ก่อนตัดสินใจว่าจะจ้างนักบัญชีประจำบริษัทหรือจ้างสำนักงานบัญชีภายนอก เจ้าของธุรกิจหลายคนดูแค่ตัวเลขเงินเดือนกับค่าบริการรายเดือน แต่จริงๆ แล้วต้นทุนทั้งสองฝั่งมีรายละเอียดซ่อนอยู่อีกมากที่ต้องนำมาคิดรวมกันก่อน

ทำไมการดูแค่เงินเดือนหรือค่าบริการถึงไม่พอ

คำถามที่เจ้าของกิจการ SME ถามบ่อยมากคือ "จ้างนักบัญชีประจำ หรือจ้างสำนักงานบัญชีดีกว่ากัน?" และคำตอบที่ได้มักจะเป็นแค่การเทียบเงินเดือนกับค่าบริการรายเดือน แต่ตัวเลขที่เห็นทั้งสองฝั่งนั้นไม่ใช่ต้นทุนทั้งหมด

ต้นทุนจ้างนักบัญชีประจำมีองค์ประกอบมากกว่าเงินเดือน ขณะที่ต้นทุนของสำนักงานบัญชีก็มีขอบเขตที่ต้องตรวจให้ชัดเช่นกัน บทความนี้จะช่วยให้คุณ "เปิดแจก" ตัวเลขทั้งสองฝั่งแล้วนำมาเปรียบกันอย่างเป็นธรรม

ต้นทุนจ้างนักบัญชีประจำ — มีอะไรมากกว่าเงินเดือน

เมื่อบริษัทตัดสินใจจ้างนักบัญชีประจำ 1 คน สิ่งที่ต้องจ่ายจริงไม่ได้มีแค่เงินเดือนในสลิป แต่มีภาระต้นทุนที่บวกเพิ่มขึ้นอีกหลายรายการ ลองคำนวณด้วยตัวอย่างนักบัญชีระดับพนักงานทั่วไปที่มีประสบการณ์ 2-5 ปี เงินเดือน 20,000-30,000 บาท/เดือน

ต้นทุนโดยตรง (Direct Cost)

  • เงินเดือน: 20,000-30,000 บาท/เดือน
  • ประกันสังคม (ฝั่งนายจ้าง 5%): 750-750 บาท/เดือน (ฐานสูงสุด 15,000 บาท × 5% = 750 บาท)
  • โบนัสประจำปี: เฉลี่ย 1-2 เดือน คิดแบ่งเป็นรายเดือน ≈ 1,667-5,000 บาท/เดือน
  • วันหยุดพักร้อนสะสม: ถ้าพนักงานมีสิทธิ์ลา 10 วัน/ปี ต้นทุนเฉลี่ยประมาณ 700-1,000 บาท/เดือน
  • ค่ารักษาพยาบาลหรือประกันสุขภาพกลุ่ม: 200-800 บาท/เดือน ขึ้นกับแผนที่เลือก

ต้นทุนแฝง (Hidden Cost) ที่มักถูกลืม

  • เวลาของผู้จัดการหรือเจ้าของในการกำกับดูแลงาน: ถ้าเจ้าของต้องใช้เวลาตรวจงาน 2-4 ชั่วโมง/สัปดาห์ นั่นคือต้นทุนค่าเสียโอกาสที่มองไม่เห็น
  • ค่าซอฟต์แวร์บัญชี: โปรแกรมอย่าง Express, FlowAccount, หรือ PEAK อยู่ที่ประมาณ 200-2,000 บาท/เดือน แล้วแต่แพ็กเกจ
  • ค่าอบรมและพัฒนาทักษะ: ผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายต้องเข้าอบรม CPD 12-27 ชั่วโมง/ปี ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 3,000-8,000 บาท/ปี ซึ่งนายจ้างมักต้องรับผิดชอบ
  • ค่าอุปกรณ์และพื้นที่ทำงาน: โต๊ะ เก้าอี้ คอมพิวเตอร์ และพื้นที่สำนักงาน โดยเฉพาะสำหรับบริษัทที่จ้างใหม่
  • ต้นทุนการสรรหาและทดแทน: หากนักบัญชีลาออก ค่าสรรหา สัมภาษณ์ และ on-boarding คนใหม่อาจสูงถึง 1-3 เดือนของเงินเดือน
  • ค่าผู้สอบบัญชีภายนอก (CPA): งบการเงินนิติบุคคลต้องตรวจสอบโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ค่าใช้จ่ายนี้ยังคงต้องจ่ายเพิ่มต่างหาก แม้มีนักบัญชีประจำแล้ว
รายการต้นทุน ต่ำ (บาท/เดือน) สูง (บาท/เดือน)
เงินเดือนนักบัญชี 20,000 30,000
ประกันสังคมนายจ้าง 750 750
โบนัส (เฉลี่ยรายเดือน) 1,667 5,000
ประกันสุขภาพกลุ่ม 200 800
ซอฟต์แวร์บัญชี 200 2,000
อบรม CPD (เฉลี่ยรายเดือน) 250 667
ค่าผู้สอบบัญชี CPA ภายนอก 1,667 5,000
รวมต้นทุนต่อเดือน (ประมาณ) ~24,734 ~44,217

