ถ้าคุณจ่ายเงินให้คนอื่น ไม่ว่าจะเป็นพนักงาน ฟรีแลนซ์ หรือบริษัทคู่ค้า กฎหมายกำหนดให้คุณ "หักเงินไว้ส่วนหนึ่ง" แล้วนำส่งกรมสรรพากรในชื่อ "ภาษีหัก ณ ที่จ่าย" — แต่แบบฟอร์มที่ใช้ยื่นมีถึง 3 แบบหลัก และหลายเจ้าของธุรกิจยังสับสนอยู่ว่าต้องใช้อันไหน เมื่อไหร่

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คืออะไร ทำไมธุรกิจถึงต้องสนใจ

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax) คือระบบที่กฎหมายให้ "ผู้จ่ายเงิน" ทำหน้าที่หักภาษีแทนผู้รับเงินก่อน แล้วนำส่งกรมสรรพากรภายในกำหนด ผู้รับเงินจะได้รับเงินสุทธิหลังหักภาษีแล้วพร้อมหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (หรือที่เรียกกันว่า "ใบ 50 ทวิ") ไว้เป็นหลักฐาน

ตัวอย่างเข้าใจง่าย: บริษัทคุณจ้างฟรีแลนซ์ออกแบบโลโก้ 10,000 บาท ถ้าเป็นการให้บริการที่ต้องหัก 3% ก็หัก 300 บาทไว้ก่อน จ่ายให้ฟรีแลนซ์ 9,700 บาท แล้วนำ 300 บาทนั้นส่งสรรพากรภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป

ระบบนี้มีแบบฟอร์มแยกกัน 3 แบบตามประเภทผู้รับเงิน ได้แก่ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ซึ่งเป็นหัวข้อหลักของบทความนี้

ภ.ง.ด.1 คืออะไร ใครต้องยื่น

ภ.ง.ด.1 ย่อมาจาก แบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย สำหรับ เงินได้พึงประเมินตามมาตรา 40(1) และ 40(2) ของประมวลรัษฎากร ซึ่งก็คือ:

  • มาตรา 40(1) — เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส บำเหน็จ เบี้ยเลี้ยง ที่จ่ายให้พนักงานประจำ (ลูกจ้าง)
  • มาตรา 40(2) — เงินได้จากหน้าที่หรือตำแหน่งงานที่ทำ เช่น เบี้ยประชุมกรรมการ ค่าตอบแทนกรรมการ

พูดง่ายๆ คือแบบนี้ใช้กับ พนักงานที่รับเงินเดือน และ กรรมการที่ได้รับค่าตอบแทน จากบริษัทของคุณ

กำหนดยื่น ภ.ง.ด.1

  • ยื่น ทุกเดือน ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน
  • ถ้ายื่นผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (e-Filing ของกรมสรรพากร) ได้เวลาถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • เดือนไหนไม่มีการจ่ายเงินเดือนเลย ไม่จำเป็นต้องยื่น

นอกจากนี้ ยังมี ภ.ง.ด.1ก ซึ่งเป็นรายงานสรุปประจำปี รวบรวมเงินได้และภาษีทั้งปีของพนักงานทุกคน ต้องยื่นภายใน เดือนกุมภาพันธ์ของปีถัดไป (รายละเอียดแยกต่างหากจาก ภ.ง.ด.1 รายเดือน)

ภ.ง.ด.3 คืออะไร ใครต้องยื่น

ภ.ง.ด.3 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีที่ผู้รับเงินเป็น บุคคลธรรมดา ที่ไม่ใช่พนักงานประจำของบริษัท เช่น:

  • ฟรีแลนซ์ นักออกแบบ โปรแกรมเมอร์ที่รับจ้างเป็นครั้งๆ
  • เจ้าของอาคารหรือห้องชุดที่คุณเช่า (บุคคลธรรมดา)
  • ผู้รับค่าขนส่งหรือค่าจ้างอื่นๆ ที่เป็นบุคคลธรรมดา
  • ผู้รับค่าสิทธิ ค่านายหน้า หรือค่าบริการอื่นที่เป็นบุคคลธรรมดา

หลักคือดู "ผู้รับเงิน" — ถ้าเขาเป็น บุคคลธรรมดา (มีเลขบัตรประชาชน 13 หลัก) ให้ใช้ ภ.ง.ด.3

กำหนดยื่น ภ.ง.ด.3

  • ยื่น ทุกเดือน ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน
  • ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ได้ถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
  • เดือนไหนไม่มีการจ่ายเงินที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ไม่ต้องยื่น

