ธุรกิจรับเหมาก่อสร้างมีลักษณะเฉพาะที่ต่างจากธุรกิจทั่วไปโดยสิ้นเชิง ทั้งเรื่องการรับรู้รายได้ตามงวดงาน ต้นทุนโครงการที่กระจายข้ามปี และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่เจ้าของงานหักทุกครั้งที่จ่ายเงิน ถ้าวางระบบบัญชีไม่ถูก กำไรที่คำนวณได้อาจคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริงหลายแสนบาท
ทำไมบัญชีรับเหมาก่อสร้างถึงซับซ้อนกว่าธุรกิจอื่น
บริษัทรับเหมาก่อสร้างไม่ได้ขายสินค้าชิ้นเดียวที่ส่งมอบจบในวันเดียว งานก่อสร้างโครงการหนึ่งอาจใช้เวลา 6 เดือนถึง 3 ปี มีการรับเงินแบบ งวดงาน (Progress Billing) — คือจ่ายทีละงวดตามความคืบหน้าของงาน ไม่ใช่จ่ายครั้งเดียวตอนส่งมอบ
ความซับซ้อนหลักของธุรกิจนี้มีอยู่ 4 ด้าน ได้แก่
- การรับรู้รายได้: จะบันทึกรายได้ตอนออกใบแจ้งหนี้งวดงาน หรือตอนรับเงินจริง?
- การจับคู่ต้นทุน: วัสดุและค่าแรงงานที่ซื้อมาตั้งแต่ต้นงาน ต้องแมตช์กับรายได้งวดไหน?
- ภาษีหัก ณ ที่จ่าย: เจ้าของงานหักทุกงวด ทำให้กระแสเงินสดหาย 3% ทันที
- VAT: งานก่อสร้างส่วนใหญ่ต้องเสีย VAT 7% แต่มีข้อยกเว้นบางกรณี
หากคุณเพิ่งจดทะเบียนบริษัทและกำลังรับงานก่อสร้างชิ้นแรก แนะนำให้อ่านบทความ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี ควบคู่ไปด้วย เพราะสัญญาก่อสร้างและเอกสารงวดงานคือหัวใจของการทำบัญชีในธุรกิจนี้
หลักการรับรู้รายได้ตามงวดงาน (Progress Revenue Recognition)
มาตรฐานการบัญชีสำหรับสัญญารับเหมาก่อสร้างในไทย (ปัจจุบันอ้างอิง TFRS 15 และ TAS 11 สำหรับสัญญาก่อสร้าง) กำหนดให้รับรู้รายได้ ตามระดับความสำเร็จของงาน (Percentage of Completion Method) ไม่ใช่รับรู้ทั้งก้อนตอนสิ้นสุดสัญญา
วิธีคำนวณระดับความสำเร็จของงาน
ในทางปฏิบัติสำหรับบริษัท SME มี 2 วิธีที่นิยมใช้กัน
- วิธีอิงงวดงานในสัญญา (Milestone Method): ถ้าสัญญาแบ่งงวดงานไว้ชัดเจน เช่น งวด 1 = งานฐานราก 20% งวด 2 = โครงสร้าง 30% ฯลฯ ก็รับรู้รายได้ตามงวดนั้นได้เลย ซึ่งสะดวกและตรงกับการออกใบแจ้งหนี้
- วิธีอิงสัดส่วนต้นทุน (Cost-to-Cost Method): รายได้ที่รับรู้ = (ต้นทุนจ่ายจริงสะสม ÷ ต้นทุนประมาณทั้งโครงการ) × มูลค่าสัญญา วิธีนี้สะท้อนความเป็นจริงมากกว่า แต่ต้องประมาณการต้นทุนให้แม่นยำ
ตัวอย่างการรับรู้รายได้งวดงาน
สมมติบริษัท ABC รับเหมาสร้างอาคาร มูลค่าสัญญา 10 ล้านบาท ระยะเวลา 12 เดือน แบ่งเป็น 5 งวด สัญญากำหนดงวดงานดังนี้
| งวดที่ | เงื่อนไขงวดงาน | มูลค่างวด (บาท) | VAT 7% (บาท) | หัก ณ ที่จ่าย 3% (บาท) | รับสุทธิ (บาท) |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | งานฐานรากแล้วเสร็จ | 2,000,000 | 140,000 | 60,000 | 2,080,000 |
| 2 | โครงสร้างชั้น 1-3 แล้วเสร็จ | 3,000,000 | 210,000 | 90,000 | 3,120,000 |
| 3 | งานหลังคาแล้วเสร็จ | 2,000,000 | 140,000 | 60,000 | 2,080,000 |