หมายเหตุ: ตัวเลขข้างต้นเป็นการประมาณการเพื่อเปรียบเทียบ ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับนโยบายบริษัท ขนาดธุรกิจ และภาระงานจริง ผู้ตรวจสอบบัญชีควรยืนยันตัวเลขแต่ละรายการก่อนนำไปใช้ตัดสินใจ

ต้นทุนของสำนักงานบัญชีภายนอก — ดูให้ครบก่อนตกลง

ฝั่งสำนักงานบัญชีก็มีรายละเอียดที่ต้องตรวจให้ชัดเช่นกัน ราคารายเดือนที่เห็นในใบเสนอราคามักจะครอบคลุมงานมาตรฐาน แต่อาจไม่รวมทุกอย่างที่ธุรกิจคุณต้องการ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่บริการ รับทำบัญชีรายเดือน ของ A Plus Me

สิ่งที่มักรวมอยู่ในค่าบริการรายเดือน

  • บันทึกรายการบัญชีรายเดือน
  • จัดทำและยื่นแบบภาษีรายเดือน (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53, ภ.พ.30)
  • กระทบยอดธนาคาร (Bank Reconciliation)
  • สรุปรายงานรายเดือนเบื้องต้น

สิ่งที่มักคิดแยกหรือต้องถามให้ชัด

  • ค่าปิดงบประจำปีและส่งงบการเงินต่อ DBD
  • ค่าผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) — บางแห่งรวม บางแห่งแยก
  • งาน payroll และประกันสังคม
  • การจัดการเอกสารย้อนหลังหรืองานแก้ไขจากสำนักงานเดิม
  • ที่ปรึกษาภาษีเชิงวางแผน — ดูเพิ่มเติมที่ วางแผนภาษี

โดยทั่วไป ค่าบริการสำนักงานบัญชีสำหรับบริษัทขนาดเล็กที่ยังไม่จด VAT และมีรายการธุรกรรมไม่มาก อาจเริ่มต้นที่หลักพันต้นๆ ต่อเดือน ส่วนบริษัทที่จด VAT มีพนักงาน หรือมีรายการซับซ้อนขึ้น ค่าบริการจะสูงขึ้นตามภาระงานจริง

เปรียบเทียบแบบเห็นภาพ: ตัวอย่างบริษัท SME ขนาดเล็ก

สมมติบริษัทจำกัดที่มีรายได้ปีละ 5-10 ล้านบาท จด VAT มีพนักงาน 5 คน และมีรายการธุรกรรมรายเดือนพอประมาณ เจ้าของกำลังพิจารณาว่าจะเลือกแบบไหน

หัวข้อเปรียบเทียบ จ้างนักบัญชีประจำ ใช้สำนักงานบัญชี
ต้นทุนรายเดือนโดยประมาณ 25,000-45,000 บาท 3,000-15,000 บาท
ค่าผู้สอบบัญชี (CPA) ต้องจ้างเพิ่มต่างหาก มักรวมหรือประสานให้
ความลึกของงาน รู้ธุรกิจลึก ทำงานได้ทันที ต้องใช้เวลา on-board ระบบ
ความยืดหยุ่นเมื่องานขึ้น-ลง ต้นทุนคงที่ ไม่ยืดหยุ่น ปรับขอบเขตงานได้ตามจริง
ความเสี่ยงเมื่อพนักงานลาออก สูง — งานหยุดชะงัก ต่ำ — ทีมรับช่วงต่อได้
ความรู้เชิงกฎหมาย/ภาษีล่าสุด ขึ้นกับว่าพนักงานอัปเดตหรือไม่ ทีมมักมีผู้เชี่ยวชาญหลายคน
ที่ปรึกษาภาษีเชิงวางแผน ต้องจ้างผู้เชี่ยวชาญเพิ่ม บางแห่งให้บริการในชุดเดียวกัน

ปัจจัยที่ควรพิจารณานอกเหนือจากราคา

ตัวเลขต้นทุนเป็นจุดเริ่มต้น แต่การเลือกวิธีดูแลบัญชีควรพิจารณาปัจจัยอื่นร่วมด้วย เพราะธุรกิจแต่ละประเภทมีความต้องการต่างกัน

เหมาะที่จะจ้างนักบัญชีประจำ เมื่อ...