ภ.ง.ด.53 คืออะไร ใครต้องยื่น

ภ.ง.ด.53 คือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย กรณีที่ผู้รับเงินเป็น นิติบุคคล ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) หรือนิติบุคคลอื่นๆ ใช้เมื่อ:

  • จ่ายค่าจ้างทำของหรือค่าบริการให้บริษัทอื่น
  • จ่ายค่าเช่าให้นิติบุคคลที่เป็นเจ้าของอาคาร
  • จ่ายค่าขนส่งให้บริษัทขนส่ง
  • จ่ายค่าโฆษณา ค่าที่ปรึกษา ค่าสิทธิ ฯลฯ ให้นิติบุคคล

หลักเดียวกัน — ดู "ผู้รับเงิน" ถ้าเขามีเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของนิติบุคคล (13 หลัก ขึ้นต้นด้วยหมายเลขอื่นที่ไม่ใช่เลขบัตรประชาชน) ให้ใช้ ภ.ง.ด.53

กำหนดยื่น ภ.ง.ด.53

  • ยื่น ทุกเดือน ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน
  • ยื่นออนไลน์ผ่าน e-Filing ได้ถึงวันที่ 15 ของเดือนถัดไป

ตารางเปรียบเทียบ ภ.ง.ด.1 vs ภ.ง.ด.3 vs ภ.ง.ด.53 ฉบับกระชับ

ประเด็น ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53
ผู้รับเงิน พนักงานประจำ / กรรมการ (บุคคลธรรมดา) บุคคลธรรมดา ที่ไม่ใช่พนักงานประจำ นิติบุคคล (บริษัท / หจก.)
ประเภทเงินได้ มาตรา 40(1)(2) เงินเดือน เบี้ยประชุม มาตรา 40(2)-(8) ค่าจ้าง ค่าเช่า ค่าบริการ ฯลฯ ค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า ค่าขนส่ง ฯลฯ
กำหนดยื่นกระดาษ วันที่ 7 ของเดือนถัดไป วันที่ 7 ของเดือนถัดไป วันที่ 7 ของเดือนถัดไป
กำหนดยื่นออนไลน์ วันที่ 15 ของเดือนถัดไป วันที่ 15 ของเดือนถัดไป วันที่ 15 ของเดือนถัดไป
อัตราหักที่พบบ่อย คำนวณตามขั้นบันได (0–35%) 1%, 3%, 5% ขึ้นกับประเภทเงินได้ 1%, 3%, 5% ขึ้นกับประเภทเงินได้

อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่เจ้าของ SME เจอบ่อยที่สุด

ก่อนหักเงิน ต้องรู้ก่อนว่า "อัตราใด" ควรใช้กับการจ่ายเงินแต่ละประเภท ตัวอย่างที่พบบ่อยในธุรกิจ SME:

  • ค่าจ้างทำของ / ค่าบริการทั่วไป — หัก 3% (ไม่ว่าผู้รับเงินจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล)
  • ค่าเช่าอาคาร / ที่ดิน / ยานพาหนะ — หัก 5%
  • ค่าขนส่ง — หัก 1% (กรณีผู้รับเป็นนิติบุคคล หรือเป็นกิจการขนส่งบุคคลธรรมดา)
  • ค่าโฆษณา — หัก 2%
  • เงินรางวัล / ค่าสิทธิ — หัก 3% หรือ 5% ขึ้นกับลักษณะ
  • เงินเดือนพนักงาน (ภ.ง.ด.1) — ใช้การคำนวณตามอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาแบบขั้นบันได ตั้งแต่ 0% ถึง 35%

หมายเหตุ: อัตราข้างต้นอ้างอิงตามประมวลรัษฎากรปัจจุบัน กรณีที่สัญญาหรือลักษณะงานพิเศษ ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญภาษีก่อนทุกครั้ง

เกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องหัก ณ ที่จ่าย

ไม่ใช่ทุกการจ่ายเงินที่ต้องหัก กฎหมายกำหนดว่า การจ่ายเงินในแต่ละครั้งต้องมีจำนวนตั้งแต่ 1,000 บาทขึ้นไป จึงมีหน้าที่หัก ณ ที่จ่าย แต่ถ้าสัญญาระบุยอดรวมเกิน 1,000 บาทแม้จ่ายเป็นงวดก็ต้องหัก

ข้อยกเว้นบางประการที่ไม่ต้องหัก ณ ที่จ่าย ได้แก่ การซื้อสินค้า (ไม่ใช่บริการ) และการจ่ายค่าไฟฟ้า น้ำประปา โทรศัพท์ผ่านหน่วยงานรัฐโดยตรง อย่างไรก็ตาม หากไม่แน่ใจควรปรึกษาผู้ทำบัญชีก่อนเสมอ เพื่อป้องกันการหักเกินหรือหักขาด

