ธุรกิจให้บริการและรับจ้างทำของดูเหมือนง่าย แต่เรื่องบัญชีและภาษีซ่อนจุดสะดุดไว้ไม่น้อย โดยเฉพาะการรับรู้รายได้ให้ถูกงวด เงินมัดจำ และภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าหักไปก่อนโอน

ธุรกิจให้บริการและรับจ้างทำของ หมายถึงอะไร

ในแง่ภาษีและบัญชีของไทย ธุรกิจให้บริการและรับจ้างทำของ แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ที่มีหลักเกณฑ์ภาษีแตกต่างกันเล็กน้อย

  • ธุรกิจให้บริการ (Service) คือการให้คำปรึกษา ออกแบบ ฝึกอบรม บริการซ่อมบำรุง บริการทำความสะอาด ดูแลระบบ IT เป็นต้น — ลูกค้าจ่ายค่าตอบแทนสำหรับ "ฝีมือหรือเวลา" ที่ผู้ให้บริการลงทุนไป
  • รับจ้างทำของ (Job Order / Contract Manufacturing) คือการรับงานผลิตชิ้นงานหรือสิ่งของตามสเปคที่ลูกค้ากำหนด เช่น รับงานพิมพ์ รับตัดเย็บ รับเชื่อมโลหะ รับผลิตอาหาร — กรรมสิทธิ์วัตถุดิบมักเป็นของผู้รับจ้างหรือลูกค้าแล้วแต่สัญญา

ทั้งสองกลุ่มมีจุดร่วมคือ "รายได้เกิดจากกระบวนการผลิต/บริการ ไม่ใช่จากการขายสินค้าคงคลังโดยตรง" ซึ่งทำให้การรับรู้รายได้และการบันทึกต้นทุนต้องใช้หลักการที่ต่างจากร้านค้าทั่วไป

รับรู้รายได้อย่างไรให้ถูกหลักบัญชี

ข้อผิดพลาดอันดับหนึ่งของธุรกิจบริการคือ บันทึกรายได้เมื่อรับเงิน แทนที่จะบันทึกเมื่อส่งมอบงานหรือให้บริการจริง ซึ่งอาจทำให้งบการเงินผิดเพี้ยนและเสียภาษีผิดงวดได้

หลักการรับรู้รายได้ตามมาตรฐานบัญชีไทย

มาตรฐานการรายงานทางการเงินไทยกำหนดให้รับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ์ (Accrual Basis) นั่นคือรับรู้รายได้ เมื่อส่งมอบงาน/บริการสำเร็จ หรือตามสัดส่วนความสำเร็จของงาน (Percentage of Completion) ในกรณีสัญญาระยะยาว โดยไม่ขึ้นอยู่กับว่าได้รับเงินแล้วหรือยัง

เงินมัดจำที่รับมา — บันทึกอย่างไร

เงินมัดจำที่ลูกค้าโอนมาก่อนเริ่มงาน ไม่ใช่รายได้ทันที แต่ต้องบันทึกเป็น "เจ้าหนี้รับล่วงหน้า" หรือ "เงินรับล่วงหน้า" (Deferred Revenue / Unearned Revenue) ในหมวดหนี้สิน และจะโอนมาเป็นรายได้ก็ต่อเมื่อทำงานส่งมอบแล้วเท่านั้น

ตัวอย่าง: บริษัทรับออกแบบเว็บไซต์ รับมัดจำ 30,000 บาทในเดือนมกราคม แต่ส่งงานสำเร็จในเดือนมีนาคม — รายได้ 30,000 บาทต้องบันทึกในเดือนมีนาคม ไม่ใช่มกราคม

ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% — เรื่องที่เจ้าของบริการต้องเข้าใจ

ถ้าลูกค้าของคุณเป็น นิติบุคคล (บริษัทหรือ หจก.) กฎหมายกำหนดให้ลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายก่อนจ่ายค่าบริการ ซึ่งสำหรับธุรกิจให้บริการและรับจ้างทำของโดยทั่วไปอยู่ที่ อัตรา 3% ของค่าบริการก่อน VAT

