เปิดบริษัทใหม่ได้ไม่นาน หลายคนก็เริ่มตั้งคำถามว่า "ต้องจด VAT เดี๋ยวนี้เลยไหม หรือรอให้ยอดขายถึงก่อน?" คำตอบไม่ใช่แค่ "ดูรายรับ" เพราะมีเงื่อนไขอื่นที่ส่งผลต่อการตัดสินใจด้วย
ก่อนอื่น ทำความเข้าใจว่า VAT คืออะไร
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) หรือที่รู้จักกันในชื่อย่อว่า "แวต" คือภาษีอัตรา 7% ที่บริษัทเก็บแทนรัฐจากผู้ซื้อสินค้าหรือผู้รับบริการ แล้วนำส่งกรมสรรพากรทุกเดือน ผ่านแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 ถ้ายื่นผ่านอินเทอร์เน็ต)
ตัวอย่างง่ายๆ คือถ้าบริษัทขายสินค้าราคา 100 บาท และจด VAT แล้ว ลูกค้าจะจ่าย 107 บาท โดย 7 บาทนั้นคือ "ภาษีขาย" ที่บริษัทต้องนำส่งรัฐ ส่วนเวลาบริษัทซื้อของมาใช้ในกิจการก็จะมี "ภาษีซื้อ" ที่หักกลบกันได้ นำส่งแค่ส่วนต่าง
ถ้าบริษัทยังไม่ได้จด VAT ก็ไม่มีหน้าที่เก็บ 7% และออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้ลูกค้าไม่ได้ — ซึ่งตรงนี้เองที่มักเป็นปัญหา
จดทะเบียน VAT บังคับเมื่อไหร่
กฎหมายกำหนดชัดเจนใน ประมวลรัษฎากร มาตรา 85 ว่าผู้ประกอบกิจการขายสินค้าหรือให้บริการที่มีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องยื่นขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่รายรับสะสมเกินเกณฑ์ดังกล่าว
จุดสำคัญที่เจ้าของกิจการมักเข้าใจผิดคือ "1.8 ล้านบาท" นั้นนับจากรายรับสะสมตลอดปี ไม่ใช่รายเดือน และนับแบบต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ปีปฏิทิน ฉะนั้นถ้าบริษัทเปิดกลางปีและรายรับไปถึง 1.8 ล้านในเดือนที่ 8 ก็ต้องยื่นจดภายใน 30 วันนับจากวันนั้นทันที
ตัวอย่าง: บริษัทขายสินค้าออนไลน์
สมมติบริษัท A จดทะเบียนในเดือนมกราคม 2568 เริ่มขายได้ยอดเดือนละ 200,000-250,000 บาท ไปถึงเดือนสิงหาคมยอดสะสมเกิน 1.8 ล้านบาทพอดี บริษัทต้องยื่นขอจด VAT ภายในวันที่ 30 วัน นับจากวันที่ยอดสะสมเกิน ถ้าฝ่าฝืนมีโทษทั้งเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
กิจการประเภทไหน ยกเว้นไม่ต้องจด VAT
ไม่ใช่ทุกธุรกิจที่ต้องจด VAT แม้รายรับจะเกิน 1.8 ล้านบาท เพราะกฎหมายยกเว้น VAT ให้กับกิจการบางประเภท เช่น
- การขายพืชผล สัตว์ ปุ๋ย อาหารสัตว์ ยาและเคมีภัณฑ์การเกษตร
- การให้บริการทางการแพทย์ของสถานพยาบาล และคลินิกที่ได้รับอนุญาต
- การให้บริการด้านการศึกษาของโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถาบันการศึกษา
- บริการขนส่งในประเทศ (ยกเว้นขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ)
- การเช่าอสังหาริมทรัพย์ (เช่าบ้าน คอนโด สำนักงาน)
- บริการของนักแสดง นักร้อง ศิลปิน ที่เป็นบุคคลธรรมดา
