ยื่น ภ.พ.30 แล้วพบว่าภาษีซื้อบางก้อนใช้หักไม่ได้ นั่นคือ "ภาษีซื้อต้องห้าม" ซึ่งกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจนว่าขอคืนหรือนำมาเครดิตไม่ได้ไม่ว่าจะมีใบกำกับภาษีถูกต้องแค่ไหนก็ตาม
ภาษีซื้อต้องห้ามคืออะไร ทำไมถึงขอคืนไม่ได้
ในระบบ VAT ผู้ประกอบการจดทะเบียน VAT มีสิทธิ์นำ ภาษีซื้อ (Input Tax) ที่จ่ายไปเมื่อซื้อสินค้าหรือบริการมาหักออกจากภาษีขาย (Output Tax) เพื่อชำระส่วนต่างให้กรมสรรพากร หรือถ้าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายก็ขอคืนได้
แต่กฎหมายตามประมวลรัษฎากร มาตรา 82/5 กำหนดว่า ภาษีซื้อบางประเภท ห้ามนำมาใช้เครดิตหรือขอคืนโดยเด็ดขาด ไม่ว่าใบกำกับภาษีจะถูกต้องสมบูรณ์แค่ไหน เราเรียกภาษีซื้อกลุ่มนี้ว่า "ภาษีซื้อต้องห้าม" (Non-deductible Input Tax)
ผลคือภาษีซื้อต้องห้ามจะกลายเป็น ต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายของกิจการ แทน ไม่ใช่ตัวเลขที่ช่วยลดภาษีที่ต้องนำส่ง เจ้าของ SME จึงต้องรู้ว่ามีอะไรบ้าง เพราะถ้าเอาภาษีซื้อต้องห้ามไปยื่นเครดิตผิดพลาด สรรพากรจะเรียกเก็บภาษีย้อนหลังพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ประเภทภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5
สรรพากรแบ่งประเภทภาษีซื้อต้องห้ามไว้ 6 กลุ่มหลัก ดังนี้
1. ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษีหรือใบกำกับภาษีไม่ถูกต้อง
ใบกำกับภาษีที่ข้อความไม่ครบตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ไม่มีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของผู้ขาย ไม่มีชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อที่ถูกต้อง ไม่ระบุรายการสินค้า/บริการ หรือมูลค่าภาษีไม่ชัดเจน ถือว่าใช้เป็นหลักฐานภาษีซื้อไม่ได้
ตัวอย่าง: ร้านอาหารออกใบเสร็จรับเงินธรรมดาให้แทนใบกำกับภาษีเต็มรูป ภาษีซื้อก้อนนี้ใช้เครดิตไม่ได้เลย
2. ภาษีซื้อจากรายจ่ายส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับกิจการ
รายจ่ายที่ไม่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโดยตรง ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้าม แม้จะออกในนามบริษัทก็ตาม เช่น ค่าอาหารส่วนตัว ค่าท่องเที่ยวส่วนตัว หรือค่าสินค้าที่ซื้อเพื่อใช้ส่วนตัวของกรรมการหรือพนักงาน
3. ภาษีซื้อจากการซื้อรถยนต์นั่งหรือรถยนต์โดยสารที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คน
นี่คือจุดที่เจ้าของธุรกิจเข้าใจผิดบ่อยที่สุด รถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถปิกอัพที่ต่อกระบะแล้วมีที่นั่งไม่เกิน 10 คน แม้ซื้อในนามบริษัทและใช้งานจริง ภาษีซื้อจากการซื้อรถและค่าซ่อมบำรุงก็ยังเป็นภาษีซื้อต้องห้าม