| 4 | งานระบบ (ไฟฟ้า ประปา) แล้วเสร็จ | 2,000,000 | 140,000 | 60,000 | 2,080,000 |
| 5 | ส่งมอบงานและตรวจรับเรียบร้อย | 1,000,000 | 70,000 | 30,000 | 1,040,000 |
จะเห็นว่าบริษัทออกใบกำกับภาษีมูลค่า 2,140,000 บาท (ราคาก่อนภาษี + VAT) แต่ได้รับเงินจริงแค่ 2,080,000 บาท เพราะเจ้าของงานหัก ณ ที่จ่าย 3% ไว้ทันที ส่วน 60,000 บาทนี้เป็นเครดิตภาษีที่บริษัทจะได้คืนหรือนำไปหักจากภาษีสิ้นปี
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% — เงินที่หายไปทุกงวด
ภาษีหัก ณ ที่จ่าย (Withholding Tax หรือ WHT) คือภาษีที่เจ้าของงาน (ผู้จ่ายเงิน) หักไว้ก่อนจ่ายให้บริษัทรับเหมา แล้วนำส่งสรรพากรแทน สำหรับสัญญาก่อสร้างและรับจ้างทำของ อัตราที่ใช้คือ 3% ของมูลค่าก่อน VAT
ในทางบัญชี เงินที่ถูกหักไว้นี้ไม่ได้หายไปไหน แต่จะถูกบันทึกเป็น "ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายรอขอคืน" หรือ "ภาษีหัก ณ ที่จ่ายถูกหัก" ซึ่งนำไปใช้หักออกจากภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี ถ้าถูกหักมากกว่าภาษีที่ต้องเสีย ก็สามารถขอคืนภาษีได้
เอกสารที่ต้องขอจากเจ้าของงานทุกครั้ง
- หนังสือรับรองการหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) — ต้องขอให้ได้ทุกงวด อย่าปล่อยให้ค้าง เพราะถ้าไม่มีเอกสารนี้จะพิสูจน์ไม่ได้ว่าถูกหักจริง
- สำเนาใบเสร็จรับเงิน / ใบกำกับภาษีที่ลูกค้าเซ็นรับ
- รายงานความคืบหน้างาน (Progress Report) หรือบันทึกการตรวจรับงาน ที่ผู้ควบคุมงานของลูกค้าลงนาม
หากต้องการ วางแผนภาษี ให้สอดคล้องกับกระแสเงินสดที่ขาดช่วงจากการถูกหัก WHT ทุกงวด ทีม A Plus Me สามารถช่วยประเมินและวางแผนได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มโครงการ
VAT กับงานก่อสร้าง — มีจุดพิเศษที่ต้องระวัง
งานก่อสร้างทั่วไปเสีย VAT 7% และบริษัทรับเหมาต้องออก ใบกำกับภาษีเต็มรูป พร้อมกับการออกใบแจ้งหนี้งวดงานทุกครั้ง ไม่ใช่ออกตอนรับเงินเท่านั้น
จุดที่มักทำผิด
- ออกใบกำกับภาษีหลังรับเงิน: สำหรับงานบริการ (รวมถึงงานก่อสร้าง) กฎหมาย VAT กำหนดให้ออกใบกำกับภาษีเมื่อเกิดความรับผิดในการเสีย VAT ซึ่งสำหรับงานก่อสร้างคือ วันที่ได้รับชำระเงินหรือวันที่ส่งมอบงานตามงวด แล้วแต่อย่างใดจะเกิดขึ้นก่อน
- ใช้ใบเสร็จรับเงินแทนใบกำกับภาษี: ลูกค้านิติบุคคลของคุณจะนำ VAT ที่จ่ายไปเป็นภาษีซื้อไม่ได้ถ้าไม่มีใบกำกับภาษีถูกต้อง และอาจทำให้ความสัมพันธ์ทางธุรกิจพัง
- ลืมเก็บภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์: ค่าวัสดุก่อสร้าง ค่าเครื่องจักร ค่าจ้างผู้รับเหมาช่วงที่จดทะเบียน VAT ล้วนมีใบกำกับภาษีที่นำไปหัก VAT ซื้อได้ อย่าทิ้งกองไว้โดยไม่บันทึก
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่อง VAT สำหรับ SME เพื่อทำความเข้าใจระบบ VAT ซื้อ-VAT ขายก่อนเริ่มรับงาน
