ก่อนจดบริษัท คำถามที่เจ้าของธุรกิจเกือบทุกคนถามก่อนเลยคือ "ใช้เงินเท่าไหร่?" คำตอบไม่ใช่ตัวเลขเดียว แต่บทความนี้จะสรุปให้ครบทุกรายการ ตั้งแต่ค่าธรรมเนียมของรัฐ ค่าจ้างสำนักงาน ไปจนถึงค่าใช้จ่ายที่มักลืมคิด
ค่าใช้จ่ายจดทะเบียนบริษัทมีกี่ส่วน
เจ้าของธุรกิจหลายคนคิดว่าการจดทะเบียนบริษัทมีค่าใช้จ่ายแค่ "ค่าธรรมเนียมของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD)" เท่านั้น แต่ความจริงแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดแบ่งได้เป็น 3 ส่วนหลัก ได้แก่
- ค่าธรรมเนียมรัฐ — ค่าจดทะเบียนที่ต้องจ่ายให้ DBD ตามที่กฎหมายกำหนด
- ค่าบริการสำนักงาน — ค่าจ้างสำนักงานบัญชีหรือนิติกรช่วยเตรียมเอกสารและยื่นจดทะเบียน
- ค่าใช้จ่ายแฝง — ค่าใช้จ่ายที่ต้องเกิดขึ้นหลังจดทะเบียนแต่มักถูกลืมคิดตั้งแต่แรก เช่น ค่าตราประทับ ค่าเปิดบัญชีธนาคาร ค่าทำใบกำกับภาษี
การเข้าใจโครงสร้างค่าใช้จ่ายตั้งแต่ต้นช่วยให้วางงบและเลือกบริการได้ถูกทิศ
ค่าธรรมเนียมรัฐ: จ่ายให้ DBD เท่าไหร่
ค่าธรรมเนียมที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) เรียกเก็บสำหรับการจดทะเบียนบริษัทจำกัดคำนวณจากทุนจดทะเบียน โดยมีอัตราดังนี้ (ข้อมูลอ้างอิงจากบัญชีอัตราค่าธรรมเนียมกรมพัฒนาธุรกิจการค้า — ผู้ดูแลระบบควรยืนยันอัตราล่าสุดก่อนเผยแพร่)
| ทุนจดทะเบียน | ค่าธรรมเนียมโดยประมาณ |
|---|---|
| ไม่เกิน 500,000 บาท | 5,000 บาท |
| 500,001 – 1,000,000 บาท | 10,000 บาท |
| 1,000,001 – 5,000,000 บาท | 15,000 บาท |
| 5,000,001 บาทขึ้นไป | คิดตามสัดส่วนทุน (มีเพดานสูงสุด) |
สำหรับ SME ส่วนใหญ่ที่ตั้งทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท ค่าธรรมเนียมรัฐอยู่ที่ประมาณ 10,000 บาท ซึ่งถือเป็นเกณฑ์ที่นิยมใช้กัน เพราะทุนจดทะเบียน 1 ล้านบาทสร้างความน่าเชื่อถือในสายตาของคู่ค้าและธนาคาร
หมายเหตุ: อัตราค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นการประมาณการจากแนวปฏิบัติทั่วไป ควรตรวจสอบกับ DBD โดยตรงหรือสอบถามทีม A Plus Me เพื่อความถูกต้องก่อนเริ่มดำเนินการ
ค่าบริการสำนักงาน: จ่ายเพิ่มเท่าไหร่ถ้าจ้างช่วย
ถ้าจะจดจดทะเบียนบริษัทเองผ่านระบบออนไลน์ DBD BizRegist ก็ทำได้ แต่ต้องใช้เวลาศึกษาขั้นตอน เตรียมเอกสาร และเฝ้าติดตามสถานะด้วยตัวเอง หลายคนจึงเลือกจ้างสำนักงานบัญชีหรือบริษัทรับจดทะเบียนช่วยดำเนินการ
ค่าบริการจดทะเบียนบริษัทจากสำนักงานมืออาชีพในปี 2569 โดยทั่วไปอยู่ในช่วง 3,000 – 8,000 บาท ขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน เช่น