ตัวอย่างเช่น คุณออกใบแจ้งหนี้ค่าบริการ 100,000 บาท + VAT 7,000 บาท = รวม 107,000 บาท ลูกค้าจะหัก 3,000 บาท (3% ของ 100,000) แล้วโอนมาให้ 104,000 บาท พร้อมออกหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายให้คุณ

ฝั่งรับ: ต้องทำอย่างไร

  • เก็บ หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย (หรือ e-Withholding Tax) ทุกใบ — ห้ามทำหาย เพราะนำไปเครดิตภาษีได้
  • บันทึกรายได้เต็มจำนวน 100,000 บาท (ไม่ใช่ 97,000 บาทที่รับจริง)
  • บันทึก "ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่าย" 3,000 บาทเป็นสินทรัพย์ (ลูกหนี้ภาษี) ที่จะนำไปหักออกจากภาษีเงินได้นิติบุคคลปลายปี

ลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดา — หักหรือไม่หัก

หากลูกค้าเป็นบุคคลธรรมดาที่ไม่ได้ประกอบกิจการ ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย คุณจะได้รับเงินเต็มยอด แต่ยังต้องนำรายได้ทั้งหมดมารวมคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลตามปกติ

VAT สำหรับธุรกิจบริการ — จดเมื่อไหร่ และคิดอย่างไร

เมื่อรายได้รวมของกิจการเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี กฎหมายกำหนดให้จดทะเบียน VAT ภายใน 30 วันนับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ หลังจากนั้นต้องเรียกเก็บ VAT 7% จากลูกค้าและยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือ 23 กรกฎาคมสำหรับการยื่นออนไลน์)

ภาษีขายเกิดเมื่อไหร่

สำหรับธุรกิจบริการ ภาษีขายเกิดขึ้นเมื่อได้รับชำระเงิน หรือเมื่อออกใบกำกับภาษี — อย่างใดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นก่อน ซึ่งต่างจากธุรกิจขายสินค้าที่ความรับผิดในภาษีขายเกิดขึ้นเมื่อส่งมอบสินค้า ดังนั้น หากคุณออกใบกำกับภาษีก่อนที่จะได้รับเงิน ต้องนำ VAT ไปยื่นในเดือนที่ออกใบกำกับ

ภาษีซื้อที่นำมาหักได้

ถ้ากิจการจด VAT แล้ว ค่าใช้จ่ายที่ซื้อสินค้า/บริการมาเพื่อใช้ในกิจการและมีใบกำกับภาษีถูกต้อง สามารถนำ VAT ที่จ่ายไป (ภาษีซื้อ) มาหักออกจากภาษีขายได้ ทำให้จ่าย VAT สุทธิน้อยลง แต่ต้องระวัง ภาษีซื้อต้องห้าม เช่น ค่าเลี้ยงรับรองที่ไม่มีใบกำกับภาษีเต็มรูป หรือค่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคล

ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่ต้องบันทึก

ต้นทุนของธุรกิจบริการและรับจ้างทำของมักแบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ซึ่งแต่ละกลุ่มมีวิธีบันทึกและเอกสารรองรับที่ต่างกัน

1. ต้นทุนแรงงาน

ค่าแรงพนักงานหรือช่างที่ทำงานให้กับออเดอร์/โปรเจกต์นั้นๆ ต้องบันทึกตาม ใบส่งเงินเดือน ใบเสร็จค่าจ้าง หรือสัญญาจ้างแรงงาน พร้อมนำส่ง ภ.ง.ด.1 สำหรับพนักงานประจำ และ ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 สำหรับผู้รับจ้างรายงาน — ขึ้นอยู่กับว่าผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

2. ต้นทุนวัตถุดิบและวัสดุสิ้นเปลือง

สำหรับธุรกิจรับจ้างทำของที่ต้องซื้อวัตถุดิบมาประกอบ ต้องติดตามให้ได้ว่าวัตถุดิบแต่ละล็อตถูกนำไปใช้ในออเดอร์ใด เพื่อให้คำนวณต้นทุนต่อหน่วยงาน (Job Cost) ได้แม่นยำ