การบันทึกต้นทุนงานก่อสร้าง — หัวใจของบัญชีรับเหมา
ต้นทุนงานก่อสร้างแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ที่ต้องบันทึกแยกกันต่อโครงการ ไม่ใช่รวมกันในบัญชีเดียว
1. ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง (Material Cost)
ได้แก่ ปูนซีเมนต์ เหล็ก ทราย กระเบื้อง ไม้แบบ ฯลฯ ต้องมีใบสั่งซื้อ ใบส่งของ และใบกำกับภาษีครบ หากซื้อวัสดุข้ามโครงการต้องแจกแจงสัดส่วนให้ชัดเจนด้วย
2. ต้นทุนแรงงาน (Labor Cost)
ค่าแรงกรรมกร ค่าจ้างช่าง ค่าล่วงเวลา ต้องมีสัญญาจ้าง ใบสั่งจ่าย และ นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่าย ภ.ง.ด.1 ทุกเดือนหากจ่ายค่าจ้างพนักงาน หรือนำส่ง ภ.ง.ด.3 หากจ้างแรงงานเป็นบุคคลธรรมดา (อัตราหัก ณ ที่จ่าย 3% สำหรับค่าจ้างเหมาแรง)
3. ต้นทุนโสหุ้ยการผลิต (Overhead Cost)
ได้แก่ ค่าเช่าเครื่องจักร ค่าเดินทาง ค่าควบคุมงาน ค่าสาธารณูปโภคหน้างาน ต้นทุนเหล่านี้ต้องปันส่วนให้โครงการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ตีรวมเป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลางทั้งหมด
บัญชีพักต้นทุนงานระหว่างก่อสร้าง (WIP)
ต้นทุนที่เกิดขึ้นก่อนที่จะรับรู้รายได้งวดนั้น จะถูกพักไว้ใน "บัญชีงานระหว่างก่อสร้าง" (Work In Progress — WIP) จนกว่าจะส่งมอบงานงวดนั้นสำเร็จและรับรู้รายได้แล้ว จึงโอนต้นทุนออกมาเป็นต้นทุนขาย นี่คือจุดที่ทำให้งบการเงินของบริษัทรับเหมาต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ
เอกสารสำคัญที่ต้องจัดระบบให้ครบ
ปัญหาบัญชีบริษัทรับเหมาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากการคำนวณ แต่เกิดจาก เอกสารไม่ครบ โดยเฉพาะงานที่ทำต่อหน่วยงานรัฐหรือบริษัทขนาดใหญ่ที่มีขั้นตอนเบิกจ่ายซับซ้อน
- สัญญาก่อสร้าง (ระบุงวดงาน มูลค่างวด เงื่อนไขการตรวจรับ และการหัก WHT ชัดเจน)
- รายงานการตรวจรับงานรายงวด (ลงนามโดยวิศวกรหรือผู้ควบคุมงานของเจ้าของงาน)
- ใบแจ้งหนี้ (Invoice) และใบกำกับภาษีเต็มรูปทุกงวด
- หนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) ทุกงวด
- ใบสั่งซื้อวัสดุ ใบส่งของ ใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์
- สัญญาจ้างผู้รับเหมาช่วง (Subcontract) พร้อมหลักฐานการจ่ายและหัก ณ ที่จ่าย
- รูปถ่ายความคืบหน้างานรายงวด (เป็นหลักฐานประกอบในกรณีถูกสรรพากรตรวจสอบ)
จะจัดระบบเอกสารเหล่านี้ให้เป็นระเบียบอย่างไร ดูได้จาก ดาวน์โหลดเอกสารฟรี ที่ A Plus Me จัดทำไว้สำหรับผู้ประกอบการ SME
ภาษีเงินได้นิติบุคคล และการคำนวณกำไรสุทธิของบริษัทรับเหมา
บริษัทรับเหมาที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต้องเสีย ภาษีเงินได้นิติบุคคล (CIT) จากกำไรสุทธิ โดยอัตราภาษีสำหรับ SME ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จะได้รับอัตราพิเศษดังนี้
