อยากปิดบริษัทแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน หรือกังวลว่าถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จดทะเบียนเลิกจะมีค่าปรับสะสมเท่าไหร่? บทความนี้รวมขั้นตอนการจดทะเบียนเลิกบริษัทจำกัดตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมเอกสาร ค่าใช้จ่าย และจุดที่เจ้าของกิจการมักติดขัดบ่อยที่สุด

ทำไมถึงต้อง "จดทะเบียนเลิก" ไม่ใช่แค่หยุดทำธุรกิจ

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดของเจ้าของกิจการ SME คือคิดว่า "หยุดเปิดร้าน" หรือ "ไม่มีรายได้แล้ว" ก็เท่ากับปิดบริษัทได้ทันที แต่ในทางกฎหมายมันไม่ใช่อย่างนั้น

ตราบใดที่บริษัทจำกัดยังมีสถานะนิติบุคคลอยู่ในฐานข้อมูลของ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) กรรมการยังมีหน้าที่ตามกฎหมายครบทุกข้อ ได้แก่ ยื่นงบการเงินประจำปีต่อ DBD, ยื่น ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ต่อกรมสรรพากร รวมถึงยื่นแบบ VAT รายเดือน (หากจด VAT) ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม

ผลที่ตามมาหากปล่อยบริษัทร้างทิ้งไว้โดยไม่จดทะเบียนเลิก: ค่าปรับ DBD และค่าปรับสรรพากรสะสมทีละปี จนบางรายมียอดรวมหลักแสนบาท และอาจกระทบสิทธิในการ จดทะเบียนบริษัทใหม่ในอนาคตอีกด้วย

3 สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องจดทะเบียนเลิกบริษัทแล้ว

  • ธุรกิจหยุดดำเนินการมานานกว่า 6 เดือน และไม่มีแผนจะกลับมาทำต่อ
  • ผู้ถือหุ้นทุกรายตกลงยุบเลิกกิจการ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลส่วนตัว เกษียณ หรือปรับโครงสร้างธุรกิจ
  • บริษัทไม่มีรายได้มาหลายปีแต่ยังค้างส่งงบ สถานการณ์นี้ควรรีบจัดการก่อนค่าปรับบานปลาย

หากไม่แน่ใจว่าควรปิดบริษัทหรือ "พักบริษัทไว้เฉย ๆ" ก่อน ลองอ่านเรื่อง ประเมินความเสี่ยงภาษี เพื่อดูว่าภาระที่มีอยู่เป็นอย่างไร

ขั้นตอนจดทะเบียนเลิกบริษัท 5 ขั้นตอนหลัก

ขั้นตอนที่ 1 — มติที่ประชุมผู้ถือหุ้น

การเลิกบริษัทโดยสมัครใจต้องเริ่มจาก การประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น และผ่านมติพิเศษด้วยคะแนนเสียง ไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนเสียงผู้ถือหุ้นที่มาประชุม ตามมาตรา 1236 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

ก่อนวันประชุมต้องส่ง หนังสือเชิญประชุมล่วงหน้าอย่างน้อย 14 วัน และลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน 1 ครั้ง ล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 14 วันก่อนวันประชุมด้วย

ขั้นตอนที่ 2 — จดทะเบียนเลิกบริษัทกับ DBD

หลังจากมีมติเลิกแล้ว ต้องยื่นขอจดทะเบียนเลิกบริษัทต่อ DBD ภายใน 14 วัน นับจากวันที่มีมติ โดยใช้แบบ ลช.1 (คำขอจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชี) และ ลช.2 (รายการจดทะเบียนเลิกบริษัท) พร้อมแต่งตั้ง ผู้ชำระบัญชี (Liquidator) ซึ่งโดยปกติคือกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัท

ผู้ชำระบัญชีคือบุคคลที่มีอำนาจดำเนินการแทนบริษัทในช่วงชำระบัญชี ตั้งแต่เรียกเก็บหนี้สิน ชำระหนี้เจ้าหนี้ ไปจนถึงแบ่งทรัพย์สินคืนผู้ถือหุ้น