- เตรียมและตรวจเอกสารจดทะเบียนครบวงจร
- ยื่นและติดตามผลกับ DBD แทนคุณ
- ให้คำปรึกษาโครงสร้างทุน ผู้ถือหุ้น และวัตถุประสงค์
- บางแพ็กเกจรวมถึงการจดทะเบียนบริษัทและการแนะนำวางระบบบัญชีต่อ
ค่าบริการที่ถูกมากผิดปกติ (ต่ำกว่า 1,500 บาท) ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าครอบคลุมอะไรบ้าง และสำนักงานนั้นมีประสบการณ์ดูแลต่อเนื่องได้จริงไหม
ค่าใช้จ่ายแฝงที่มักถูกมองข้าม
นี่คือส่วนที่เจ้าของธุรกิจมือใหม่มักคาดไม่ถึง และมักทำให้งบบานเกินกว่าที่วางไว้ รายการที่พบบ่อยได้แก่
- ค่าตราประทับบริษัท — ประมาณ 200 – 500 บาท ไม่บังคับตามกฎหมายปัจจุบัน แต่คู่ค้าและธนาคารบางรายยังขอ
- ค่าเปิดบัญชีธนาคารนิติบุคคล — โดยทั่วไปไม่มีค่าธรรมเนียมเปิดบัญชี แต่ต้องฝากขั้นต่ำตามที่ธนาคารกำหนด (มักอยู่ที่ 0 – 10,000 บาท ขึ้นอยู่กับธนาคาร)
- ค่าทำสำเนาหนังสือรับรองบริษัท — ใช้ยื่นสัญญา เปิดบัญชี หรือขอสินเชื่อ คิดชุดละ 50 – 200 บาท
- ค่าซอฟต์แวร์ออกใบกำกับภาษี — ถ้าต้องออกใบกำกับภาษีให้ถูกรูปแบบ มีค่าบริการรายเดือนหรือรายปี
- ค่าใช้จ่ายจดทะเบียน VAT — ถ้ารายรับถึงเกณฑ์หรือคู่ค้าต้องการ มีค่าบริการยื่นจดแยกต่างหาก
- ค่าบัญชีรายเดือนเดือนแรก — เมื่อบริษัทเริ่มดำเนินการ หน้าที่บัญชีและภาษีตามมาทันที
สรุปงบรวมที่ควรเตรียมสำหรับจดบริษัทใหม่
ถ้าตั้งทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาท และจ้างสำนักงานช่วยดำเนินการ งบที่ควรเตรียมไว้คร่าวๆ มีดังนี้
| รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
|---|---|
| ค่าธรรมเนียม DBD (ทุน 1 ล้านบาท) | ~10,000 บาท |
| ค่าบริการสำนักงาน (ดำเนินการแทน) | 3,000 – 8,000 บาท |
| ค่าตราประทับ | 200 – 500 บาท |
| ค่าสำเนาหนังสือรับรอง (ชุดแรก) | 100 – 300 บาท |
| ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดอื่นๆ | 500 – 1,000 บาท |
| รวมประมาณ | 13,800 – 19,800 บาท |
ตัวเลขนี้ยังไม่รวมค่าทุนจดทะเบียนที่ต้องชำระจริงและค่าบัญชีรายเดือนหลังจดทะเบียน ซึ่งเป็นต้นทุนที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
ทุนจดทะเบียนส่งผลต่อค่าธรรมเนียมอย่างไร
ทุนจดทะเบียน คือเงินที่ผู้ถือหุ้นตกลงกันว่าจะใส่เข้าบริษัท ไม่ใช่เงินที่ต้องโอนให้รัฐ แต่มีผลต่อค่าธรรมเนียม DBD โดยตรง เพราะค่าธรรมเนียมคิดตามสัดส่วนของทุน
คำถามที่พบบ่อยคือ "จดทุนน้อยๆ 100,000 บาท เพื่อประหยัดค่าธรรมเนียมได้ไหม?" คำตอบคือได้จริง แต่ต้องพิจารณาว่า
- คู่ค้าบางรายกำหนดเงื่อนไขขั้นต่ำของทุนจดทะเบียนก่อนทำสัญญา
