ขายของออนไลน์อยู่แล้ว แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไหม บทความนี้จะช่วยให้คุณรู้ว่าใครต้องจด ขั้นตอนทำอย่างไร และถ้าไม่จดมีผลอะไรตามมา
จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์คืออะไร
ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ คือการแจ้งต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ว่าคุณประกอบธุรกิจผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ส่วนตัว, แอปพลิเคชัน, หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย เพื่อให้ผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐสามารถตรวจสอบตัวตนและความน่าเชื่อถือของผู้ประกอบการได้
กฎหมายหลักที่ใช้บังคับคือ พระราชบัญญัติทะเบียนพาณิชย์ พ.ศ. 2499 ซึ่งมีการออกประกาศกระทรวงพาณิชย์กำหนดให้ธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นกิจการที่ต้องจดทะเบียนพาณิชย์ โดยมีผลใช้บังคับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา
ใครต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์บ้าง
ไม่ใช่ทุกคนที่ขายของออนไลน์จะต้องจด ลองเช็กตัวเองด้วยเกณฑ์ต่อไปนี้
ต้องจด ถ้าคุณเป็น...
- บุคคลธรรมดา ที่ประกอบธุรกิจซื้อมาขายไป ให้บริการ หรือเป็นนายหน้าผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ และมีรายได้จากกิจกรรมดังกล่าวเป็นประจำ
- ห้างหุ้นส่วน หรือ บริษัทจำกัด ที่ขายสินค้าหรือบริการผ่านเว็บไซต์ แอป หรือโซเชียลมีเดียในนามนิติบุคคล
- ร้านค้าที่มี เว็บไซต์หรือหน้าร้านออนไลน์เป็นของตัวเอง (ไม่ใช่แค่เปิดหน้าร้านบนแพลตฟอร์มของผู้อื่น)
- ธุรกิจที่ให้บริการ รับชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหลัก เช่น โอนเงิน QR Code PromptPay
ยังไม่ชัดเจน ควรถามผู้เชี่ยวชาญ ถ้าคุณ...
- ขายผ่าน Shopee, Lazada, TikTok Shop เท่านั้น โดยไม่มีเว็บไซต์หรือช่องทางของตัวเอง (กรณีนี้แพลตฟอร์มอาจจัดการบางส่วน แต่ผู้ขายยังมีหน้าที่ส่วนตัว)
- ขายเป็นครั้งคราวไม่ต่อเนื่อง เช่น ขายของเหลือใช้ส่วนตัวเป็นระยะ
- เป็น นิติบุคคลต่างประเทศ ที่ให้บริการแก่ผู้บริโภคไทยในไทย
ข้อสำคัญ: การขายของออนไลน์บนแพลตฟอร์มของผู้อื่น ไม่ได้ยกเว้นหน้าที่จดทะเบียนพาณิชย์ หากธุรกิจของคุณเข้าข่ายตามเกณฑ์ข้างต้น ควรปรึกษา สำนักงานที่ให้บริการจดทะเบียนบริษัท เพื่อความชัดเจน
กำหนดเวลาจดทะเบียน
ผู้ที่เข้าข่ายต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีกำหนดดังนี้
| สถานการณ์ | กำหนดยื่นจดทะเบียน |
|---|---|
| เพิ่งเริ่มประกอบธุรกิจออนไลน์ | ภายใน 30 วัน นับจากวันที่เริ่มประกอบพาณิชยกิจ |
| มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จดไว้ (เช่น URL ใหม่ ที่อยู่ใหม่) | ภายใน 30 วัน นับจากวันที่เปลี่ยนแปลง |
| เลิกประกอบกิจการ | ภายใน 30 วัน นับจากวันที่เลิก |
ขั้นตอนจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ปัจจุบันจดทะเบียนได้ทั้งแบบออนไลน์ผ่านระบบ DBD e-Registration และแบบไปยื่นด้วยตนเอง
วิธีที่ 1: จดออนไลน์ผ่าน DBD e-Registration
- เข้าเว็บไซต์ ereg.dbd.go.th และลงทะเบียนบัญชีผู้ใช้
- เลือกเมนู "ขอจดทะเบียนพาณิชย์" และเลือกประเภท "พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์"
- กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือข้อมูลนิติบุคคล (ชื่อกิจการ ที่อยู่ ประเภทสินค้า/บริการ URL เว็บไซต์)
- แนบเอกสารที่กำหนด (รายการอยู่ด้านล่าง)
- ชำระค่าธรรมเนียม (ปัจจุบัน 50 บาท ต่อรายการสำหรับการจดทะเบียนพาณิชย์ทั่วไป — ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดที่ DBD ก่อนยื่น)
- รอรับใบทะเบียนพาณิชย์ทางอีเมลหรือดาวน์โหลดจากระบบ
วิธีที่ 2: ไปยื่นด้วยตนเอง
- กรุงเทพมหานคร: ยื่นที่สำนักงานเขตที่ร้านค้าหรือที่อยู่ของผู้ประกอบการตั้งอยู่
- ต่างจังหวัด: ยื่นที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่
- รับใบทะเบียนพาณิชย์และหมายเลขทะเบียนในวันยื่น (หากเอกสารครบ)
เอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารแบ่งตามประเภทผู้ยื่น ดังนี้
บุคคลธรรมดา
- สำเนาบัตรประชาชน (พร้อมเซ็นรับรองสำเนา)
- สำเนาทะเบียนบ้าน (กรณีใช้ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านเป็นที่ตั้งกิจการ)
- หนังสือยินยอมให้ใช้สถานที่ (หากที่ตั้งกิจการไม่ใช่บ้านตัวเอง) พร้อมสำเนาทะเบียนบ้านของเจ้าของสถานที่
- URL หรือลิงก์ช่องทางออนไลน์ของกิจการ (เว็บไซต์ เพจ Facebook Line OA เป็นต้น)
นิติบุคคล (บริษัท/หจก.)