3. ค่าใช้จ่ายโสหุ้ย (Overhead)

ค่าเช่าสถานที่ ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าอุปกรณ์สำนักงาน เหล่านี้ถือเป็นต้นทุนโสหุ้ยที่ต้องกระจายไปยังแต่ละงานหรือบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในงวดนั้น

ตารางสรุปอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประเภทงาน

ประเภทงาน/บริการ อัตราหัก ณ ที่จ่าย แบบนำส่ง
รับจ้างทำของ (ผู้รับจ้างเป็นนิติบุคคล) 3% ภ.ง.ด.53
รับจ้างทำของ (ผู้รับจ้างเป็นบุคคลธรรมดา) 3% ภ.ง.ด.3
ค่าวิชาชีพ (บัญชี กฎหมาย วิศวกร แพทย์ สถาปนิก) 3% ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53
ค่าโฆษณา / ออกแบบกราฟิก / งานสร้างสรรค์ 3% ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53
เงินเดือนพนักงาน ขั้นบันได 0–35% ภ.ง.ด.1
ค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์ 5% ภ.ง.ด.53

หมายเหตุ: กำหนดส่งแบบ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 คือภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (15 สำหรับการยื่นออนไลน์) — ยื่นล่าช้าเสียเงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือนและเบี้ยปรับอีก 1-2 เท่าของภาษี

เอกสารที่ต้องมีในธุรกิจบริการ — เช็กลิสต์ฉบับปฏิบัติ

การมีเอกสารครบถ้วนคือหัวใจของการทำบัญชีที่ถูกต้องและป้องกันความเสี่ยงเมื่อสรรพากรเรียกตรวจ ลองเช็กลิสต์นี้ดูว่ากิจการคุณมีครบหรือยัง

  • ใบเสนอราคา (Quotation) — ระบุขอบเขตงาน ราคา และเงื่อนไขชำระเงิน
  • สัญญาจ้างหรือสัญญารับจ้างทำของ — สำคัญมากโดยเฉพาะงานที่มีมูลค่าสูงหรือใช้เวลานาน อย่าลืมติดอากรแสตมป์ตามกฎหมาย (สัญญาจ้างทำของ 1 บาทต่อทุก 1,000 บาท แต่ไม่เกิน 10,000 บาท)
  • ใบส่งงานหรือรายงานการส่งมอบงาน — เป็นหลักฐานว่าได้ส่งมอบงานจริงแล้ว และเป็นจุดที่ "รับรู้รายได้"
  • ใบแจ้งหนี้ (Invoice) — ออกหลังส่งงาน ระบุรายละเอียดงาน ราคาก่อน VAT และ VAT แยกต่างหาก
  • ใบกำกับภาษี (Tax Invoice) — จำเป็นสำหรับกิจการที่จด VAT มีรายการต้องใส่ตามกฎหมาย (ชื่อ ที่อยู่ เลขผู้เสียภาษี วันที่ รายการ)
  • ใบเสร็จรับเงิน (Receipt) — ออกเมื่อรับชำระเงินแล้ว
  • หนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่าย — เก็บทุกใบไว้ยื่นหักภาษีปลายปี

ดูเพิ่มเติมเรื่องเอกสารที่ต้องเตรียมส่งสำนักงานบัญชีได้ที่ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี

ข้อผิดพลาดที่ธุรกิจบริการ SME มักพบบ่อย

จากประสบการณ์ดูแลลูกค้า SME มาหลายร้อยราย ทีม A Plus Me พบว่าปัญหาซ้ำๆ ที่เกิดขึ้นกับธุรกิจบริการและรับจ้างทำของมีดังนี้

1. บันทึกเงินมัดจำเป็นรายได้ทันที

เป็นความเข้าใจผิดที่พบบ่อยมาก เงินมัดจำยังไม่ใช่รายได้จนกว่าจะส่งมอบงาน การบันทึกผิดทำให้กำไรในงวดนั้นสูงเกินจริง และเสียภาษีเงินได้เกินไปในงวดรับมัดจำ