ขั้นตอนที่ 3 — ลงประกาศหนังสือพิมพ์และแจ้งเจ้าหนี้

ผู้ชำระบัญชีต้องลงประกาศในหนังสือพิมพ์รายวัน อย่างน้อย 3 ครั้ง เพื่อแจ้งให้เจ้าหนี้ทุกรายทราบว่าบริษัทเลิกกิจการแล้ว และต้องส่งจดหมายลงทะเบียนไปยัง เจ้าหนี้ที่รู้จักชื่อทุกราย ให้ยื่นคำทวงหนี้ภายในเวลาไม่น้อยกว่า 2 เดือน นับจากวันประกาศ

ค่าใช้จ่ายในการลงประกาศหนังสือพิมพ์ 3 ครั้งโดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 1,500–3,000 บาท ขึ้นอยู่กับหนังสือพิมพ์ที่เลือก

ขั้นตอนที่ 4 — ชำระบัญชีและเคลียร์ภาระภาษีทั้งหมด

นี่คือขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดและซับซ้อนที่สุด เพราะต้องจัดการพร้อมกันหลายส่วน:

  • ปิดบัญชีและจัดทำ งบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ โดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA)
  • เรียกเก็บหนี้จากลูกหนี้คงค้างทุกราย และชำระหนี้เจ้าหนี้ให้ครบ
  • ยื่น ภ.ง.ด.50 ภาษีเงินได้นิติบุคคลสำหรับรอบบัญชีสุดท้าย (ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี)
  • ยื่นแบบ ภ.พ.09 ขอยกเลิกทะเบียน VAT ภายใน 15 วัน นับจากวันที่จดทะเบียนเลิกบริษัท
  • แจ้งเลิกทะเบียนนายจ้างกับ สำนักงานประกันสังคม พร้อมนำส่งเงินสมทบงวดสุดท้าย
  • ขอปิดบัญชีธนาคารของบริษัท

หากมีงบการเงินค้างส่งหลายปี จะต้องจัดทำและยื่นงบย้อนหลังให้ครบทุกปีก่อนดำเนินการขั้นตอนนี้ ซึ่งจะช่วยลดค่าปรับที่สะสมอยู่ได้ส่วนหนึ่ง ทีมงาน รับทำบัญชีรายเดือน ของ A Plus Me สามารถช่วยสะสางบัญชีย้อนหลังให้ได้

ขั้นตอนที่ 5 — จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี

เมื่อชำระหนี้สินและเคลียร์ภาษีทุกอย่างเสร็จแล้ว ผู้ชำระบัญชีต้องจัดทำ รายงานการชำระบัญชี และนำเสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นเพื่ออนุมัติ จากนั้นจึงยื่นขอ จดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี กับ DBD ภายใน 14 วัน หลังจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นรับทราบรายงาน พร้อมงบการเงิน ณ วันเสร็จสิ้นการชำระบัญชีซึ่งต้องผ่านการตรวจสอบจาก CPA ด้วย เมื่อ DBD รับจดแล้ว บริษัทก็สิ้นสภาพนิติบุคคลอย่างสมบูรณ์

เอกสารที่ต้องเตรียมตลอดกระบวนการ

  • หนังสือรับรองบริษัท (อายุไม่เกิน 6 เดือน)
  • รายชื่อผู้ถือหุ้น (บอจ.5) ฉบับล่าสุด
  • สำเนาบัตรประชาชนกรรมการและผู้ชำระบัญชีทุกท่าน
  • รายงานการประชุมผู้ถือหุ้น (มีมติเลิกบริษัท)
  • แบบ ลช.1 — คำขอจดทะเบียนเลิกและตั้งผู้ชำระบัญชี
  • แบบ ลช.2 — รายการจดทะเบียนเลิกบริษัท
  • แบบ ลช.6 — รายงานการชำระบัญชีและงบดุล ณ วันเสร็จสิ้นการชำระบัญชี
  • งบการเงิน ณ วันเลิกกิจการ (รับรองโดย CPA)
  • แบบ ภ.พ.09 — แจ้งยกเลิกทะเบียน VAT
  • แบบ สปส. 6-15 — แจ้งเลิกกิจการกับสำนักงานประกันสังคม
  • หลักฐานการลงประกาศหนังสือพิมพ์ (ทั้ง 3 ครั้ง)