- หนังสือรับรองบริษัท/ห้างหุ้นส่วน (อายุไม่เกิน 6 เดือน)
- สำเนาบัตรประชาชนของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ตัวแทนยื่นแทน) พร้อมอากรแสตมป์ 30 บาท
- URL หรือลิงก์ช่องทางออนไลน์ของกิจการ
โทษถ้าไม่จดทะเบียนหรือจดล่าช้า
หลายคนอาจคิดว่า "ขายของออนไลน์เล็กๆ คงไม่มีใครมาตรวจ" แต่ความเสี่ยงที่ตามมามีจริง
- โทษปรับ สูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับผู้ที่ไม่จดทะเบียนพาณิชย์ภายในเวลาที่กำหนด
- ปรับ ไม่เกิน 10,000 บาท กรณีไม่แสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ประกอบกิจการ
- กรณีที่ถูกร้องเรียนจากผู้บริโภค ทะเบียนพาณิชย์เป็นหลักฐานสำคัญที่แสดงตัวตน ถ้าไม่มีอาจเสียความน่าเชื่อถือและถูกปิดหน้าร้าน
- ร้านค้าที่ไม่มีทะเบียนพาณิชย์อาจถูก ระงับสิทธิ์รับชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยธนาคารหรือผู้ให้บริการรับชำระเงิน
นอกจากนี้ ทะเบียนพาณิชย์ยังเป็นเอกสารที่ ธนาคารมักขอ เมื่อเปิดบัญชีธุรกิจหรือสมัครใช้บริการรับชำระเงินออนไลน์ ไม่มีแล้วอาจสร้างอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจตามปกติ
ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ vs การจดทะเบียนบริษัท ต่างกันอย่างไร
เจ้าของร้านออนไลน์หลายคนสับสนระหว่างสองเรื่องนี้ ขอสรุปให้ชัดเจน
| ประเด็น | ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ | จดทะเบียนบริษัท/หจก. |
|---|---|---|
| ยื่นกับใคร | กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) / สำนักงานเขต / พาณิชย์จังหวัด | กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) |
| สร้างนิติบุคคลใหม่ไหม | ไม่ — เป็นแค่การแจ้งประกอบธุรกิจ | ใช่ — ก่อตั้งนิติบุคคลใหม่แยกต่างหาก |
| ใครต้องทำ | ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่ขายออนไลน์ | คนที่ต้องการตั้งบริษัท/หจก. ขึ้นมาใหม่ |
| ค่าธรรมเนียม | ต่ำ (ประมาณ 50 บาท) | ขึ้นกับทุนจดทะเบียน (หลักร้อยถึงหลักพัน) |
| ผลทางภาษี | ยังเสียภาษีเงินได้ในฐานะเดิม (บุคคลธรรมดา/นิติบุคคล) | เสียภาษีเงินได้นิติบุคคลในนามบริษัท/หจก. |
ถ้าธุรกิจออนไลน์ของคุณโตถึงจุดหนึ่งและต้องการสิทธิประโยชน์ทางภาษี ความน่าเชื่อถือ หรือการแยกทรัพย์สินส่วนตัวออกจากธุรกิจ ก็ควรพิจารณา จดทะเบียนบริษัท ควบคู่กันไปด้วย
หลังจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ต้องทำอะไรต่อ
ทะเบียนพาณิชย์ไม่ใช่จุดสิ้นสุด แต่เป็นจุดเริ่มต้นของหน้าที่ทางกฎหมายอื่นๆ ที่ตามมา
- แสดงทะเบียนพาณิชย์ ไว้ในที่เปิดเผย ณ สถานที่ประกอบกิจการ และระบุเลขทะเบียนไว้บนเว็บไซต์/ช่องทางออนไลน์
- ยื่นภาษีเงินได้ ตามสถานะของตัวเอง บุคคลธรรมดายื่น ภ.ง.ด.90 หรือ ภ.ง.ด.94 (ภาษีครึ่งปี) ส่วนนิติบุคคลยื่น ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี และ ภ.ง.ด.51 สำหรับภาษีครึ่งปี
- จดทะเบียน VAT หากรายได้จากการขายออนไลน์เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี มีหน้าที่จด VAT และยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน — อ่านเพิ่มเติมได้ที่ VAT สำหรับ SME
- เก็บเอกสารหลักฐาน ทุกรายการซื้อขาย เช่น ใบเสร็จ สลิปโอนเงิน รายงานยอดขายจากแพลตฟอร์ม เพื่อใช้ประกอบการยื่นภาษีและการทำบัญชี ดูว่าต้องเตรียมอะไรได้จาก เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี
- ต่ออายุทะเบียนพาณิชย์ ทะเบียนพาณิชย์ไม่มีอายุ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล (URL ใหม่ ที่อยู่ใหม่ ประเภทสินค้าเพิ่ม) ต้องแจ้งแก้ไขภายใน 30 วัน