2. ไม่เก็บหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย

เมื่อถึงเวลายื่น ภ.ง.ด.50 ปลายปี ถ้าไม่มีหนังสือรับรองก็ไม่สามารถเครดิตภาษีถูกหักไปได้ ต้องเสียภาษีซ้ำซ้อน หรือต้องไปขอเอกสารย้อนหลังจากลูกค้าซึ่งยุ่งยากมาก

3. ออกใบกำกับภาษีผิดวัน

บางกิจการออกใบกำกับภาษีย้อนหลังหรือล่วงหน้าเพื่อให้ตรงกับการรับเงิน ซึ่งผิดกฎหมาย VAT และอาจนำไปสู่การถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

4. จ่ายค่าจ้างผู้รับเหมาช่วงโดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่าย

ถ้ากิจการจ้างช่างหรือผู้รับเหมาช่วงมาช่วยทำงาน ต้องหัก ณ ที่จ่าย 3% ทุกครั้งที่จ่ายเงิน (กรณีจ่ายครั้งเดียวหรือตลอดปีเกิน 1,000 บาท) ถ้าไม่หักจะถูกปรับทั้งผู้จ่ายและต้องรับผิดชอบภาษีที่ควรหักแทน

5. ไม่มีสัญญารองรับงานขนาดใหญ่

งานมูลค่าสูงที่ไม่มีสัญญาลายลักษณ์อักษรเสี่ยงทั้งทางแพ่ง (เก็บเงินยาก) และทางภาษี (สรรพากรอาจตั้งคำถามว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกี่ยวข้องกับการสร้างรายได้จริงหรือไม่)

ภาษีเงินได้นิติบุคคล — คำนวณอย่างไร

เมื่อปิดรอบบัญชีประจำปี (โดยทั่วไปคือ 31 ธันวาคม) กิจการต้องยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังปิดรอบ (ประมาณ 31 พฤษภาคมของปีถัดไป) พร้อมกับงบการเงิน

สำหรับ SME ที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและมีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาท และรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี จะได้สิทธิอัตราภาษีขั้นบันได ดังนี้

  • กำไรสุทธิ 300,000 บาทแรก: ยกเว้นภาษี 0%
  • กำไรสุทธิ 300,001 – 3,000,000 บาท: 15%
  • กำไรสุทธิ มากกว่า 3,000,000 บาท: 20%

ภาษีถูกหัก ณ ที่จ่ายที่สะสมไว้ตลอดปี (3% จากลูกค้านิติบุคคล) จะนำมาหักออกจากภาษีที่ต้องเสีย ทำให้ต้องจ่ายสุทธิน้อยลง และถ้าถูกหักมากกว่าภาษีที่ต้องเสีย สามารถขอคืนหรือเครดิตงวดถัดไปได้

ต้องการวางแผนภาษีก่อนปิดงบให้มีประสิทธิภาพ? อ่านต่อที่ วางแผนภาษี ของเรา

สรุป: วางระบบบัญชีธุรกิจบริการอย่างไรให้แน่น

ธุรกิจให้บริการและรับจ้างทำของที่วางระบบบัญชีดี จะสามารถ ดูกำไรต่อโปรเจกต์ได้ชัดเจน วางแผนภาษีล่วงหน้าได้แม่นยำ และไม่ต้องกังวลเวลาสรรพากรเรียกตรวจ จุดสำคัญที่ต้องจัดการตั้งแต่ต้นคือ

  • แยกบัญชีธุรกิจออกจากบัญชีส่วนตัวอย่างเด็ดขาด
  • มีสัญญาและใบส่งงานทุกครั้งก่อนออกใบกำกับภาษี
  • เก็บหนังสือรับรองหักภาษี ณ ที่จ่ายอย่างเป็นระบบ (แนะนำสแกนเก็บ cloud)
  • หักภาษีจากผู้รับจ้างช่วงทุกครั้งและนำส่งให้ตรงเวลา
  • ใช้ระบบ รับทำบัญชีรายเดือน เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญดูแลทุกเดือน ไม่ให้สะสมปัญหา