ถ้าธุรกิจของคุณอยู่ในรายการยกเว้น แม้ยอดขายจะเกิน 1.8 ล้านบาท ก็ ไม่มีหน้าที่จด VAT และออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบให้ลูกค้าไม่ได้เช่นกัน (หรือแม้สมัครใจจดก็ทำไม่ได้ในกรณีส่วนใหญ่)
จด VAT ก่อนถึง 1.8 ล้าน — สมัครใจได้ไหม ควรทำไหม
คำตอบคือ ได้ บริษัทที่มีรายรับยังไม่ถึงเกณฑ์สามารถยื่นขอจด VAT แบบสมัครใจได้ โดยไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำเรื่องรายรับ แต่สรรพากรจะพิจารณาความพร้อมของสถานประกอบการและกิจการจริงว่ามีอยู่จริง
คำถามที่สำคัญกว่าคือ "ควรจดก่อนถึงเกณฑ์ไหม?" คำตอบขึ้นอยู่กับลักษณะธุรกิจ ดังนี้
| สถานการณ์ | แนะนำ | เหตุผล |
|---|---|---|
| ลูกค้าหลักเป็นบริษัทหรือองค์กร (B2B) | จดก่อน | ลูกค้าต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ ไม่งั้นเสียโอกาสได้งาน |
| ซื้อสินทรัพย์หรือวัตถุดิบมูลค่าสูง | จดก่อน | ขอภาษีซื้อคืนได้ ลดต้นทุนจริง |
| คาดว่ายอดขายจะถึง 1.8 ล้านภายใน 3-6 เดือน | จดก่อน | วางระบบเอกสารไว้ล่วงหน้า ไม่ต้องรีบแก้ทีหลัง |
| ลูกค้าหลักเป็นผู้บริโภครายย่อย (B2C) ไม่ต้องการใบกำกับ | รอถึงเกณฑ์ | จดก่อนเพิ่มภาระรายเดือนโดยไม่ได้ประโยชน์จริง |
| ธุรกิจกึ่งยกเว้น VAT หรือมีรายรับหลายประเภทปน | ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อน | อาจต้องเฉลี่ยภาษีซื้อ ทำให้ระบบซับซ้อนขึ้น |
ขั้นตอนการจดทะเบียน VAT ทำอย่างไร
การจด VAT ทำได้ผ่าน 2 ช่องทางหลัก คือยื่นด้วยตนเองที่สำนักงานสรรพากรพื้นที่ หรือยื่นผ่านระบบออนไลน์ของกรมสรรพากร ทีมที่ทำจดทะเบียนบริษัทส่วนใหญ่สามารถช่วยดำเนินการส่วนนี้ต่อได้เลย
- เตรียมเอกสารบริษัท — หนังสือรับรองนิติบุคคล บัตรประชาชนกรรมการ และตราประทับบริษัท (ถ้ามี)
- เตรียมเอกสารสถานประกอบการ — สัญญาเช่า หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ แผนที่ และภาพถ่ายด้านหน้าสำนักงาน
- กรอกแบบ ภ.พ.01 — คำขอจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ระบุประเภทธุรกิจ ที่ตั้ง และประมาณการรายรับ
- ยื่นเอกสาร — ที่สรรพากรพื้นที่ตามที่ตั้งสำนักงาน หรือทางออนไลน์ผ่านระบบ e-Filing
- รับใบทะเบียน VAT — เมื่ออนุมัติจะได้รับ "ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม" (ภ.พ.20) ซึ่งต้องติดประกาศไว้ที่สำนักงาน
โดยทั่วไปใช้เวลาประมาณ 1-3 วันทำการ หากเอกสารครบถ้วนและสรรพากรพื้นที่ไม่ขอนัดตรวจสถานที่
หลังจด VAT สิ่งที่เปลี่ยนไปในระบบบัญชีรายเดือน
นี่คือส่วนที่หลายคนประเมินต่ำเกินไป หลังจด VAT แล้ว ภาระงานบัญชีรายเดือนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะต้องจัดการเอกสารและรายงานเพิ่มเติมทุกเดือน ไม่ใช่แค่ "เก็บบิลแล้วส่งสำนักงานบัญชี" เหมือนเดิม