- กำไรสุทธิ 0 – 300,000 บาทแรก: ยกเว้นภาษี
- กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: 15%
- กำไรสุทธิส่วนที่เกิน 3,000,000 บาท: 20%
กำไรสุทธิทางภาษีของบริษัทรับเหมาคือรายได้ที่รับรู้ตามงวดงาน หักด้วยต้นทุนวัสดุ ค่าแรง โสหุ้ย และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่มีเอกสารรองรับ รายจ่ายที่ไม่มีเอกสารถูกต้อง (เช่น จ่ายเงินสดค่าแรงโดยไม่มีสัญญา) จะ เป็นรายจ่ายต้องห้าม ไม่สามารถนำมาหักได้
สำหรับการยื่นแบบภาษี บริษัทรับเหมาต้องยื่น ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปี ภายใน 2 เดือนหลังครบ 6 เดือนแรกของรอบบัญชี) และ ภ.ง.ด.50 (ภาษีสิ้นปี ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี)
ข้อควรระวังพิเศษสำหรับงานรับเหมาจากหน่วยงานรัฐ
หน่วยงานรัฐ (กรม กระทรวง เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล รัฐวิสาหกิจ) มีขั้นตอนเบิกจ่ายที่เคร่งครัดกว่าเอกชน จุดที่ต้องระวังเพิ่มเติม
- หน่วยงานรัฐมักหัก ณ ที่จ่ายสูงกว่าอัตราปกติในบางกรณี หรืออาจหักค่าปรับงานล่าช้าออกก่อนจ่ายเงิน ซึ่งต้องบันทึกให้ถูกต้อง
- เงินประกันผลงาน (Retention Money) ที่รัฐหักไว้ (ปกติ 5-10%) จนกว่าจะพ้นช่วงประกันผลงาน ต้องบันทึกเป็น "ลูกหนี้เงินประกัน" ไม่ใช่รายได้ที่ยังไม่ได้รับ
- ใบกำกับภาษีที่ออกให้หน่วยงานรัฐต้องระบุข้อมูลครบถ้วนตามแบบที่กรมสรรพากรกำหนด
สรุปเช็กลิสต์บัญชีรับเหมาก่อสร้างที่ต้องทำทุกงวดงาน
- ตรวจรับงานงวดนั้นแล้ว — ออกใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีทันที
- บันทึกรายได้งวดงานเข้าบัญชีรายได้จากสัญญาก่อสร้าง
- โอนต้นทุนจากบัญชี WIP มายังบัญชีต้นทุนงานที่รับรู้แล้ว
- รับหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย (50 ทวิ) จากเจ้าของงาน
- บันทึก VAT ขายเข้าสมุดรายวัน และเตรียมยื่น ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
- รวบรวมใบกำกับภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์และผู้รับเหมาช่วง
- นำส่ง ภ.ง.ด.1 / ภ.ง.ด.3 สำหรับค่าแรงที่จ่ายในเดือนนั้น
- อัปเดตรายงานต้นทุนสะสมรายโครงการ เพื่อคุมงบประมาณและประเมินกำไรขั้นต้น
บริษัทรับเหมาก่อสร้างที่อยากให้บัญชีถูกต้องตั้งแต่ต้น ไม่ว่าจะเป็นงานรับเหมาเอกชนหรือหน่วยงานรัฐ ทีม A Plus Me พร้อมช่วยวางระบบรับทำบัญชีรายเดือนให้ตรงกับลักษณะสัญญาและงวดงานจริงของคุณ — ช่วยให้คุณรู้กำไรต่อโครงการและวางแผนภาษีได้อย่างมั่นใจทุกสิ้นปี ติดต่อ A Plus Me เพื่อนัดประเมินเบื้องต้นได้เลย
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ทำบัญชีบริษัทรับเหมาก่อสร้าง รับรู้รายได้ตามงวดงานและภาษีหัก ณ ที่จ่าย ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทรับเหมาก่อสร้างต้องบันทึกรายได้ตอนไหน — ตอนเซ็นสัญญา ตอนออกใบแจ้งหนี้ หรือตอนรับเงิน?