  • บริษัทมีรายการธุรกรรมรายวันจำนวนมากและซับซ้อน เช่น ธุรกิจนำเข้า-ส่งออก หรือมีหลายสาขา
  • ต้องการให้นักบัญชีเข้าใจระบบภายในและกระบวนการธุรกิจอย่างลึกซึ้ง
  • มีการรายงานผู้บริหารบ่อยครั้งและต้องการข้อมูลแบบเรียลไทม์
  • บริษัทมีขนาดใหญ่พอที่ต้นทุนนักบัญชีประจำคุ้มค่ากับปริมาณงาน

เหมาะที่จะใช้สำนักงานบัญชี เมื่อ...

  • บริษัทเพิ่งเปิดใหม่หรืออยู่ในช่วงเติบโต ต้นทุนคงที่ต้องต่ำ
  • ปริมาณงานบัญชีรายเดือนยังไม่เต็มเวลาพนักงาน 1 คน
  • ต้องการลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาบุคคลคนเดียว
  • ต้องการเข้าถึงผู้เชี่ยวชาญด้านภาษีและกฎหมายหลายคนในราคาเดียว
  • ต้องการความยืดหยุ่นในการปรับขอบเขตงานตามฤดูกาลของธุรกิจ

ข้อผิดพลาดที่เจ้าของกิจการมักทำในการตัดสินใจ

การเปรียบเทียบแค่ตัวเลขหน้าตั๋วโดยไม่คิดถึงต้นทุนรวมทำให้ตัดสินใจผิดพลาดได้ง่าย ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยมีดังนี้

  • ดูแค่เงินเดือน ไม่นับประกันสังคม โบนัส และภาระ HR อื่น: ต้นทุนจริงมักสูงกว่าเงินเดือนอีก 15-30%
  • ลืมว่าต้องจ้าง CPA แยกต่างหากแม้มีนักบัญชีประจำ: กฎหมายกำหนดให้งบการเงินนิติบุคคลต้องผ่านการตรวจสอบโดย CPA — ดูรายละเอียดที่ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี
  • ไม่ได้คิดต้นทุนค่าเสียโอกาสของเวลาตัวเอง: เจ้าของที่ต้องกำกับนักบัญชีประจำใช้เวลากับงานนี้แทนที่จะไปพัฒนาธุรกิจ
  • เลือกสำนักงานบัญชีจากราคาถูกสุดโดยไม่ตรวจขอบเขตงาน: ราคาต่ำอาจหมายถึงงานบางส่วนไม่รวม ทำให้ต้องจ่ายเพิ่มภายหลัง
  • ไม่ประเมินความเสี่ยงเมื่อนักบัญชีประจำลาออก: บริษัทขนาดเล็กที่พึ่งพาคนคนเดียวมักเจอปัญหางานล้างค้างเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลง

สูตรคำนวณง่ายๆ ใช้ประเมินก่อนตัดสินใจ

ก่อนตัดสินใจ ลองประเมินด้วยคำถาม 3 ข้อนี้

ข้อ 1 — ปริมาณงานเต็มเวลาไหม?
นับจำนวนเอกสารขาย-ซื้อ รายการธนาคาร แบบภาษีที่ต้องยื่น และรายงานที่ต้องการต่อเดือน ถ้าประเมินว่าต้องใช้เวลา 4-6 ชั่วโมง/วัน ขึ้นไปจึงจะคุ้มกับการจ้างเต็มเวลา

ข้อ 2 — มีต้นทุนแฝงเท่าไหร่?
นำต้นทุนรวมจากตารางด้านบนมาหารด้วย 12 เดือน แล้วเปรียบกับค่าบริการสำนักงานบัญชีที่ตรวจขอบเขตงานแล้วชัดเจน

ข้อ 3 — ต้องการอะไรมากกว่ากัน ความใกล้ชิดหรือความยืดหยุ่น?
ถ้าต้องการคนที่รู้ธุรกิจลึก อยู่ด้วยกันทุกวัน และเข้าถึงง่าย นักบัญชีประจำอาจตอบโจทย์กว่า แต่ถ้าต้องการประหยัดต้นทุนและลดความเสี่ยงในช่วงเริ่มต้น สำนักงานบัญชีมักคุ้มกว่ามาก

ทางเลือกกลางที่หลายธุรกิจ SME เลือกใช้

ไม่ใช่ว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเสมอไป บริษัทหลายแห่งใช้โมเดลผสม เช่น มีผู้ช่วยฝ่ายการเงินประจำ (Finance Admin) สำหรับงานรับ-จ่ายและรวบรวมเอกสารรายวัน แล้วใช้สำนักงานบัญชีดูแลงานบัญชี ภาษี และผู้สอบบัญชี วิธีนี้ช่วยลดต้นทุนรวมในขณะที่ยังมีคนในบริษัทคอยประสานงานเอกสาร