ตัวอย่าง: บริษัทซื้อรถเก๋งราคา 1,000,000 บาท VAT 7% = 70,000 บาท ก้อนนี้นำมาหักภาษีขายไม่ได้ ต้องตั้งเป็นต้นทุนรถยนต์แทน อย่างไรก็ตาม รถบรรทุกหรือรถที่ใช้เพื่อกิจการเชิงพาณิชย์ล้วนๆ อาจมีเงื่อนไขต่างกัน ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
4. ภาษีซื้อจากค่ารับรองและค่าบันเทิง
ค่าใช้จ่ายในการรับรองลูกค้า เช่น ค่าอาหาร ค่าสถานที่ ค่าของขวัญ ที่จ่ายเพื่อการรับรอง ภาษีซื้อส่วนนี้ถือเป็นต้องห้าม แม้ว่าตัวค่าใช้จ่ายนั้นอาจลงเป็นรายจ่ายทางบัญชีได้บางส่วน (ไม่เกิน 0.3% ของรายรับหรือ 10 ล้านบาท แล้วแต่อย่างใดน้อยกว่า)
พูดง่ายๆ คือ แม้ค่ารับรองนั้นจะหักภาษีนิติบุคคลได้บางส่วน แต่ VAT ที่จ่ายในค่ารับรองนั้น ขอคืนไม่ได้เลย
5. ภาษีซื้อที่เกิดจากการซื้อสินค้า/บริการสำหรับกิจกรรมที่ไม่ต้องเสีย VAT
ถ้ากิจการมีทั้งรายได้ที่อยู่ในระบบ VAT และรายได้ที่ได้รับยกเว้น VAT (เช่น ให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ควบคู่กับขายสินค้า) ภาษีซื้อที่เกิดจากส่วนที่ยกเว้น VAT ถือเป็นต้องห้าม ส่วนภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกันระหว่างสองกิจกรรมต้องมีการ "เฉลี่ยภาษีซื้อ" (Pro-rata)
6. ภาษีซื้อจากใบกำกับภาษีปลอมหรือออกโดยผู้ที่ไม่มีสิทธิ์
ใบกำกับภาษีที่ออกโดยบุคคลที่ไม่ได้จดทะเบียน VAT หรือออกโดยไม่มีการซื้อขายจริง (ใบกำกับปลอม) ภาษีซื้อจากเอกสารเหล่านี้ไม่สามารถใช้เครดิตได้ และยังอาจถูกดำเนินคดีอาญาด้วย
ตารางสรุปเปรียบเทียบ: ภาษีซื้อใช้ได้ vs ต้องห้าม
| ประเภทรายจ่าย | ภาษีซื้อ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ซื้อวัตถุดิบเพื่อผลิต/ขาย (ใบกำกับภาษีครบ) | ใช้ได้ | เกี่ยวกับกิจการโดยตรง |
| ค่าเช่าออฟฟิศ (ใบกำกับภาษีเต็มรูป) | ใช้ได้ | เกี่ยวกับกิจการโดยตรง |
| ซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (ไม่เกิน 10 ที่นั่ง) | ต้องห้าม | ม. 82/5(3) |
| ค่าซ่อมรถยนต์นั่งส่วนบุคคล | ต้องห้าม | ม. 82/5(3) |
| ค่าอาหารรับรองลูกค้า | ต้องห้าม | ม. 82/5(4) |
| ใบเสร็จแทนใบกำกับภาษีเต็มรูป | ต้องห้าม | เอกสารไม่ครบ ม. 82/5(1) |
| ซื้อของขวัญพนักงาน (ใบกำกับถูกต้อง) | ขึ้นอยู่กับลักษณะ — ควรปรึกษาบัญชี | ต้องพิจารณาว่าเป็นสวัสดิการหรือส่วนตัว |
วิธีบันทึกบัญชีภาษีซื้อต้องห้ามอย่างถูกต้อง
ภาษีซื้อต้องห้ามไม่ได้หายไปจากบัญชี แต่ต้องบันทึกต่างออกไปจากภาษีซื้อทั่วไป
- ห้ามนำไปไว้ในบัญชี "ภาษีซื้อ" (Input Tax) ที่จะนำไปหักกับภาษีขายใน ภ.พ.30
- ให้บันทึกเป็น ค่าใช้จ่าย หรือรวมไปกับต้นทุนสินทรัพย์นั้น เช่น ภาษีซื้อของรถยนต์ให้รวมเป็นราคาทุนรถยนต์
- ถ้ากิจการมีทั้งภาษีซื้อทั่วไปและภาษีซื้อต้องห้ามในบิลเดียวกัน ต้องแยกบันทึกให้ชัดเจน