ขั้นตอนเมื่อหักภาษีแล้ว ต้องทำอะไรบ้าง

  • ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ให้ผู้รับเงิน 2 ฉบับ — ฉบับหนึ่งเก็บไว้เป็นหลักฐานของผู้ถูกหัก อีกฉบับไว้ประกอบการยื่นภาษี
  • กรอกแบบ ภ.ง.ด. ที่ถูกต้อง ตามประเภทผู้รับเงิน (ดูตารางด้านบน)
  • นำส่งกรมสรรพากร ภายในกำหนด พร้อมชำระเงินภาษีที่หักไว้
  • บันทึกบัญชี ทั้งฝั่งค่าใช้จ่ายและเจ้าหนี้ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ให้ถูกต้องสอดคล้องกัน

สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ใช้บริการ รับทำบัญชีรายเดือน สำนักงานบัญชีจะดูแลขั้นตอนเหล่านี้ให้ครบถ้วน ไม่ต้องกังวลเรื่องลืมวันยื่นหรือกรอกแบบผิด

ความผิดพลาดที่พบบ่อย และวิธีป้องกัน

1. ใช้แบบฟอร์มผิด

เช่น จ่ายเงินให้บริษัทคู่ค้า แต่กรอก ภ.ง.ด.3 แทน ภ.ง.ด.53 หรือจ่ายค่าจ้างฟรีแลนซ์แต่นำไปรวมใน ภ.ง.ด.1 ข้อผิดพลาดแบบนี้ทำให้ยอดภาษีในแต่ละแบบไม่ตรงกับความเป็นจริง และอาจถูกประเมินภาษีเพิ่มเติม

2. หักอัตราผิด

ตัวอย่างที่พบบ่อย: จ้างช่างมาซ่อมสำนักงาน ซึ่งถ้าเป็นค่าจ้างทำของต้องหัก 3% แต่ถ้าผู้รับเงินมีวัสดุมาด้วยเกินกว่าค่าแรงก็อาจต้องพิจารณาแยก การใช้อัตราผิดอาจทำให้หักเกิน (ทำให้คู่ค้าเดือดร้อน) หรือหักขาด (บริษัทต้องรับผิดชอบเงินส่วนต่าง)

3. ยื่นเลยกำหนด

ถ้ายื่นแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายช้ากว่ากำหนด จะมี เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของภาษีที่ต้องนำส่ง บวกเบี้ยปรับอีกต่างหาก ศึกษาเพิ่มเติมได้ที่บทความ วางแผนภาษี เพื่อจัดการปฏิทินภาษีให้ไม่พลาด

4. ลืมออกใบ 50 ทวิ

หลายธุรกิจหักภาษีแล้วแต่ลืมออกหนังสือรับรองให้คู่ค้า ทำให้คู่ค้าขอคืนภาษีหรือใช้เป็นหลักฐานยื่นภาษีส่วนตัวไม่ได้ ซึ่งสร้างปัญหาความสัมพันธ์ทางธุรกิจและอาจถูกร้องเรียนได้

กรณีพิเศษที่เจ้าของ SME ต้องรู้

จ่ายเงินให้บุคคลต่างชาติที่อยู่นอกประเทศ

ถ้าคุณจ่ายค่าบริการให้บุคคลหรือบริษัทต่างชาติที่ไม่มีสถานประกอบการในไทย ต้องยื่น ภ.ง.ด.54 (สำหรับนิติบุคคลต่างประเทศ) ซึ่งแตกต่างจาก ภ.ง.ด.53 ที่ใช้กับนิติบุคคลไทย นอกจากนี้อาจมีประเด็นเรื่อง VAT ด้วย ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนโอนเงิน

ผู้รับเงินขอยกเว้นภาษีหัก ณ ที่จ่าย

บางกรณีผู้รับเงินอาจอ้างว่าได้รับยกเว้น เช่น มูลนิธิ สมาคม หรือหน่วยงานรัฐ ควรขอเอกสารยืนยันสิทธิ์ยกเว้นก่อนทุกครั้ง ไม่ควรยกเว้นตามคำพูดปาก เพราะถ้าสรรพากรตรวจพบจะต้องรับผิดชอบภาษีส่วนนั้นแทน

