เงินสดย่อยดูเหมือนเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับหลายบริษัทมันคือ "รูรั่ว" ที่ทำให้เงินหายโดยไม่รู้ตัว และเป็นต้นเหตุของปัญหาบัญชีไม่ตรงเมื่อถึงเวลาปิดงบ
บัญชีเงินสดย่อย (Petty Cash) คืออะไร และทำไม SME ต้องมี
เงินสดย่อย (Petty Cash) คือเงินสดก้อนเล็กที่บริษัทตั้งไว้สำหรับจ่ายค่าใช้จ่ายเล็กๆ น้อยๆ ในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าซื้อน้ำดื่ม ค่าไปรษณีย์ ค่าถ่ายเอกสาร ค่าเบ็ดเตล็ดที่ไม่สะดวกจะจ่ายผ่านเช็คหรือโอนธนาคาร
ในทางบัญชี เงินสดย่อยเป็น สินทรัพย์หมุนเวียน ที่อยู่ในงบแสดงฐานะการเงิน และถือเป็นส่วนหนึ่งของ "เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด" หากไม่มีระบบควบคุม เงินก้อนนี้จะกลายเป็นจุดอ่อนด้านการทุจริต เพราะหยิบง่าย ตรวจยากกว่าการโอนธนาคาร
SME ที่วางระบบเงินสดย่อยอย่างถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น จะช่วยให้การรับทำบัญชีรายเดือนราบรื่น ลดเวลาที่นักบัญชีต้องใช้ตามหลักฐาน และปิดงบได้ตรงเวลา
วงเงินเงินสดย่อยควรตั้งเท่าไหร่
ไม่มีกฎหมายกำหนดว่าต้องตั้งวงเงินเท่าใด แต่หลักปฏิบัติที่นิยมใช้คือตั้งวงเงินให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเล็กน้อยประมาณ 2–4 สัปดาห์ เพื่อไม่ต้องเติมเงินบ่อยจนเกินไป และไม่ตั้งสูงจนเกินจำเป็น
ตัวอย่างการกำหนดวงเงินตามขนาดกิจการ
| ขนาดกิจการ | วงเงินเงินสดย่อยที่เหมาะสม | เหตุผล |
|---|---|---|
| ธุรกิจขนาดเล็ก 1–5 คน | 2,000–5,000 บาท | ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดน้อย เติมได้บ่อยกว่า |
| SME 5–30 คน | 5,000–15,000 บาท | มีค่าใช้จ่ายหลายแผนก เติมเดือนละ 1–2 ครั้ง |
| บริษัทขนาดกลาง 30 คนขึ้นไป | 15,000–30,000 บาท หรือแยกตู้เซฟต่อแผนก | หลายแผนก อาจแต่งตั้งผู้รับผิดชอบหลายคน |
หมายเหตุ: ค่าใช้จ่ายแต่ละรายการที่จ่ายจากเงินสดย่อยควรกำหนดเพดานต่อรายการด้วย เช่น ไม่เกิน 1,000 บาทต่อรายการ ค่าใช้จ่ายที่สูงกว่านั้นให้จ่ายผ่านการโอนธนาคารเท่านั้น
หลักการ "Imprest System" — มาตรฐานที่นักบัญชีแนะนำ
ระบบเงินสดย่อยมาตรฐานที่ใช้กันทั่วโลกเรียกว่า Imprest System (ระบบเงินสดย่อยแบบคงยอด) หลักการง่ายๆ คือ
- บริษัทตั้งวงเงิน เช่น 5,000 บาท ในมือผู้รับผิดชอบ
- ทุกครั้งที่จ่ายเงิน ต้องมีหลักฐานมาแลก (ใบเสร็จ ใบสำคัญจ่าย)
- เมื่อเงินใกล้หมด หรือสิ้นเดือน ให้เบิกเงินจากธนาคารมาเติมเต็มยอดกลับไปที่ 5,000 บาทเสมอ