- ทีมบัญชีควรตรวจรายการภาษีซื้อทุกเดือนก่อนประมวลผล ภ.พ.30 — อย่าให้รายการต้องห้ามลอดผ่านไป
จุดที่ SME มักพลาดและโดนประเมินย้อนหลัง
จากประสบการณ์ทำงานกับผู้ประกอบการ SME หลายราย ข้อผิดพลาดเรื่องภาษีซื้อต้องห้ามที่พบบ่อยมีดังนี้
- เอาภาษีซื้อรถยนต์มาเครดิต — เจ้าของบริษัทมักคิดว่า "ซื้อในนามบริษัท ก็ต้องได้คืน" แต่กฎหมายไม่ได้ดูเพียงว่าออกในนามใคร ดูที่ประเภทรถด้วย
- ใบกำกับภาษีซื้อออกผิดชื่อ/ที่อยู่ — เช่น ออกชื่อส่วนตัวกรรมการ ไม่ใช่ชื่อบริษัท ภาษีซื้อก้อนนั้นใช้ไม่ได้
- นำค่ารับรองมาทั้งก้อน — ทั้งที่ต้องแยกส่วนที่เป็นภาษีซื้อต้องห้ามออกก่อน
- ใช้ใบกำกับภาษีอย่างย่อแทนเต็มรูป — ใบกำกับภาษีอย่างย่อ (เช่น จากปั้มน้ำมัน) มักไม่มีชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ ทำให้ใช้เป็นภาษีซื้อไม่ได้ในบางกรณี ต้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแทน (ดูข้อมูลเพิ่มเติมที่บทความ ใบกำกับภาษีแบบเต็มรูป vs อย่างย่อ)
- เก็บเอกสารไม่ครบ — ภาษีซื้อที่ไม่มีใบกำกับภาษีรองรับ ถือเป็นต้องห้ามทันที หากสรรพากรขอตรวจและไม่มีเอกสาร ต้องคืนภาษีพร้อมเบี้ยปรับ
เบี้ยปรับและเงินเพิ่ม หากใช้ภาษีซื้อต้องห้ามผิดพลาด
ถ้ากรมสรรพากรตรวจพบว่าผู้ประกอบการนำภาษีซื้อต้องห้ามมาเครดิตหรือขอคืน โทษที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่
- เบี้ยปรับ เท่ากับ 2 เท่าของภาษีที่ขาด (กรณีสุจริตอาจลดได้ หากยื่นแก้ไขเอง)
- เงินเพิ่ม อัตรา 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ขาด นับจากวันที่ครบกำหนดยื่นจนถึงวันชำระ
- กรณีใบกำกับภาษีปลอมหรือตั้งใจหลีกเลี่ยง อาจมีโทษอาญาเพิ่มเติม
ดังนั้นการ ประเมินความเสี่ยงภาษี เป็นประจำและให้ทีมบัญชีคัดกรองภาษีซื้อทุกเดือนก่อนยื่นแบบ จึงสำคัญมาก
เช็กลิสต์ คัดกรองภาษีซื้อก่อนยื่น ภ.พ.30
- ใบกำกับภาษีทุกใบมีชื่อ ที่อยู่ เลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัทเราถูกต้องหรือไม่
- รายการนั้นเกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการโดยตรงหรือเปล่า
- มีรถยนต์นั่งหรือรถที่มีที่นั่งไม่เกิน 10 คนอยู่ในรายการหรือไม่
- มีค่ารับรองหรือค่าบันเทิงลูกค้าปนอยู่หรือไม่
- ใบกำกับภาษีเป็นแบบเต็มรูป ไม่ใช่ใบเสร็จธรรมดาหรือใบกำกับภาษีอย่างย่อ
- ผู้ขายจดทะเบียน VAT จริง (ตรวจสอบได้ที่ระบบ e-Tax Invoice ของกรมสรรพากร)
- ถ้ามีรายได้ยกเว้น VAT ด้วย ได้แยกภาษีซื้อและเฉลี่ยตามสัดส่วนแล้วหรือยัง
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนยื่นแบบ ดีกว่าแก้ทีหลัง