- ออกใบกำกับภาษีขาย ทุกครั้งที่ขายสินค้าหรือให้บริการ — ต้องมีข้อมูลครบตามกฎหมาย เช่น เลขประจำตัวผู้เสียภาษี ที่อยู่ผู้ขาย-ผู้ซื้อ เลขที่เล่ม เลขที่ใบกำกับ และยอด VAT แยกชัด
- จัดทำรายงานภาษีขาย รายเดือน รวบรวมทุกใบกำกับภาษีที่ออก
- จัดทำรายงานภาษีซื้อ รายเดือน รวบรวมใบกำกับภาษีซื้อที่ได้รับและนำไปหักกลบ
- ยื่น ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 ถ้ายื่นออนไลน์)
- ชำระ VAT ส่วนต่าง ถ้าภาษีขายมากกว่าภาษีซื้อ ต้องชำระส่วนต่างให้สรรพากร ถ้าน้อยกว่าก็มีภาษีซื้อสะสม (ขอคืนได้หรือยกมาเดือนหน้า)
ถ้ายังไม่มีสำนักงานบัญชีดูแลรายเดือน นี่คือจังหวะที่ควรเริ่มคุยเพราะงานจะหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่จด VAT ทั้งที่ควรจด — มีความเสี่ยงอะไรบ้าง
ถ้าบริษัทมีรายรับเกิน 1.8 ล้านบาทแล้วแต่ยังไม่จด VAT จะมีความเสี่ยงดังนี้
- เบี้ยปรับ สูงสุด 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระในช่วงที่ผ่านมา
- เงินเพิ่ม อัตรา 1.5% ต่อเดือน หรือเศษของเดือน ของภาษีที่ต้องชำระย้อนหลัง
- โทษทางอาญา ในกรณีที่สรรพากรพิจารณาว่าเจตนาหลีกเลี่ยงภาษี
- เอกสารการขายใช้ไม่ได้ ลูกค้าที่รับใบกำกับภาษีไปใช้หักภาษีซื้อก็อาจถูกตรวจย้อนหลัง
การประเมินความเสี่ยงภาษีก่อนถึงเกณฑ์จึงสำคัญมาก เพราะดีกว่ารอให้ปัญหาเกิดก่อนแล้วค่อยแก้
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจจดหรือไม่จด VAT
- ลูกค้าหลักเป็น B2B หรือ B2C? ถ้า B2B — พิจารณาจดก่อน
- ยอดขายสะสม 12 เดือนอยู่ที่ระดับไหน? เกิน 1.2-1.5 ล้านบาทแล้วควรวางแผนเตรียมจด
- ธุรกิจอยู่ในกิจการที่ยกเว้น VAT หรือเปล่า? ถ้าใช่ ไม่ต้องจด แต่ถ้าไม่แน่ใจให้ถามผู้เชี่ยวชาญ
- มีการซื้อสินทรัพย์หรืออุปกรณ์มูลค่าสูงที่มี VAT ไหม? ถ้ามี การจด VAT เพื่อขอภาษีซื้อคืนอาจคุ้มค่า
- ระบบออกเอกสารขายรองรับใบกำกับภาษีได้ไหม? ถ้ายังไม่พร้อม ต้องวางระบบควบคู่กัน
- มีสำนักงานบัญชีดูแลรายเดือนแล้วหรือยัง? ถ้ายังไม่มี ควรหาก่อนจด
บทความเอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชีและบริการของ A Plus Me ช่วยวางแผนส่วนนี้ได้ตั้งแต่ก่อนจด VAT
สรุป: จดทะเบียน VAT ตอนไหนจึงเหมาะที่สุด
สำหรับบริษัทเปิดใหม่ คำตอบคือ ไม่จำเป็นต้องจดทันที แต่ต้องติดตามรายรับสะสมอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเกิน 1.8 ล้านบาทต้องจดภายใน 30 วัน และถ้าธุรกิจมีลูกค้าองค์กรเป็นหลัก หรือมีแผนซื้อสินทรัพย์ราคาสูง ควรพิจารณาจดก่อนถึงเกณฑ์ไว้ล่วงหน้า
สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ อย่ารอให้ปัญหาเกิดก่อน ไม่ว่าจะเป็นลูกค้าขอใบกำกับภาษีแล้วออกให้ไม่ได้ หรือสรรพากรแจ้งว่าต้องเสีย VAT ย้อนหลัง การวางแผนล่วงหน้าสักหน่อยช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้มาก
