ขายของออนไลน์บน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop ได้ยอดดี แต่พอถึงเวลาทำบัญชีและยื่นภาษีกลับงงว่าต้องนับรายได้ยังไง ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มลงบัญชีอย่างไร และต้องจด VAT ไหม บทความนี้ตอบครบในที่เดียว
ทำไมการทำบัญชีร้านออนไลน์ถึงซับซ้อนกว่าร้านทั่วไป
ร้านขายของหน้าร้านรับเงินสดหรือโอน แล้วนับรายได้ตรงไปตรงมา แต่สำหรับร้านขายของออนไลน์บน Shopee, Lazada หรือ TikTok Shop เงินที่โอนเข้าบัญชีไม่ใช่ยอดขายจริง เพราะแพลตฟอร์มหักค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ไปก่อนแล้ว เจ้าของร้านจึงต้องเข้าใจโครงสร้างรายได้และรายจ่ายให้ครบทุกชั้น ก่อนจะบันทึกบัญชีและยื่นภาษีได้อย่างถูกต้อง
ปัญหาที่พบบ่อยในทางปฏิบัติ ได้แก่ บันทึกรายได้แค่ยอดโอนเข้าบัญชี (ซึ่งต่ำกว่าความจริง), ลืมนำค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มมาเป็นค่าใช้จ่าย, และไม่รู้ว่าต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียมเหล่านั้นหรือไม่ ซึ่งทุกข้อล้วนมีผลต่อภาษีที่ต้องจ่ายและความเสี่ยงถูกสรรพากรตรวจสอบ
รายได้ที่แท้จริงของร้านออนไลน์คืออะไร
หลักการสำคัญข้อแรกคือ รายได้ทางบัญชีและภาษีของร้านออนไลน์คือ "ราคาขายสุทธิที่ลูกค้าจ่าย" ไม่ใช่ยอดที่แพลตฟอร์มโอนเข้าบัญชี ความแตกต่างนี้สำคัญมาก เพราะค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักไปคือ "ค่าใช้จ่ายของร้าน" ต้องบันทึกแยกต่างหาก ไม่ใช่นำไปหักออกจากรายได้
ตัวอย่างยอดขาย Shopee ใน 1 เดือน
| รายการ | จำนวน (บาท) |
|---|---|
| ยอดขายรวม (GMV) ราคาที่ลูกค้าจ่าย | 100,000 |
| หักค่าธรรมเนียมการขาย (Commission ~3-5%) | (4,000) |
| หักค่าธรรมเนียมธุรกรรม (Transaction Fee ~2%) | (2,000) |
| หักค่าส่ง (ส่วนที่แพลตฟอร์มเรียกเก็บ) | (3,000) |
| เงินโอนเข้าบัญชีร้าน | 91,000 |
จากตัวอย่างข้างต้น ร้านต้องบันทึกรายได้ 100,000 บาท และบันทึกค่าธรรมเนียมรวม 9,000 บาทเป็นค่าใช้จ่าย ไม่ใช่บันทึกรายได้แค่ 91,000 บาท เพราะหากทำแบบนั้นจะทำให้รายได้ในงบการเงินต่ำกว่าความเป็นจริง ซึ่งอาจเป็นปัญหาเมื่อยื่นภาษีหรือขอสินเชื่อธนาคาร
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม บันทึกบัญชีและหักภาษีอย่างไร
ค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มอย่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop เรียกเก็บจากร้านค้า ถือเป็นค่าบริการประเภทหนึ่ง ซึ่งหากร้านค้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัทจำกัดหรือ หจก.) มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตรา 3% ของยอดค่าธรรมเนียม (ก่อน VAT) แล้วนำส่งสรรพากรผ่านแบบ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
ในทางปฏิบัติ เนื่องจากแพลตฟอร์มเหล่านี้หักเงินโดยอัตโนมัติ กระบวนการจึงแตกต่างจากการจ่ายเงินปกติ กล่าวคือร้านค้าต้องออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ส่งให้แพลตฟอร์ม จากนั้นแพลตฟอร์มจะคืนเงิน 3% ที่หักไว้กลับมาให้ร้านค้าในรอบถัดไป ซึ่งร้านค้าต้องนำเงินคืนนั้นไปนำส่งสรรพากรเองอีกครั้ง
