำบัดหรือแพทย์แผนไทยที่มีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง ค่าบริการตรวจรักษาและบำบัดฟื้นฟูนี้จะได้รับยกเว้น **ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT 7%)** ทันที
  • ส่วนขายยาและสมุนไพร/อาหารเสริม: ยาที่แพทย์ปันใช้ในโปรแกรมรักษาและรักษาเสร็จ ได้รับยกเว้น VAT ร่วมด้วย แต่หากลูกค้ามาซื้อกลับบ้านหรือเป็นการขายอาหารเสริม อุปกรณ์ดัดหลัง แผ่นพยุงเข่า ส่วนแบ่งขายสินค้าเสริมนี้ **ต้องเสีย VAT 7%**
[!IMPORTANT] ความเสี่ยงจากการไม่คัดแยกประเภทใบเสร็จ
คลินิกสุขภาพต้องทำการบันทึกรายได้แยกประเภท (รักษาบำบัดยกเว้นแวต VS ขายสินค้าผลิตภัณฑ์เสียแวต) หากทำบัญชีเหมาปะปนกันสรรพากรมีสิทธิ์ตรวจสอบบัญชีคลังยาและประเมินภาษีมูลค่าเพิ่มย้อนหลังจากรายได้รวมทั้งหมด

2. การจัดการส่วนแบ่งรายได้แพทย์และนักกายภาพ (Doctor Fee - DF)

การจ่ายส่วนแบ่งรายได้ให้แก่แพทย์หรือนักกายภาพบำบัดที่มาขึ้นเวรประจำคลินิก มีวิธีพิจารณาทางภาษีดังนี้:

  • เงินได้มาตรา 40(6) (วิชาชีพอิสระ): หากคลินิกตกลงแยกการรักษาเป็นรายคนและปันส่วนแบ่งตามจริง โดยไม่มีเงินเดือนประจำ แพทย์ผู้รับส่วนแบ่งจะเสียภาษีบุคคลธรรมดาในฐานะผู้ประกอบวิชาชีพโรคศิลปะ ซึ่งหักรายจ่ายเหมาได้สูง คลินิกต้องยื่นหัก ณ ที่จ่ายอัตรา **3%** ทุกเดือน
  • เงินได้มาตรา 40(2) (รับจ้างทั่วไป): หากเป็นผู้ช่วยหรือพยาบาลเวชปฏิบัติที่รับทำงานรายวัน คลินิกต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามตารางอัตราภาษีก้าวหน้าในฐานะรับจ้าง

ตารางสรุปภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามรายการของคลินิกสุขภาพ

รายการใช้บริการ / รายได้ สถานะภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) การหัก ณ ที่จ่าย (WHT) การลงบันทึกในสมุดบัญชี
ค่าตรวจประเมินและทำกายภาพบำบัดด้วยเครื่องมือแพทย์ ยกเว้น VAT 7% ไม่มี (ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย) รายได้ค่าบริการรักษาพยาบาล (หลัก)
ค่ายาสมุนไพร/ยานวด/อุปกรณ์รัดพยุงร่างกาย ต้องเสีย VAT 7% (นำส่งปกติ) ไม่มี (ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย) รายได้จากการขายสินค้าและเวชภัณฑ์
ค่าส่วนแบ่งแพทย์/นักกายภาพบำบัดฟรีแลนซ์ (Doctor Fee) ไม่มีภาษีมูลค่าเพิ่ม คลินิกต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% (40(6)) บันทึกเป็นต้นทุนค่ารักษาพยาบาล (Doctor Fee)

สรุปแนวทางปฏิบัติของคลินิกกายภาพโดย A Plus Me

การจัดทำบัญชีคลังเวชภัณฑ์และการวางโครงสร้างสัญญากับแพทย์/นักกายภาพบำบัดให้สอดรับกับเกณฑ์สรรพากร ช่วยให้คลินิกของท่านประหยัดภาษีได้อย่างถูกต้องร้อยเปอร์เซ็นต์ ทีมงาน A Plus Me ช่วยดูแลรายงานบัญชีคลินิกสุขภาพ วางระบบบันทึกค่าใช้จ่าย เพื่อให้ท่านโฟกัสกับการรักษาคนไข้ได้อย่างสบายใจ