ถ้าไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณถึงเวลาจด VAT แล้วหรือยัง ทีม A Plus Me ช่วยประเมินเกณฑ์ ดูประเภทธุรกิจ และวางแผนระบบบัญชีรายเดือนหลังจด VAT ให้ได้ตั้งแต่ก่อนยื่นคำขอ — เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่นและไม่มีเรื่องเสียใจทีหลัง
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง จดทะเบียน VAT ตอนไหน บริษัทเปิดใหม่ต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มทันทีไหม ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
บริษัทเปิดใหม่ต้องจด VAT ทันทีหลังจดทะเบียนบริษัทเลยไหม
ไม่จำเป็น บริษัทที่เพิ่งจดทะเบียนยังไม่ต้องจด VAT ทันที จะต้องจดเมื่อรายรับสะสมเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี และต้องยื่นจดภายใน 30 วันนับจากวันที่เกินเกณฑ์ อย่างไรก็ตาม ถ้ามีลูกค้าองค์กรที่ต้องการใบกำกับภาษีก็สามารถจดโดยสมัครใจได้ก่อน
ถ้ารายรับเพิ่งเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องจด VAT ภายในกี่วัน
ต้องยื่นคำขอจดทะเบียน VAT ภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่รายรับสะสมเกิน 1.8 ล้านบาท ถ้าเกินกำหนดจะมีเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม ดังนั้นควรติดตามยอดสะสมอย่างสม่ำเสมอ ไม่ใช่รอดูแค่ตอนปลายปี
ถ้าธุรกิจให้บริการด้านการแพทย์หรือการศึกษา ต้องจด VAT ไหม
กิจการด้านการแพทย์และการศึกษาส่วนใหญ่ได้รับยกเว้น VAT ตามกฎหมาย แม้รายรับจะเกิน 1.8 ล้านบาท ก็ไม่ต้องจด VAT และออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบไม่ได้ แต่ควรตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญเพราะรายละเอียดขึ้นกับประเภทกิจการและการได้รับอนุญาตจริง
หลังจด VAT แล้วต้องยื่นอะไรทุกเดือนบ้าง
ต้องจัดทำรายงานภาษีซื้อและภาษีขาย และยื่นแบบ ภ.พ.30 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 23 ถ้ายื่นออนไลน์) พร้อมชำระ VAT ส่วนต่างระหว่างภาษีขายกับภาษีซื้อ ถ้าภาษีซื้อมากกว่าภาษีขายก็ยกมาหักเดือนถัดไปหรือขอคืนได้
ไม่ได้จด VAT ทั้งที่ยอดเกินแล้ว มีโทษอะไรบ้าง
มีทั้งเบี้ยปรับสูงสุด 2 เท่าของภาษีที่ต้องชำระ และเงินเพิ่มอัตรา 1.5% ต่อเดือนของภาษีค้างชำระ ในกรณีที่สรรพากรพิจารณาว่าเจตนาหลีกเลี่ยงก็อาจมีโทษอาญาด้วย นอกจากนี้ยังกระทบลูกค้าที่รับใบกำกับภาษีของบริษัทไปใช้ขอภาษีซื้อคืนอีกด้วย
จด VAT แบบสมัครใจก่อนถึง 1.8 ล้านได้ไหม และควรทำไหม
ได้ บริษัทสามารถยื่นขอจด VAT ก่อนถึงเกณฑ์โดยสมัครใจ ควรทำเมื่อลูกค้าส่วนใหญ่เป็นบริษัทที่ต้องการใบกำกับภาษี หรือเมื่อมีการซื้อสินทรัพย์ราคาสูงที่มี VAT และต้องการขอภาษีซื้อคืน ถ้าลูกค้าเป็นผู้บริโภคทั่วไปและยอดขายยังต่ำ อาจรอให้เกือบถึงเกณฑ์ก่อนค่อยจดเพื่อลดภาระรายเดือน