- ธนาคารอาจใช้ทุนจดทะเบียนเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณาสินเชื่อ
- การขอใบอนุญาตบางประเภท (เช่น ใบอนุญาตก่อสร้าง หรือใบอนุญาตนำเข้า) อาจมีเกณฑ์ทุนขั้นต่ำ
ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาทจึงเป็นตัวเลขยอดนิยมที่สมดุลระหว่างความน่าเชื่อถือและค่าธรรมเนียมที่ไม่สูงเกินไป
ถ้าจดเองได้ประหยัดไหม
การจดทะเบียนบริษัทด้วยตัวเองผ่าน DBD BizRegist ประหยัดค่าบริการสำนักงานได้ 3,000 – 8,000 บาท แต่ต้องแลกกับเวลาที่ใช้ศึกษาขั้นตอน เตรียมเอกสาร และติดตามผล ซึ่งอาจใช้เวลาหลายวันถึงหลายสัปดาห์สำหรับมือใหม่
สิ่งที่ควรประเมินก่อนตัดสินใจจดเอง ได้แก่
- มีเวลาศึกษาและดำเนินการเองหรือไม่
- เอกสารที่ต้องเตรียมถูกต้องครบถ้วนตามที่ DBD ต้องการหรือไม่
- ถ้าเอกสารผิดพลาดและถูกคืนกลับมา มีเวลาแก้ไขและยื่นใหม่ทันไหม
- มีแผนจัดการระบบบัญชีและภาษีหลังจดทะเบียนแล้วหรือยัง
สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการเริ่มเร็วและมั่นใจว่าเอกสารถูกต้องตั้งแต่แรก การจ้างสำนักงานที่ดูแลทั้งจดทะเบียนและรับทำบัญชีรายเดือนต่อเนื่องมักคุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ค่าใช้จ่ายบัญชีและภาษีหลังจดทะเบียนที่ต้องวางแผนล่วงหน้า
เมื่อจดทะเบียนบริษัทแล้ว หน้าที่ทางบัญชีและภาษีเริ่มทันที ไม่ว่าบริษัทจะมีรายได้หรือไม่ก็ตาม ค่าใช้จ่ายที่ต้องวางแผนต่อเนื่องได้แก่
- ค่าทำบัญชีรายเดือน — โดยทั่วไปอยู่ที่ 1,500 – 5,000 บาทต่อเดือน ขึ้นอยู่กับปริมาณรายการ
- ค่ายื่นแบบภาษีรายเดือน — เช่น ภ.ง.ด.1 (เงินเดือนพนักงาน), ภ.ง.ด.3 / ภ.ง.ด.53 (ภาษีหัก ณ ที่จ่าย), ภ.พ.30 (VAT รายเดือน)
- ค่าปิดงบและยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 รายปี — บริษัทต้องปิดงบการเงินและยื่นแบบภาษีเงินได้นิติบุคคลภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี
- ค่าสอบบัญชีโดยผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) — บริษัทจำกัดทุกแห่งมีหน้าที่ให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบงบการเงินก่อนนำส่ง DBD
ถ้าสนใจเปรียบเทียบขอบเขตงานที่ควรได้รับจากสำนักงานบัญชี สามารถดูรายละเอียดได้ที่ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี และวางแผนภาษีให้ถูกทิศตั้งแต่เริ่ม
คำถามที่ควรถามก่อนจ้างสำนักงานช่วยจดทะเบียน
ก่อนตัดสินใจจ้างสำนักงานใด ควรถามให้ชัดเจนในประเด็นเหล่านี้
- ค่าบริการรวมค่าธรรมเนียม DBD แล้วหรือยัง หรือจ่ายแยก?
- ถ้าเอกสารถูกคืนกลับมาหรือมีปัญหา มีค่าแก้ไขเพิ่มเติมหรือไม่?