ใช้บทความนี้ตรวจอะไรกับธุรกิจได้บ้าง

บทความเรื่อง ภาษีธุรกิจคลินิกกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย: การหัก ณ ที่จ่ายค่าส่วนแบ่งแพทย์และสิทธิ์ยกเว้นแวต ควรใช้เพื่อจับประเด็นเฉพาะธุรกิจ แล้วนำไปเทียบกับรูปแบบรายได้ สัญญา ช่องทางรับเงิน และเอกสารจริงของกิจการ เพราะธุรกิจชื่อคล้ายกันอาจมีภาระภาษีต่างกันมาก

เช็กลิสต์ก่อนใช้เรื่องนี้กับธุรกิจ

  • แยกช่องทางรายได้หลัก รายได้เสริม เงินมัดจำ และรายรับล่วงหน้าให้ชัดเจน
  • ตรวจสัญญา ใบเสนอราคา ใบกำกับภาษี และเงื่อนไขหัก ณ ที่จ่ายของลูกค้าแต่ละกลุ่ม
  • จัดรายงานต้นทุน สต๊อก ค่าจ้าง outsource และค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจให้ตรวจย้อนกลับได้

ข้อผิดพลาดที่ควรระวัง

  • รวมรายได้หลายประเภทไว้ก้อนเดียวจนแยก VAT หรือหัก ณ ที่จ่ายไม่ถูก
  • ไม่มีสัญญาหรือเอกสารงานย่อยรองรับการจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างภายนอก
  • ดูเฉพาะยอดขาย แต่ไม่คุมต้นทุนเฉพาะงาน ทำให้กำไรจริงและภาษีคลาดเคลื่อน

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภาษีธุรกิจคลินิกกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย: การหัก ณ ที่จ่ายค่าส่วนแบ่งแพทย์และสิทธิ์ยกเว้นแวต ต้องเริ่มวางระบบบัญชีจากอะไร?

ให้เริ่มจากแยกประเภทรายได้ของเรื่อง ภาษีธุรกิจคลินิกกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย: การหัก ณ ที่จ่ายค่าส่วนแบ่งแพทย์และสิทธิ์ยกเว้นแวต ว่าเป็นขายสินค้า บริการ ค่าสมาชิก เงินมัดจำ หรือรายได้ล่วงหน้า จากนั้นออกแบบเอกสารขายและการบันทึกต้นทุนให้ตรงกับรูปแบบรายได้นั้น

ภาษีที่ต้องระวังใน ภาษีธุรกิจคลินิกกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย: การหัก ณ ที่จ่ายค่าส่วนแบ่งแพทย์และสิทธิ์ยกเว้นแวต มีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปควรตรวจ VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และเอกสารค่าใช้จ่ายเฉพาะธุรกิจ โดยเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้องกับสัญญา ลูกค้าจ่ายเป็นงวด หรือการจ้างผู้รับเหมาช่วง

ถ้าธุรกิจทำ ภาษีธุรกิจคลินิกกายภาพบำบัดและแพทย์แผนไทย: การหัก ณ ที่จ่ายค่าส่วนแบ่งแพทย์และสิทธิ์ยกเว้นแวต มาหลายเดือนแล้วยังไม่มีระบบเอกสารควรทำอย่างไร?

ให้เริ่มจากดึงรายการขาย รายการรับเงิน รายจ่ายหลัก และสัญญาย้อนหลังอย่างน้อย 3-6 เดือน แล้วให้ผู้ทำบัญชีจัดหมวดเพื่อวางระบบเอกสารเดือนถัดไปและประเมินความเสี่ยงภาษีย้อนหลัง