- ยอดเงินที่เบิกมาเติม = ยอดที่จ่ายออกไปพอดี ทำให้ยืนยันความถูกต้องได้ง่าย
วิธีนี้ดีกว่าการให้พนักงานเบิกเงินมาใช้แล้วมาเคลียร์ทีหลัง เพราะควบคุมได้ตลอดเวลาและบัญชีไม่สับสน
เอกสารที่ต้องใช้ในระบบเงินสดย่อย
เอกสารเป็นหัวใจของการควบคุมภายใน ถ้าไม่มีเอกสาร เงินหายไปโดยไม่มีร่องรอย นักบัญชีก็ลงบัญชีไม่ได้ และสรรพากรจะไม่ยอมรับค่าใช้จ่ายนั้น
- ใบสำคัญจ่ายเงินสดย่อย (Petty Cash Voucher) — เอกสารขออนุมัติก่อนเบิก ระบุชื่อผู้เบิก วัตถุประสงค์ จำนวนเงิน วันที่ และลายเซ็นผู้อนุมัติ
- ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีจากผู้ขาย — ต้องได้มาทุกครั้งที่จ่ายเงิน ถ้าไม่มีใบเสร็จต้องทำบันทึกอธิบายเหตุผลแนบแทน
- สมุดบันทึกเงินสดย่อย (Petty Cash Book) — บันทึกรายรับ (การเติมเงิน) และรายจ่ายทุกรายการตามลำดับวันที่
- รายงานการนับเงินสดย่อย (Petty Cash Count Sheet) — ใช้ตรวจนับเงินสดจริงเปรียบเทียบกับยอดในสมุดบัญชี ควรทำอย่างน้อยเดือนละครั้ง
ดาวน์โหลดเทมเพลตใบสำคัญจ่ายเงินสดย่อยและฟอร์มอื่นๆ ได้ที่ ดาวน์โหลดเอกสารฟรี ของ A Plus Me
ขั้นตอนการวางระบบเงินสดย่อยตั้งแต่เริ่มต้น
ถ้าบริษัทยังไม่เคยมีระบบเงินสดย่อยมาก่อน ทำตามขั้นตอนนี้ได้เลย
- ขั้นตอนที่ 1 — กำหนดนโยบาย: ระบุวงเงินทั้งหมด วงเงินสูงสุดต่อรายการ ประเภทค่าใช้จ่ายที่จ่ายได้ และประเภทที่ห้ามจ่ายผ่านเงินสดย่อย
- ขั้นตอนที่ 2 — แต่งตั้งผู้รับผิดชอบ: เลือกพนักงาน 1 คนเป็น "ผู้รักษาเงินสดย่อย" (Custodian) และกำหนดผู้มีอำนาจอนุมัติที่แยกออกจากกัน เพื่อป้องกันคนเดียวอนุมัติและรับเงินเอง
- ขั้นตอนที่ 3 — เปิดบัญชีเงินสดย่อยในระบบบัญชี: แจ้งนักบัญชีให้เปิดรหัสบัญชี "เงินสดย่อย" แยกจาก "เงินสดในมือ" หรือ "เงินฝากธนาคาร" ซึ่งช่วยให้ตรวจสอบได้ง่าย
- ขั้นตอนที่ 4 — เบิกเงินตั้งกองทุน: เขียนเช็คหรือโอนเงินออกจากบัญชีธนาคารบริษัทให้ผู้รักษาเงินสดย่อยครั้งแรก บันทึกรายการนี้เป็น Dr. เงินสดย่อย / Cr. เงินฝากธนาคาร
- ขั้นตอนที่ 5 — วางขั้นตอนการเบิก-คืน: พนักงานที่ต้องการเบิกต้องยื่นใบสำคัญจ่ายพร้อมคำอธิบาย รอผู้อนุมัติลงชื่อ จึงรับเงินได้ ต้องนำใบเสร็จมาส่งคืนภายในเวลาที่กำหนด (เช่น ภายใน 3 วันทำการ)
- ขั้นตอนที่ 6 — เติมเงินและบันทึกบัญชี: เมื่อยอดเงินในมือต่ำกว่าที่กำหนด หรือสิ้นเดือน ให้รวมใบเสร็จทั้งหมดแล้วเบิกเงินจากธนาคารมาเติม บันทึกเป็น Dr. ค่าใช้จ่ายต่างๆ ตามหมวดหมู่ / Cr. เงินฝากธนาคาร
การบันทึกบัญชีเงินสดย่อย — รายการที่นักบัญชีต้องทำ