แพลตฟอร์มแต่ละรายออกเอกสารผ่านระบบ Seller Center / Portal ของตัวเอง ร้านค้าต้องดาวน์โหลดทุกเดือนเพื่อใช้ประกอบการทำบัญชี หากไม่แน่ใจว่าเอกสารชิ้นไหนควรส่งให้สำนักงานบัญชี อ่านเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี
VAT ของร้านขายของออนไลน์ ต้องจดเมื่อไหร่
หากรายได้จากการขายสินค้า (ทุกช่องทางรวมกัน ทั้ง Shopee, Lazada, TikTok, เว็บไซต์ตัวเอง ฯลฯ) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กิจการมีหน้าที่จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันหลังจากที่รายได้เกินเกณฑ์ ไม่ใช่รอจนสิ้นปี
เมื่อจด VAT แล้ว ร้านค้าต้องออกใบกำกับภาษีเต็มรูปทุกครั้งที่มีการขาย และต้องยื่นแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน (ภายในวันที่ 15 หรือวันที่ 23 หากยื่นออนไลน์) พร้อมนำส่ง VAT 7% ของยอดขาย หักด้วยภาษีซื้อ (VAT จากค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าสินค้า ค่าโฆษณา ฯลฯ) ที่มีใบกำกับภาษีรองรับ
สำหรับรายละเอียด VAT ของธุรกิจ SME เพิ่มเติม แนะนำอ่าน VAT สำหรับ SME
ภาษีเงินได้นิติบุคคล คำนวณจากรายได้ออนไลน์อย่างไร
สำหรับร้านค้าที่จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) คำนวณจากกำไรสุทธิ ซึ่งเท่ากับรายได้รวมหักด้วยค่าใช้จ่ายที่ยอมรับได้ตามกฎหมาย โดย SME ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ได้รับอัตราภาษีแบบขั้นบันได ดังนี้
- กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาทแรก: ยกเว้นภาษี
- กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: 15%
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: 20%
ค่าใช้จ่ายสำคัญที่ร้านออนไลน์มักลืมนำมาหักก่อนคิดภาษี ได้แก่ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม, ค่าโฆษณา (Shopee Ads, TikTok Ads), ค่าบรรจุภัณฑ์, ต้นทุนสินค้า, ค่าจ้างแพ็กของ และค่าอินเทอร์เน็ต ทั้งหมดนี้หักได้จริง หากมีเอกสารครบ
ต้องการวางโครงสร้างภาษีให้คุ้มที่สุด ปรึกษาทีม วางแผนภาษี ของ A Plus Me ได้เลย
ต้นทุนสินค้าคงเหลือ บันทึกอย่างไรสำหรับร้านออนไลน์
ร้านออนไลน์หลายเจ้าสั่งสินค้าล็อตใหญ่มาสต็อกไว้ แล้วค่อยขายออกทีละชิ้น การบันทึกบัญชีที่ถูกต้องต้องแยกต้นทุนสินค้าที่ขายแล้ว (Cost of Goods Sold — COGS) กับสินค้าที่ยังอยู่ในสต็อกออกจากกัน
วิธีคำนวณต้นทุนสินค้าที่นิยมใช้
- ราคาเฉลี่ยถ่วงน้ำหนัก (Weighted Average) — เหมาะกับร้านที่สินค้าแต่ละล็อตราคาต่างกัน ใช้คำนวณต้นทุนเฉลี่ยทุกครั้งที่รับสินค้าเข้ามา
- FIFO (First In First Out) — ขายสินค้าล็อตเก่าออกก่อน เหมาะกับสินค้าที่มีวันหมดอายุหรือสินค้าแฟชั่น
วิธีที่เลือกต้องใช้สม่ำเสมอและสอดคล้องกับนโยบายบัญชีของกิจการ ไม่ควรเปลี่ยนไปมาโดยไม่มีเหตุผล เพราะจะกระทบกับกำไรและภาษีที่คำนวณได้แต่ละปี
เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องส่งนักบัญชีทุกเดือน
หากใช้บริการรับทำบัญชีรายเดือน เจ้าของร้านออนไลน์ควรส่งเอกสารต่อไปนี้ทุกเดือน เพื่อให้นักบัญชีบันทึกบัญชีได้ครบถ้วนและทันกำหนด
- รายงานยอดขายรายเดือน (Sales Report) จากระบบหลังบ้านของแต่ละแพลตฟอร์ม
- รายงานค่าธรรมเนียมและการหักชำระ (Billing Statement / Settlement Report)
- ใบกำกับภาษี/ใบเสร็จจากแพลตฟอร์มสำหรับค่าธรรมเนียม (ถ้ามี)
- Statement บัญชีธนาคาร (Bank Statement) ที่รับโอนเงินจากแพลตฟอร์ม
- ใบเสร็จซื้อสินค้า/วัตถุดิบ (ทั้งในและต่างประเทศ)
- ใบเสร็จค่าโฆษณา (Shopee Ads, TikTok Ads, Meta Ads ฯลฯ)
- ใบเสร็จค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าขนส่งที่ร้านจ่ายเอง
- หลักฐานค่าจ้างพนักงาน/ฟรีแลนซ์ (ถ้ามี)
ความแตกต่างระหว่าง Shopee, Lazada และ TikTok Shop ในเรื่องเอกสาร
แพลตฟอร์มทั้งสามมีระบบออกเอกสารและโครงสร้างค่าธรรมเนียมที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนี้
| หัวข้อ | Shopee | Lazada | TikTok Shop |
|---|---|---|---|
| เอกสารรายได้ | Seller Income Report | Financial Report | Finance Center |
| ใบกำกับภาษีค่าธรรมเนียม | มี (ดาวน์โหลดในระบบ) | มี (ดาวน์โหลดในระบบ) | มี (ดาวน์โหลดในระบบ) |
| รอบโอนเงิน | ทุก 15 วัน / รายสัปดาห์ | ทุก 7-15 วัน | ทุก 15 วัน |
| ค่าธรรมเนียมหลัก (โดยประมาณ) | Commission + Transaction Fee | Commission + Payment Fee | Commission + Transaction Fee |
หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียมอาจเปลี่ยนแปลงตามนโยบายของแต่ละแพลตฟอร์ม ควรตรวจสอบจากระบบหลังบ้านล่าสุดเสมอ
ร้านออนไลน์บุคคลธรรมดา เสียภาษีอย่างไร
หากยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล รายได้จากการขายออนไลน์ถือเป็นเงินได้พึงประเมินของบุคคลธรรมดา ต้องยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีละ 2 ครั้ง คือ ภ.ง.ด.94 (ภาษีครึ่งปี ยื่นภายใน ก.ย. ของทุกปี) และ ภ.ง.ด.90 (ภาษีประจำปี ยื่นภายใน มี.ค. ของปีถัดไป)
สำหรับรายได้จากการขายสินค้า กรมสรรพากรจัดอยู่ในเงินได้ประเภทที่ 8 (มาตรา 40(8)) ซึ่งสามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมาได้ 60% หรือหักค่าใช้จ่ายตามจริง (ต้องมีเอกสารรองรับ) เมื่อยอดขายเกิน 1.8 ล้านบาท ก็ต้องจด VAT เช่นเดียวกัน
เมื่อยอดขายเติบโตขึ้น การพิจารณาจดทะเบียนบริษัท อาจช่วยประหยัดภาษีได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะอัตราภาษีนิติบุคคลและสิทธิหักค่าใช้จ่ายมักได้เปรียบกว่า
เริ่มต้นวางระบบบัญชีร้านออนไลน์อย่างไรให้ถูกต้องตั้งแต่แรก
ขั้นตอนที่แนะนำสำหรับเจ้าของร้านที่เพิ่งเริ่มหรืออยากจัดระเบียบบัญชีใหม่ มีดังนี้
- แยกบัญชีธนาคารธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัว — เป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุด ช่วยให้กระทบยอดเงินสดได้ง่าย