สำหรับแนวทางการจัดเตรียมเอกสารอย่างเป็นระบบ ดูเพิ่มเติมได้ที่ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี

ค่าใช้จ่ายโดยรวมในการจดทะเบียนเลิกบริษัท

รายการ ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ (บาท)
ค่าธรรมเนียม DBD จดทะเบียนเลิก (แบบ ลช.1) 400
ค่าธรรมเนียม DBD จดทะเบียนเสร็จชำระบัญชี (แบบ ลช.6) 400
ค่าลงประกาศหนังสือพิมพ์ (3 ครั้ง) 1,500 – 3,000
ค่าผู้สอบบัญชีตรวจงบเลิกกิจการ 5,000 – 15,000
ค่าบัญชีสะสางงบย้อนหลัง (ถ้ามี) 5,000 – 30,000+
ค่าบริการสำนักงานบัญชีดำเนินการเลิกครบวงจร 10,000 – 35,000+
รวมโดยประมาณ (กรณีบัญชีสะอาด ไม่มีงบค้าง) 17,300 – 53,800+

ตัวเลขข้างต้นเป็นค่าประมาณการ ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของบัญชี จำนวนปีที่ค้างงบ และภาระภาษีที่ยังค้างชำระ โปรดติดต่อทีมงานเพื่อประเมินกรณีของคุณโดยเฉพาะ

ระยะเวลาโดยทั่วไปและปัจจัยที่ทำให้ช้าลง

กระบวนการจดทะเบียนเลิกบริษัทและชำระบัญชีโดยเฉลี่ยใช้เวลา 3 ถึง 6 เดือน แต่อาจนานกว่านั้นหากมีปัจจัยซับซ้อนดังนี้:

  • งบการเงินค้างส่งหลายปี — ต้องสะสางให้ครบก่อน
  • มีหนี้สินเจ้าหนี้จำนวนมาก — ต้องรอให้ครบระยะเวลา 2 เดือนหลังประกาศ
  • มีลูกหนี้คงค้างที่ยังเรียกเก็บไม่ได้ — อาจต้องประเมินหนี้สูญตามเกณฑ์สรรพากร
  • สรรพากรเรียกตรวจสอบ — กรณีที่บริษัทมีประวัติภาษีไม่สม่ำเสมอ

จุดที่เจ้าของกิจการมักติดขัดและวิธีแก้

ปัญหา: ไม่รู้ว่าค้างงบกี่ปีและค่าปรับเท่าไหร่

ก่อนเริ่มกระบวนการ ให้ตรวจสอบสถานะบริษัทบนเว็บไซต์ DBD e-Service และประวัติการยื่นภาษีในระบบ e-Filing ของกรมสรรพากร เพื่อดูว่ายื่นงบครบทุกปีหรือไม่ หากพบว่าค้างหลายปีควรปรึกษา วางแผนภาษี กับที่ปรึกษาก่อนเพื่อประเมินค่าปรับรวมและหาทางต่อรองลดค่าปรับ

ปัญหา: มีสินทรัพย์หรือหนี้สินคงค้างในงบ

บริษัทที่ยังมีทรัพย์สินคงเหลือ เช่น เงินฝากธนาคาร สต๊อกสินค้า หรืออุปกรณ์ ต้องจำหน่ายหรือโอนออกก่อน และหากมีหนี้สินกรรมการสำรองจ่าย (เงินกู้ยืมกรรมการ) ต้องชำระคืนหรือจัดการให้เรียบร้อยในงบชำระบัญชี

ปัญหา: ไม่มีผู้สอบบัญชีรับรองงบ

งบการเงิน ณ วันเลิกกิจการและงบเสร็จสิ้นการชำระบัญชีต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หากยังไม่มี CPA ประจำบริษัท ทีมงานของ A Plus Me สามารถประสานให้ได้