นอกจากนี้ ยังมีตัวเลือกเรื่องระบบจัดการเอกสารที่ช่วยลดเวลาในการส่งข้อมูลระหว่างทีมธุรกิจกับสำนักงานบัญชี ดูเอกสารและเครื่องมือที่ช่วยได้ที่ ดาวน์โหลดเอกสารฟรี หรือถ้าต้องการดูว่าธุรกิจของคุณมีความเสี่ยงทางภาษีตรงไหนบ้าง ลองใช้บริการ ประเมินความเสี่ยงภาษี ก่อน

ถ้าคุณกำลังอยู่ในช่วงตัดสินใจว่าจะจัดระบบบัญชีอย่างไรให้เหมาะกับธุรกิจในตอนนี้ ทีม A Plus Me พร้อมช่วยประเมินภาระงานจริงและเสนอแนวทางที่เหมาะกับขนาดและรูปแบบธุรกิจของคุณ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายในการพูดคุยครั้งแรก ติดต่อ A Plus Me เพื่อนัดพูดคุยได้เลย

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ต้นทุนจ้างนักบัญชีประจำเทียบกับสำนักงานบัญชี คำนวณจริงแบบเห็นตัวเลข ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จ้างนักบัญชีประจำ 1 คน ต้นทุนจริงต่อเดือนอยู่ที่เท่าไหร่?

ถ้านับเฉพาะเงินเดือนอาจอยู่ที่ 20,000-30,000 บาท แต่เมื่อรวมประกันสังคมฝั่งนายจ้าง โบนัส ประกันสุขภาพ ซอฟต์แวร์บัญชี ค่าอบรม CPD และค่าผู้สอบบัญชี CPA ภายนอกที่ต้องจ้างเพิ่ม ต้นทุนรวมจริงมักอยู่ที่ประมาณ 25,000-45,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท

แม้จะมีนักบัญชีประจำแล้ว ยังต้องจ้างผู้สอบบัญชี (CPA) อีกไหม?

ใช่ กฎหมายกำหนดให้งบการเงินของนิติบุคคลทุกแห่งต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) ที่ขึ้นทะเบียนกับ ก.บช. ดังนั้นแม้มีนักบัญชีประจำ ยังต้องมีค่า CPA เพิ่มต่างหากทุกปี

สำนักงานบัญชีคิดค่าบริการอย่างไร และรวมอะไรบ้าง?

ค่าบริการสำนักงานบัญชีคิดตามปริมาณเอกสาร ความซับซ้อนของภาษี จำนวนพนักงาน และรายงานที่ต้องการ โดยทั่วไปค่าบริการรายเดือนครอบคลุมการบันทึกบัญชี การยื่นแบบภาษีรายเดือน และกระทบยอดธนาคาร ส่วนค่าปิดงบปีและค่าผู้สอบบัญชีบางแห่งรวม บางแห่งคิดแยก ควรตรวจขอบเขตให้ชัดก่อนตกลงราคา

บริษัทขนาดเล็กที่เปิดใหม่ควรเลือกแบบไหน?

สำหรับบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนและยังมีรายการธุรกรรมไม่มาก การใช้สำนักงานบัญชีภายนอกมักคุ้มกว่ามาก เพราะต้นทุนต่ำกว่า ไม่ต้องแบกภาระ HR และยังเข้าถึงทีมผู้เชี่ยวชาญหลายคนในราคาเดียว เมื่อธุรกิจเติบโตและปริมาณงานสูงขึ้นจึงค่อยพิจารณาจ้างนักบัญชีประจำ

ถ้าต้องการทั้งนักบัญชีและที่ปรึกษาภาษี ควรจัดการอย่างไร?

สำนักงานบัญชีที่มีทีมครบวงจรสามารถให้บริการทั้งงานบัญชีรายเดือนและงานวางแผนภาษีในชุดเดียวได้ ซึ่งประหยัดกว่าการจ้างนักบัญชีประจำแล้วยังต้องจ้างที่ปรึกษาภาษีแยกต่างหาก โดยเฉพาะสำหรับ SME ที่ต้องการประหยัดภาษีนิติบุคคลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ความเสี่ยงของการจ้างนักบัญชีประจำที่มักถูกมองข้ามคืออะไร?

ความเสี่ยงหลักคือเมื่อนักบัญชีลาออก งานอาจหยุดชะงักทันที บริษัทต้องเสียเวลาสรรหาคนใหม่และ on-board ซึ่งอาจใช้เวลา 1-3 เดือน นอกจากนี้การพึ่งพาคนคนเดียวทำให้ความรู้เรื่องระบบบัญชีและภาษีกระจุกตัวอยู่ที่บุคคล หากบริษัทถูกตรวจสอบหรือมีปัญหาย้อนหลังก็อาจไม่มีทีมช่วยรับมือได้ทันที