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นกิจการหรือกำลังพิจารณาว่าควรจดทะเบียนในรูปแบบใด อ่านเปรียบเทียบที่ คู่มือจดทะเบียนบริษัท และ บริการจดทะเบียนบริษัท ของเรา หรือถ้าอยากให้ทีม A Plus Me ช่วยประเมินว่ากิจการของคุณมีความเสี่ยงภาษีตรงไหน สามารถใช้เครื่องมือ ประเมินความเสี่ยงภาษี ได้ฟรี

ทีม A Plus Me ดูแลธุรกิจบริการและรับจ้างทำของมาหลากหลายประเภท ตั้งแต่บริษัทที่ปรึกษา สตูดิโอออกแบบ ไปจนถึงโรงงานรับจ้างผลิตขนาดเล็ก เราเข้าใจว่าแต่ละธุรกิจมีจุดเฉพาะตัว หากต้องการวางระบบบัญชีหรือขอคำปรึกษาด้านภาษีที่ตรงกับลักษณะธุรกิจของคุณ ติดต่อ A Plus Me ได้เลย ทีมพร้อมตอบทุกวันทำการ

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ทำบัญชีธุรกิจให้บริการและรับจ้างทำของ จัดการรายได้ ภาษี และหัก ณ ที่จ่าย ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ธุรกิจรับจ้างทำของถูกลูกค้าหักภาษี ณ ที่จ่ายเท่าไหร่

โดยทั่วไปอยู่ที่ 3% ของค่าจ้างก่อน VAT ไม่ว่าผู้รับจ้างจะเป็นนิติบุคคลหรือบุคคลธรรมดา โดยลูกค้าที่เป็นนิติบุคคลมีหน้าที่หักและนำส่งสรรพากรภายในวันที่ 7 (หรือ 15 สำหรับยื่นออนไลน์) ของเดือนถัดไป

เงินมัดจำที่รับจากลูกค้าต้องบันทึกบัญชีอย่างไร

เงินมัดจำที่รับก่อนทำงานไม่ใช่รายได้ทันที ต้องบันทึกเป็น 'เงินรับล่วงหน้า' (หนี้สิน) และโอนมาเป็นรายได้เมื่อส่งมอบงานแล้วเท่านั้น เพื่อให้ตรงกับหลักการรับรู้รายได้ตามเกณฑ์สิทธิ์

กิจการบริการต้องจด VAT เมื่อไหร่

เมื่อรายได้รวมจากการให้บริการเกิน 1.8 ล้านบาทในรอบ 12 เดือน ต้องยื่นจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน หลังจากนั้นต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนและออกใบกำกับภาษีทุกครั้งที่ให้บริการ

ถ้าจ้างผู้รับเหมาช่วงมาช่วยทำงาน ต้องหักภาษีหรือเปล่า

ต้องหัก ภาษีหัก ณ ที่จ่าย 3% จากผู้รับเหมาช่วงทุกครั้งที่จ่ายเงิน ไม่ว่าจะเป็นบุคคลธรรมดา (ยื่น ภ.ง.ด.3) หรือนิติบุคคล (ยื่น ภ.ง.ด.53) หากไม่หักผู้จ่ายต้องรับผิดชอบภาษีนั้นแทน

ภาษีเงินได้นิติบุคคลของธุรกิจบริการ SME คำนวณอย่างไร

SME ที่มีทุนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี ได้รับอัตราพิเศษ: กำไร 300,000 บาทแรกยกเว้นภาษี, 300,001-3,000,000 บาทเสีย 15%, และส่วนที่เกิน 3 ล้านบาทเสีย 20% โดยภาษีที่ถูกหัก ณ ที่จ่ายตลอดปีนำมาเครดิตได้

สัญญารับจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ไหม

ต้องติด สัญญาจ้างทำของต้องติดอากรแสตมป์ในอัตรา 1 บาทต่อทุก 1,000 บาทของมูลค่าสัญญา แต่ไม่เกิน 10,000 บาท ต้องติดภายใน 15 วันหลังทำสัญญา มิฉะนั้นจะมีค่าปรับสูงถึง 5 เท่าของค่าอากรที่ต้องชำระ