เปรียบเทียบ: จดทะเบียนเลิกบริษัท vs ปล่อยบริษัทร้างทิ้งไว้

หัวข้อ จดทะเบียนเลิกอย่างถูกต้อง ปล่อยบริษัทร้างทิ้งไว้
สถานะนิติบุคคล สิ้นสุดสมบูรณ์ ยังมีสถานะอยู่ตลอด
ค่าปรับ DBD ไม่มีหลังจดเสร็จ สะสมทุกปี สูงสุดหลักหมื่นบาท/ปี
ภาระภาษีสรรพากร เคลียร์ครั้งเดียวจบ ยื่น ภ.ง.ด.50 และ VAT ต่อเนื่อง
ผลต่อกรรมการ หมดภาระทางกฎหมาย มีความเสี่ยงถูกดำเนินคดี
การจดบริษัทใหม่ ทำได้ปกติ อาจถูกตรวจสอบหรือติดขัด

A Plus Me ช่วยจดทะเบียนเลิกบริษัทได้อย่างไร

หากคุณกำลังตัดสินใจปิดบริษัทและไม่แน่ใจว่าจะเริ่มจากตรงไหน ทีมงาน A Plus Me ให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่ ประเมินสถานะบริษัทและค่าปรับสะสมสะสางบัญชีย้อนหลังดำเนินการจดทะเบียนเลิกชำระบัญชี เคลียร์ภาษีกับสรรพากร ยกเลิก VAT และประกันสังคมจดเสร็จการชำระบัญชีกับ DBD ดูรายละเอียด บริการทั้งหมด หรือ ติดต่อ A Plus Me เพื่อปรึกษาฟรีโดยไม่มีข้อผูกมัด

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง จดทะเบียนเลิกบริษัท ขั้นตอนปิดบริษัทและการชำระบัญชีอย่างถูกต้อง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

จดทะเบียนเลิกบริษัทต้องใช้เวลานานแค่ไหน?

โดยทั่วไปใช้เวลา 3–6 เดือน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของบัญชีและภาษี หากมีงบการเงินค้างส่งหลายปีหรือมีเจ้าหนี้จำนวนมาก กระบวนการอาจใช้เวลานานกว่านั้น

ถ้าบริษัทไม่มีรายได้และไม่มีพนักงาน ยังต้องจดทะเบียนเลิกอยู่ไหม?

ต้องจดทะเบียนเลิกอยู่เสมอ เพราะตราบใดที่นิติบุคคลยังมีสถานะอยู่ใน DBD กรรมการยังมีหน้าที่ยื่นงบการเงินและภาษีทุกปี การปล่อยทิ้งไว้ทำให้ค่าปรับสะสมต่อเนื่องแม้บริษัทจะไม่มีรายได้แล้ว

หากมีงบการเงินค้างส่งหลายปี จะจดทะเบียนเลิกได้ไหม?

ได้ แต่ต้องจัดทำงบการเงินย้อนหลังและยื่นภาษีให้ครบก่อน จากนั้นจึงดำเนินการชำระบัญชีและจดเลิกได้ตามขั้นตอน ซึ่งจะช่วยลดค่าปรับที่สะสมอยู่ส่วนหนึ่ง

ผู้ชำระบัญชีคือใคร มีหน้าที่อะไรบ้าง?

ผู้ชำระบัญชีคือบุคคลที่ได้รับแต่งตั้งจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นให้ดำเนินการแทนบริษัทในช่วงชำระบัญชี มีหน้าที่เรียกเก็บหนี้ ชำระหนี้เจ้าหนี้ จำหน่ายทรัพย์สิน แบ่งทรัพย์สินคืนผู้ถือหุ้น และดำเนินการจดทะเบียนกับ DBD โดยทั่วไปมักเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทเดิม

ต้องยกเลิก VAT ก่อนหรือหลังจดทะเบียนเลิกบริษัท?

ยื่นแบบ ภ.พ.09 ขอยกเลิกทะเบียน VAT ภายใน 15 วันนับจากวันที่จดทะเบียนเลิกบริษัทกับ DBD และต้องยื่น ภ.พ.30 งวดสุดท้ายให้ครบด้วย

ค่าปรับ DBD สำหรับการไม่ยื่นงบการเงินคิดเท่าไหร่?

ค่าปรับการไม่ยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ที่กรรมการหรือหุ้นส่วนผู้จัดการคนละไม่เกิน 50,000 บาท และบริษัทไม่เกิน 200,000 บาท ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 นอกจากนี้ยังมีค่าปรับจากกรมสรรพากรแยกต่างหากอีกด้วย