รายการที่ 1: ตั้งกองทุนเงินสดย่อยครั้งแรก
เมื่อเบิกเงินจากธนาคารมาตั้งเป็นกองทุนเงินสดย่อยครั้งแรก บันทึกบัญชีดังนี้
- Dr. เงินสดย่อย 5,000 บาท
- Cr. เงินฝากธนาคาร 5,000 บาท
รายการที่ 2: เติมเงินสดย่อยและบันทึกค่าใช้จ่าย
เมื่อสิ้นเดือน รวบรวมใบเสร็จพบว่าจ่ายไปแล้ว เช่น ค่าเครื่องเขียน 800 บาท ค่าซื้อน้ำดื่ม 300 บาท ค่าไปรษณีย์ 200 บาท รวม 1,300 บาท บันทึกดังนี้
- Dr. ค่าเครื่องเขียนและวัสดุสำนักงาน 800 บาท
- Dr. ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 300 บาท
- Dr. ค่าไปรษณีย์และขนส่ง 200 บาท
- Cr. เงินฝากธนาคาร 1,300 บาท
สังเกตว่า บัญชีเงินสดย่อยไม่ถูกแตะเลย ในรายการที่ 2 เพราะยอดคงเหลือในบัญชีเงินสดย่อยยังคง 5,000 บาทตลอด (Imprest System ทำให้วงเงินคงที่เสมอ) บัญชีเงินสดย่อยจะเปลี่ยนแปลงก็ต่อเมื่อมีการเพิ่มหรือลดวงเงินเท่านั้น
รายการที่ 3: เงินสดย่อยขาดหรือเกิน
เมื่อนับเงินสดจริงไม่ตรงกับยอดในสมุด เช่น นับได้เพียง 3,500 บาท แต่บัญชีบอกว่าควรเหลือ 3,700 บาท หมายความว่าขาด 200 บาท บันทึกดังนี้
- Dr. ค่าใช้จ่ายเงินสดย่อยขาด 200 บาท
- Cr. เงินสดย่อย 200 บาท
ถ้าเกิดขึ้นบ่อย นั่นเป็นสัญญาณที่ต้องตรวจสอบการควบคุมภายใน และอาจต้องปรึกษาทีมประเมินความเสี่ยงภาษีว่ามีช่องโหว่ตรงไหนบ้าง
ค่าใช้จ่ายไหนจ่ายจากเงินสดย่อยได้ และอะไรที่ห้าม
บริษัทควรกำหนดรายการที่ "จ่ายได้" และ "จ่ายไม่ได้" ไว้ในนโยบายเป็นลายลักษณ์อักษร เพื่อให้พนักงานปฏิบัติได้ถูกต้อง
ค่าใช้จ่ายที่เหมาะสำหรับเงินสดย่อย
- ค่าเครื่องเขียน วัสดุสำนักงาน ของใช้เล็กๆ น้อยๆ
- ค่าไปรษณีย์ พัสดุ EMS สำหรับงานด่วนเล็กน้อย
- ค่าน้ำดื่ม อาหารว่างสำหรับการประชุม (วงเงินต่ำ)
- ค่าแท็กซี่หรือรถสาธารณะสำหรับงานใกล้ๆ
- ค่าถ่ายเอกสาร ปริ้นงาน
ค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรจ่ายจากเงินสดย่อย
- ค่าใช้จ่ายที่สูงเกินวงเงินต่อรายการที่กำหนด
- เงินเดือน ค่าจ้าง โบนัส (ต้องจ่ายผ่านธนาคาร)
- ค่าสินค้าหรือบริการจากผู้ขายที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย — เพราะถ้าจ่ายเงินสดย่อยจะทำให้ลืมหักภาษีนำส่งตามแบบ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53
- ค่าสาธารณูปโภค ค่าเช่า ค่าประกัน (ควรโอนธนาคารเพื่อมีหลักฐานชัดเจน)
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการหรือพนักงาน
การควบคุมภายใน: ป้องกันเงินหายและการทุจริต
เงินสดย่อยเป็นจุดเสี่ยงที่พบบ่อยในการตรวจสอบภายใน หลักการควบคุมที่ควรปฏิบัติมีดังนี้