ร้านขายออนไลน์ SME กับการวางระบบบัญชีตั้งแต่ต้น
เจ้าของร้านออนไลน์หลายรายละเลยเรื่องบัญชีในช่วงแรก เพราะคิดว่า "ยังเล็กอยู่" แต่ยิ่งปล่อยนานยิ่งแก้ยาก โดยเฉพาะเมื่อถึงเวลายื่นภาษีและไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน
สิ่งที่ร้านออนไลน์ควรทำตั้งแต่วันแรก ได้แก่
- แยกบัญชีธนาคารสำหรับธุรกิจออกจากส่วนตัว
- บันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกรายการ ไม่ว่าจะเป็นเงินเข้าจากแพลตฟอร์ม หรือค่าใช้จ่ายค่าโฆษณา ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าส่ง
- เก็บใบเสร็จและสลิปทุกใบ ทั้งรายรับและรายจ่าย
- พิจารณาใช้ บริการรับทำบัญชีรายเดือน เพื่อให้ตัวเลขถูกต้องและยื่นภาษีได้ทันเวลา
ถ้าธุรกิจออนไลน์ของคุณกำลังเติบโตและอยากวางแผนภาษีให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ทีม A Plus Me พร้อมช่วยตั้งแต่จดทะเบียน วางระบบบัญชี ไปจนถึง วางแผนภาษี ให้เหมาะกับรูปแบบธุรกิจออนไลน์ของคุณโดยเฉพาะ ดูรายละเอียดได้ที่ บริการทั้งหมด หรือ ติดต่อ A Plus Me เพื่อปรึกษาฟรีได้เลย
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ร้านค้าออนไลน์ต้องจดไหม ขั้นตอนอย่างไร ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ขายของใน Shopee หรือ Lazada ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไหม
หากคุณขายสินค้าในนามบุคคลธรรมดาบนแพลตฟอร์มอย่าง Shopee หรือ Lazada เป็นหลักและมีรายได้ประจำ โดยทั่วไปยังถือว่าประกอบพาณิชยกิจอิเล็กทรอนิกส์ ควรยื่นจดทะเบียนพาณิชย์เพื่อความถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถ้าขายเป็นครั้งคราวไม่ต่อเนื่อง อาจไม่เข้าข่าย แนะนำให้ปรึกษาสำนักงานพาณิชย์เพื่อความชัดเจน
จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ต้องเสียค่าธรรมเนียมเท่าไหร่
ปัจจุบันค่าธรรมเนียมจดทะเบียนพาณิชย์อยู่ที่ประมาณ 50 บาทต่อรายการ อย่างไรก็ตามควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) โดยตรง เนื่องจากอัตราอาจมีการปรับเปลี่ยน
ทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์มีอายุเท่าไหร่ ต้องต่ออายุไหม
ทะเบียนพาณิชย์ไม่มีอายุหมดอายุ แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงข้อมูลที่จดไว้ เช่น URL เว็บไซต์ ที่อยู่กิจการ หรือประเภทสินค้า ต้องแจ้งแก้ไขภายใน 30 วันนับจากวันที่เปลี่ยนแปลง มิฉะนั้นอาจมีโทษปรับ
ถ้าไม่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์จะมีโทษอะไรบ้าง
โทษปรับสูงสุดไม่เกิน 20,000 บาท สำหรับผู้ที่ไม่ยื่นจดทะเบียนภายในกำหนด นอกจากนี้ยังอาจถูกระงับสิทธิ์รับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ และเสียความน่าเชื่อถือต่อลูกค้าและพันธมิตรทางธุรกิจ
จดทะเบียนพาณิชย์แล้วต้องจด VAT ด้วยไหม
ทะเบียนพาณิชย์และการจดทะเบียน VAT เป็นคนละเรื่องกัน คุณต้องจด VAT เมื่อมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการที่อยู่ในข่าย VAT เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี โดยไม่ขึ้นกับว่าจดทะเบียนพาณิชย์แล้วหรือยัง
ร้านค้าออนไลน์ที่จดทะเบียนบริษัทแล้ว ยังต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์อีกไหม
ใช่ ทั้งสองอย่างเป็นการจดทะเบียนคนละประเภทกัน บริษัทที่จดทะเบียนกับ DBD แล้วและมีการขายสินค้าหรือบริการผ่านช่องทางออนไลน์ ยังต้องยื่นจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แยกต่างหากภายใน 30 วันที่เริ่มประกอบกิจกรรมออนไลน์