- ดาวน์โหลดรายงานแพลตฟอร์มทุกเดือนโดยไม่ขาด — บางแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลย้อนหลังได้แค่ 90 วัน ถ้าดาวน์โหลดช้าอาจหายได้
- เก็บใบเสร็จทุกใบในรูปดิจิทัล — ถ่ายรูปหรือสแกน แล้วจัดหมวดหมู่ตามเดือน จะช่วยประหยัดเวลาให้นักบัญชีได้มาก
- เช็กยอดขายกับเงินโอนเข้าทุกเดือน — เพื่อให้แน่ใจว่าตัวเลขไม่มีความคลาดเคลื่อน
- วางระบบนับสต็อกเป็นประจำ — อย่างน้อยทุกไตรมาส เพื่อให้ต้นทุนสินค้าในบัญชีตรงกับของจริง
หากต้องการให้ทีมผู้เชี่ยวชาญดูแลบัญชีตั้งแต่ต้นจนจบ A Plus Me มีบริการรับทำบัญชีรายเดือนสำหรับร้านออนไลน์โดยเฉพาะ ครอบคลุมทั้งการกระทบยอดแพลตฟอร์ม การยื่น VAT รายเดือน และการหักภาษี ณ ที่จ่าย ไม่ต้องกังวลให้ปวดหัวเอง สอบถามและติดต่อ A Plus Me ได้ทันที
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ทำบัญชีร้านขายของออนไลน์ Shopee Lazada TikTok จัดการรายได้และภาษี ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
รายได้จากร้าน Shopee หรือ TikTok นับยังไงสำหรับภาษี เอายอดขายหรือยอดโอนเข้าบัญชี
ต้องนับ "ยอดขายรวมที่ลูกค้าจ่าย" ทั้งหมด ไม่ใช่ยอดที่โอนเข้าบัญชี เพราะค่าธรรมเนียมที่แพลตฟอร์มหักไปถือเป็นค่าใช้จ่ายของร้าน ต้องบันทึกแยกต่างหาก ไม่ใช่นำไปลดรายได้
ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าธรรมเนียม Shopee Lazada TikTok ไหม
ถ้าร้านค้าจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัทหรือ หจก.) มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากยอดค่าธรรมเนียม (ก่อน VAT) แล้วนำส่งกรมสรรพากรผ่านแบบ ภ.ง.ด.53 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป จากนั้นส่งหนังสือรับรอง 50 ทวิ ให้แพลตฟอร์มเพื่อขอเงินคืน
ร้านออนไลน์ต้องจด VAT เมื่อไหร่
เมื่อรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการ (ทุกช่องทางรวมกัน) เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันหลังรายได้เกินเกณฑ์ ไม่ต้องรอสิ้นปี
ค่าโฆษณา Shopee Ads หรือ TikTok Ads หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ไหม
ได้ ค่าโฆษณาในแพลตฟอร์มออนไลน์ถือเป็นค่าใช้จ่ายทางธุรกิจที่หักได้ตามจริง ต้องมีใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีจากแพลตฟอร์มรองรับ และถ้าร้านจด VAT ภาษีซื้อจากค่าโฆษณาก็สามารถนำไปหักในแบบ ภ.พ.30 ได้ด้วย
ร้านออนไลน์บุคคลธรรมดายื่นภาษีอย่างไร
รายได้จากการขายออนไลน์ของบุคคลธรรมดาจัดเป็นเงินได้ประเภทที่ 8 ต้องยื่น ภ.ง.ด.94 ภายในกันยายนของปีนั้น และ ภ.ง.ด.90 ภายในมีนาคมของปีถัดไป สามารถหักค่าใช้จ่ายแบบเหมา 60% หรือตามจริงก็ได้
ดาวน์โหลดรายงานจากแพลตฟอร์มจากที่ไหนบ้าง
Shopee ดาวน์โหลดได้ที่ Seller Center > Finance > Income Report, Lazada ที่ Seller Center > Wallet > Financial Report, TikTok Shop ที่ Seller Center > Finance Center ควรดาวน์โหลดทุกเดือนเพราะบางแพลตฟอร์มเก็บข้อมูลย้อนหลังได้ไม่เกิน 90 วัน