- แยกหน้าที่ผู้รักษาเงินและผู้อนุมัติ — ห้ามให้คนเดียวกันทั้งรักษาเงินและอนุมัติการเบิกจ่าย
- นับเงินสดเซอร์ไพรส์ — ผู้บริหารหรือนักบัญชีควรนับเงินสดย่อยโดยไม่แจ้งล่วงหน้าเป็นครั้งคราว
- เก็บเงินในที่ปลอดภัย — ตู้เซฟที่ล็อกกุญแจ ไม่ใช่ลิ้นชักที่ใครก็เปิดได้
- ไม่ให้ยืมเงินสดย่อย — ห้ามใช้เงินสดย่อยเป็นกองทุนให้พนักงานยืม แม้จะมีใบ IOU (บันทึกการกู้ยืม) ก็ตาม
- ตรวจสอบใบเสร็จทุกใบก่อนเติมเงิน — ผู้มีอำนาจต้องตรวจว่าใบเสร็จสมบูรณ์ ตรงกับรายการที่ขอเบิก ก่อนอนุมัติการเติมเงิน
- กำหนดวันตัดรอบ — ปิดรอบเงินสดย่อยทุกสิ้นเดือน พร้อมส่งเอกสารให้นักบัญชีพร้อมกัน
บริษัทที่มีระบบควบคุมภายในที่ดีจะลดความเสี่ยงถูกสรรพากรตรวจสอบพิเศษ เพราะงบการเงินสะอาด ตรวจสอบได้ หากต้องการตรวจสอบว่าระบบที่ใช้อยู่มีช่องโหว่ไหม สามารถปรึกษาทีม วางแผนภาษี ของ A Plus Me ได้
เงินสดย่อยกับภาษี — สิ่งที่เจ้าของธุรกิจต้องไม่ลืม
หลักฐานสำคัญต่อการรับรู้ค่าใช้จ่ายทางภาษี
ค่าใช้จ่ายที่จ่ายจากเงินสดย่อยจะลงเป็นรายจ่ายทางภาษีได้ก็ต่อเมื่อมีเอกสารหลักฐานที่เพียงพอ ตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร รายจ่ายที่ไม่มีหลักฐาน ไม่มีผู้รับรอง หรือดูเหมือนไม่เกี่ยวกับกิจการ จะถูกบวกกลับเป็นกำไรและเสียภาษีเพิ่ม
ระวังเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย
ถ้าค่าใช้จ่ายที่จ่ายเงินสดย่อยเป็นค่าบริการที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย เช่น ค่าจ้างช่าง ค่าซ่อมแซมเล็กน้อยที่เกิน 1,000 บาท ก็ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามปกติและนำส่งตามแบบ ภ.ง.ด. ที่กำหนด ไม่ใช่ว่าจ่ายเป็นเงินสดแล้วไม่ต้องหัก เพราะนั่นคือความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมากในกลุ่ม SME อ่านเพิ่มเติมเรื่องเอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชีเพื่อเตรียมเอกสารให้ครบก่อนส่งนักบัญชีทุกเดือน
VAT บนใบเสร็จจากเงินสดย่อย
ถ้าบริษัทจดทะเบียน VAT และซื้อสินค้าหรือบริการโดยจ่ายผ่านเงินสดย่อย ก็ยังมีสิทธิ์ขอใบกำกับภาษีจากผู้ขายมาใช้เป็นภาษีซื้อในแบบ ภ.พ.30 ได้ตามปกติ ขอใบกำกับภาษีเต็มรูปทุกครั้งที่มีโอกาส เพราะช่วยลดภาระ VAT สุทธิที่ต้องนำส่ง
สรุป: เงินสดย่อยที่ดีต้องทำอะไรบ้าง
ระบบเงินสดย่อยที่ดีไม่ใช่แค่ "มีเงินไว้จ่ายของเล็กน้อย" แต่ต้องควบคุมได้ ตรวจสอบได้ และบันทึกบัญชีได้อย่างถูกต้อง เจ้าของธุรกิจที่วางระบบดีตั้งแต่ต้นจะไม่ต้องมานั่งตามหาใบเสร็จย้อนหลัง ไม่มีปัญหาเงินขาดโดยไม่รู้สาเหตุ และปิดบัญชีสิ้นเดือนได้เร็วขึ้น