ภาษีซื้อต้องห้ามเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความรู้และความระมัดระวังในแต่ละรายการ เจ้าของธุรกิจที่ใช้บริการ รับทำบัญชีรายเดือน กับ A Plus Me จะมีทีมบัญชีช่วยคัดกรองภาษีซื้อทุกเดือน แยกรายการต้องห้ามออกก่อนประมวลผล ภ.พ.30 และแจ้งให้เจ้าของรู้ล่วงหน้าหากพบรายการที่ต้องระวัง ถ้ากิจการมีทั้งส่วนที่จด VAT และส่วนยกเว้น VAT ทีมยังช่วย วางแผนภาษี เรื่องการเฉลี่ยภาษีซื้อให้ถูกต้องด้วย ลดความเสี่ยงโดนสรรพากรประเมินย้อนหลังได้จริง
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ภาษีซื้อต้องห้าม ขอคืนไม่ได้ มีอะไรบ้าง และต้องระวังอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ภาษีซื้อต้องห้ามนำไปลงเป็นรายจ่ายบริษัทได้ไหม
ได้ แม้ใช้เครดิตภาษีไม่ได้ แต่ภาษีซื้อต้องห้ามสามารถบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายทางบัญชีได้ เช่น VAT จากรถยนต์ให้รวมเป็นราคาทุนรถยนต์ แล้วคิดค่าเสื่อมราคาตามปกติ
ซื้อรถปิกอัพในนามบริษัท ภาษีซื้อต้องห้ามไหม
ขึ้นอยู่กับการดัดแปลงและการใช้งาน หากรถปิกอัพนั้นมีการต่อกระบะหรือดัดแปลงเพื่อใช้งานเชิงพาณิชย์ล้วนๆ อาจไม่เข้าข่ายต้องห้าม แต่ถ้าใช้เป็นรถส่วนตัวหรือมีที่นั่งผู้โดยสารไม่เกิน 10 คนแบบทั่วไป ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนนำภาษีซื้อมาเครดิต
ถ้ายื่น ภ.พ.30 ผิดพลาดโดยใส่ภาษีซื้อต้องห้ามไป จะแก้ไขอย่างไร
ต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 เพิ่มเติม (แก้ไข) เพื่อชำระภาษีที่ขาดไว้ พร้อมเบี้ยปรับ 2 เท่าของภาษีที่ขาด และเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน การยื่นแก้ไขเองก่อนถูกตรวจพบจะช่วยลดเบี้ยปรับได้บางส่วน
ค่าน้ำมันรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ภาษีซื้อขอคืนได้ไหม
ไม่ได้ ค่าน้ำมันของรถยนต์นั่งส่วนบุคคล (ที่นั่งไม่เกิน 10 คน) เข้าข่ายภาษีซื้อต้องห้ามตามมาตรา 82/5(3) เช่นเดียวกับค่าซ่อมและค่าประกันรถยนต์นั่งประเภทนี้
กิจการที่มีรายได้จด VAT และรายได้ยกเว้น VAT ต้องจัดการภาษีซื้ออย่างไร
ต้องแยกภาษีซื้อออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ภาษีซื้อที่เกี่ยวกับกิจกรรม VAT โดยตรง (ใช้เครดิตได้เต็ม), ภาษีซื้อที่เกี่ยวกับกิจกรรมยกเว้น VAT (ต้องห้าม) และภาษีซื้อที่ใช้ร่วมกัน (ต้องเฉลี่ยตามสัดส่วนรายได้) ซึ่งกระบวนการนี้เรียกว่าการเฉลี่ยภาษีซื้อ (Pro-rata Apportionment)
ใบกำกับภาษีอย่างย่อจากปั้มน้ำมันใช้เป็นภาษีซื้อได้ไหม
ใบกำกับภาษีอย่างย่อที่ไม่มีชื่อและที่อยู่ผู้ซื้อ ใช้เป็นภาษีซื้อได้เฉพาะกรณีที่เข้าเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด หากต้องการใช้ภาษีซื้อเต็มจำนวนควรขอให้ปั้มน้ำมันออกใบกำกับภาษีเต็มรูปที่ระบุชื่อและเลขทะเบียนบริษัทให้ครบถ้วน