สรุป: เลือกแบบให้ถูก แล้วยื่นให้ตรงเวลา

การเลือกแบบภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ถูกต้องไม่ยากถ้าจำหลักนี้ไว้: ดูที่ผู้รับเงิน — พนักงานประจำหรือกรรมการใช้ ภ.ง.ด.1, บุคคลธรรมดาภายนอกใช้ ภ.ง.ด.3, นิติบุคคลใช้ ภ.ง.ด.53 แล้วยื่นภายในวันที่ 7 (หรือ 15 ถ้าผ่านออนไลน์) ของเดือนถัดไปเสมอ

ถ้าธุรกิจคุณมีทั้งพนักงาน มีจ้างฟรีแลนซ์ และจ่ายเงินให้บริษัทคู่ค้า คุณอาจต้องยื่นทั้ง 3 แบบในเดือนเดียวกันก็ได้ — นั่นคือเหตุผลที่การมีระบบบัญชีที่ดีและผู้ทำบัญชีที่เชี่ยวชาญจะช่วยให้คุณไม่พลาดรายการใดเลย ดูรายละเอียดบริการได้ที่ บริการทั้งหมด ของ A Plus Me

หากคุณต้องการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลการยื่น ภ.ง.ด. ทุกแบบ คำนวณอัตราหักให้ถูกต้อง และออกใบ 50 ทวิ ให้ครบทุกรายการ ติดต่อ A Plus Me ได้เลยวันนี้ เพราะบทลงโทษจากการยื่นผิดหรือยื่นช้ามีต้นทุนสูงกว่าค่าบริการบัญชีรายเดือนมากนัก

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไร ใครต้องยื่นและเมื่อไหร่ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ต่างกันอย่างไรสรุปสั้นๆ

ต่างกันที่ประเภทผู้รับเงิน: ภ.ง.ด.1 ใช้กับพนักงานประจำและกรรมการ, ภ.ง.ด.3 ใช้กับบุคคลธรรมดาภายนอก (ฟรีแลนซ์ เจ้าของที่เช่า), ภ.ง.ด.53 ใช้กับนิติบุคคล (บริษัท หจก.) ทั้งสามแบบยื่นทุกเดือนภายในวันที่ 7 หรือ 15 (ยื่นออนไลน์)

ถ้าจ้างฟรีแลนซ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา หักภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ ยื่นแบบไหน

ถ้าเป็นค่าจ้างทำของหรือค่าบริการทั่วไปให้หัก 3% และยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 (หรือ 15 ถ้าผ่านอินเทอร์เน็ต) ของเดือนถัดจากเดือนที่จ่ายเงิน พร้อมออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (ใบ 50 ทวิ) ให้ฟรีแลนซ์ด้วย

จ่ายเงินให้บริษัทคู่ค้า ต้องหักภาษีไหม ใช้แบบอะไร

ถ้าเป็นการจ่ายค่าจ้างทำของ ค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าขนส่งให้นิติบุคคล ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายและยื่น ภ.ง.ด.53 อัตราที่พบบ่อย: ค่าบริการ/จ้างทำของ 3%, ค่าเช่า 5%, ค่าขนส่ง 1% แต่ถ้าจ่ายค่าสินค้า (ซื้อของ) ไม่ต้องหัก

ถ้ายื่นภาษีหัก ณ ที่จ่ายช้า จะมีโทษอะไรบ้าง

มีเงินเพิ่มอัตรา 1.5% ต่อเดือน (หรือเศษของเดือน) ของจำนวนภาษีที่ต้องนำส่ง บวกเบี้ยปรับตามกฎหมาย ซึ่งในทางปฏิบัติถ้าไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงและชำระก่อนถูกเรียกตรวจ เบี้ยปรับอาจลดเหลือ 50% ของอัตราปกติได้

เดือนไหนไม่มีการจ่ายเงินเลย ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. ไหม

ถ้าในเดือนนั้นไม่มีการจ่ายเงินที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเลย ไม่จำเป็นต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 แต่สำหรับ ภ.ง.ด.1 ถ้าบริษัทยังจ่ายเงินเดือนพนักงาน (แม้ไม่มีภาษีหัก) ก็ยังต้องยื่นอยู่ในบางกรณี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีเพื่อความชัดเจน

กรณีจ่ายค่าเช่าออฟฟิศ ต้องหักภาษีกี่เปอร์เซ็นต์ และใช้แบบอะไร

ต้องหักภาษี 5% ของค่าเช่า ถ้าเจ้าของที่เป็นบุคคลธรรมดาให้ใช้ ภ.ง.ด.3 ถ้าเจ้าของที่เป็นนิติบุคคลให้ใช้ ภ.ง.ด.53 โดยยื่นภายในวันที่ 7 หรือ 15 (ออนไลน์) ของเดือนถัดไป