หากต้องการให้ A Plus Me ช่วยวางระบบเอกสารบัญชีภายในและดูแลรับทำบัญชีรายเดือนให้ครบวงจร ทีมของเราพร้อมให้คำปรึกษาโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงติดต่อ A Plus Me ผ่านช่องทางที่สะดวก
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง บัญชีเงินสดย่อย (Petty Cash) วางระบบและควบคุมอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บัญชีเงินสดย่อย (Petty Cash) ต้องมีวงเงินเท่าไหร่
กฎหมายไม่ได้กำหนดวงเงินขั้นต่ำหรือสูงสุด แต่หลักปฏิบัติทั่วไปคือตั้งให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายเล็กน้อยประมาณ 2–4 สัปดาห์ SME ขนาดเล็กมักตั้งที่ 2,000–5,000 บาท บริษัทขนาดกลางอาจตั้ง 5,000–15,000 บาท และกำหนดเพดานต่อรายการด้วย เช่น ไม่เกิน 1,000 บาทต่อรายการ
ค่าใช้จ่ายที่จ่ายจากเงินสดย่อยโดยไม่มีใบเสร็จ หักภาษีได้ไหม
ไม่ได้ครับ ค่าใช้จ่ายที่ไม่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอจะถูกบวกกลับเป็นกำไรและเสียภาษีเพิ่มตามมาตรา 65 ตรี แห่งประมวลรัษฎากร ทุกรายการที่จ่ายต้องมีใบเสร็จหรืออย่างน้อยมีบันทึกอธิบายเหตุผลแนบ
จ่ายเงินสดย่อยแล้ว ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม
ต้องหักครับถ้าค่าบริการนั้นอยู่ในประเภทที่ต้องหัก เช่น ค่าจ้างช่างซ่อม ค่าบริการทั่วไป การจ่ายเป็นเงินสดไม่ได้ยกเว้นภาระหัก ณ ที่จ่าย ต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายและนำส่งตามแบบ ภ.ง.ด. ที่กำหนด
ถ้าเงินสดย่อยขาด ต้องทำอย่างไร
ต้องบันทึกส่วนที่ขาดเป็น Dr. ค่าใช้จ่ายเงินสดย่อยขาด / Cr. เงินสดย่อย ถ้าเกิดขึ้นบ่อยต้องตรวจสอบการควบคุมภายใน เช่น นับเงินเซอร์ไพรส์ ตรวจสอบว่าใบเสร็จครบหรือไม่ และพิจารณาว่ามีการทุจริตหรือเพียงแค่ความผิดพลาด
Imprest System คืออะไร ต่างจากระบบเงินสดย่อยแบบอื่นอย่างไร
Imprest System คือระบบเงินสดย่อยแบบคงยอด หมายความว่าวงเงินจะถูกรักษาไว้คงที่เสมอ เช่น 5,000 บาท เมื่อมีการจ่าย บริษัทจะเบิกเงินจากธนาคารมาเติมในจำนวนที่จ่ายออกไปพอดี ทำให้ตรวจสอบง่าย และบัญชีเงินสดย่อยจะเปลี่ยนแปลงเฉพาะเมื่อมีการเพิ่ม/ลดวงเงินเท่านั้น
เงินสดย่อยต้องปิดรอบบัญชีบ่อยแค่ไหน
ควรปิดรอบและส่งเอกสารให้นักบัญชีอย่างน้อยเดือนละครั้ง พร้อมกับรอบส่งเอกสารบัญชีปกติ ถ้ามีค่าใช้จ่ายเยอะหรือยอดเงินใกล้หมดก่อนสิ้นเดือน ก็อาจเติมเงินและปิดรอบย่อยได้ก่อนตามความเหมาะสม