- สำนักงานจะช่วยดูแลต่อหลังจดทะเบียน เช่น รับทำบัญชีรายเดือน หรือให้คำแนะนำด้านภาษีได้ไหม?
- ระยะเวลาดำเนินการโดยทั่วไปกี่วัน?
- เอกสารที่ต้องเตรียมจากฝั่งเจ้าของมีอะไรบ้าง?
สำนักงานที่ดีจะตอบคำถามเหล่านี้ได้ชัดเจนและไม่มีค่าใช้จ่ายแอบแฝงหลังเซ็นสัญญา
เริ่มจดทะเบียนบริษัทกับ A Plus Me
A Plus Me ให้บริการจดทะเบียนบริษัทแบบครบวงจร ตั้งแต่เตรียมเอกสาร ยื่น DBD ไปจนถึงวางระบบบัญชีและภาษีต่อเนื่อง ทีมงานพร้อมให้คำปรึกษาเรื่องทุนจดทะเบียน โครงสร้างผู้ถือหุ้น และการวางแผนภาษีตั้งแต่วันแรก — เพื่อให้เจ้าของธุรกิจ SME เริ่มต้นได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องเอกสารพลาดหรือค่าใช้จ่ายเกินงบ ติดต่อ A Plus Me เพื่อรับข้อมูลและใบเสนอราคาที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง จดทะเบียนบริษัทใช้เงินเท่าไหร่ สรุปค่าใช้จ่ายทั้งหมด ปี 2569 ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
จดทะเบียนบริษัทค่าธรรมเนียมรัฐเท่าไหร่ ปี 2569
ค่าธรรมเนียม DBD คิดตามทุนจดทะเบียน โดยประมาณ: ทุนไม่เกิน 500,000 บาท ประมาณ 5,000 บาท / ทุน 1,000,000 บาท ประมาณ 10,000 บาท ควรตรวจสอบอัตราล่าสุดกับ DBD หรือสอบถามสำนักงานบัญชีก่อนดำเนินการ
จดทะเบียนบริษัทเองได้ไหม ไม่จ้างสำนักงาน
ได้ ผ่านระบบออนไลน์ DBD BizRegist แต่ต้องศึกษาขั้นตอน เตรียมเอกสารให้ถูกต้อง และติดตามสถานะเอง ถ้าเอกสารผิดพลาดจะเสียเวลาแก้ไขและยื่นใหม่
ค่าจ้างสำนักงานจดทะเบียนบริษัทประมาณเท่าไหร่
ค่าบริการจดทะเบียนบริษัทจากสำนักงานมืออาชีพในปี 2569 โดยทั่วไปอยู่ที่ 3,000 – 8,000 บาท ขึ้นอยู่กับขอบเขตงานและความครอบคลุมของบริการหลังจด
ทุนจดทะเบียนต้องใช้จริงไหม
ทุนจดทะเบียนเป็นตัวเลขที่ผู้ถือหุ้นตกลงว่าจะใส่เข้าบริษัท กฎหมายไทยกำหนดให้ชำระทุนอย่างน้อย 25% ของทุนจดทะเบียนเมื่อตั้งบริษัท ที่เหลือชำระภายหลังได้ตามที่กรรมการกำหนด
หลังจดทะเบียนบริษัทแล้ว มีค่าใช้จ่ายอะไรต่อเนื่องอีกบ้าง
มีค่าทำบัญชีรายเดือน ค่ายื่นแบบภาษีรายเดือน ค่าปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 รายปี (ภายใน 150 วันหลังสิ้นรอบบัญชี) และค่าสอบบัญชีโดย CPA ทุกปี
จดบริษัทที่ทุน 1 ล้านบาทดีกว่าทุน 100,000 บาทอย่างไร
ทุนจดทะเบียน 1,000,000 บาทสร้างความน่าเชื่อถือต่อคู่ค้าและธนาคารได้ดีกว่า และเปิดทางขอสินเชื่อหรือสัญญาบางประเภทที่กำหนดเกณฑ์ทุนขั้นต่ำ แม้ค่าธรรมเนียม DBD จะสูงกว่าเล็กน้อย