บันทึกรายได้ตอนส่งมอบงานและผ่านการตรวจรับงานแต่ละงวดเรียบร้อยแล้ว (ตามมาตรฐาน TFRS 15 / Percentage of Completion) ไม่ใช่ตอนเซ็นสัญญา และไม่ใช่ตอนรับเงินอย่างเดียว เพราะถ้ารอรับเงินแล้วค่อยรับรู้รายได้ อาจทำให้ภาษีสิ้นปีคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง
เจ้าของงานหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ทุกงวด — เงินนั้นหายไปไหน?
ไม่ได้หาย แต่เป็นเครดิตภาษีของบริษัทคุณ บันทึกไว้เป็นลูกหนี้ภาษีหัก ณ ที่จ่าย แล้วนำไปหักออกจากภาษีเงินได้นิติบุคคลตอนยื่น ภ.ง.ด.50 ปลายปี ถ้าถูกหักมากกว่าภาษีที่ต้องเสียจริง สามารถยื่นขอคืนภาษีได้
บริษัทรับเหมาต้องจด VAT ไหม และออกใบกำกับภาษีได้เฉพาะตอนรับเงินหรือเปล่า?
ถ้ารายรับจากงานก่อสร้างเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน VAT และออกใบกำกับภาษีเมื่อส่งมอบงานหรือรับชำระเงิน แล้วแต่อย่างใดจะเกิดขึ้นก่อน ห้ามออกเฉพาะตอนรับเงินเท่านั้น
เงินประกันผลงาน (Retention) ที่เจ้าของงานหักไว้ ต้องบันทึกบัญชีอย่างไร?
บันทึกเป็น 'ลูกหนี้เงินประกันผลงาน' ในงบดุล ไม่ใช่รายได้รอรับ เพราะคุณรับรู้รายได้เต็มจำนวนงวดงานไปแล้วตอนส่งมอบงาน ส่วนที่ยังได้รับเงินไม่ครบก็เป็นสิทธิเรียกร้องที่จะได้รับเมื่อพ้นช่วงรับประกัน
ถ้าโครงการขาดทุน ต้องรับรู้ผลขาดทุนทันทีไหม หรือรอถึงปิดโครงการ?
ต้องรับรู้ผลขาดทุนทันทีที่ประเมินได้ว่าโครงการจะขาดทุน (ตามหลักอนุรักษนิยมทางบัญชี) ไม่ต้องรอจนปิดโครงการ วิธีปฏิบัติคือทบทวนประมาณการต้นทุนทั้งโครงการทุกงวด ถ้าพบว่าต้นทุนรวมจะเกินมูลค่าสัญญา ให้บันทึกค่าเผื่อขาดทุนจากสัญญาทันที
บริษัทรับเหมาจ้างแรงงานรายวันต้องทำอะไรบ้างด้านภาษีและประกันสังคม?
ถ้าจ้างเป็นพนักงานประจำต้องนำส่ง ภ.ง.ด.1 และประกันสังคมทุกเดือน ถ้าจ้างเป็นบุคคลธรรมดารายงาน/รายวันโดยไม่ผ่านบริษัทนายหน้า ต้องหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% และนำส่ง ภ.ง.ด.3 ทุกเดือน ต้องมีสัญญาจ้างและหลักฐานการจ่ายเงินด้วย