ก่อนจะตัดสินใจจ้างสำนักงานบัญชี คำถามที่เจ้าของกิจการหลายคนมักสับสนคือ "จะจ้างแบบรายเดือนหรือรายปีดีกว่า?" และ "ราคาต่างกันเยอะไหม?" บทความนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ตรงจุด โดยไม่ต้องพึ่งแค่ตัวเลขราคา

ค่าทำบัญชีรายปี vs รายเดือน คืออะไรกันแน่

หลายคนเห็นสำนักงานบัญชีบางแห่งเสนอ "แพ็กเกจรายปี" แล้วก็งงว่าต่างจาก "รายเดือน" ยังไง จริงๆ แล้วทั้งสองแบบมีความหมายหลักๆ ดังนี้

  • แบบรายเดือน (Monthly Retainer) — จ่ายค่าบริการทุกเดือน สำนักงานบัญชีบันทึกรายการและยื่นภาษีรายเดือนให้ต่อเนื่องตลอดปี เช่น ยื่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3/53 ทุกเดือน แล้วปิดงบการเงินและยื่น ภ.ง.ด.50 ปีละครั้ง
  • แบบรายปี (Annual/Year-end only) — จ่ายครั้งเดียวเมื่อสิ้นปีหรือก่อนปิดงบ สำนักงานบัญชีรับเอกสารมากองรวม แล้วทำบัญชีย้อนหลังทั้งปีพร้อมกัน จากนั้นยื่นภาษีประจำปี

ฟังดูเหมือนแบบรายปีถูกกว่า แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น เพราะขอบเขตงานและความเสี่ยงที่แตกต่างกันมากพอๆ กับราคา

ความแตกต่างหลักที่ต้องรู้ก่อนเปรียบราคา

ก่อนดูตัวเลข ต้องเข้าใจก่อนว่าภาระงานสองแบบนี้ไม่เหมือนกันเลย

หัวข้อ แบบรายเดือน แบบรายปี (ปิดงบปลายปี)
ยื่นภาษีรายเดือน รวมอยู่ในบริการ ส่วนใหญ่ไม่รวม หรือคิดต่างหาก
ตรวจสอบความถูกต้องระหว่างปี ทำทุกเดือน แจ้งปัญหาได้ทันที ไม่มี ค้นพบปัญหาหลังปีผ่านไปแล้ว
ค่าปรับยื่นภาษีล่าช้า ป้องกันได้เพราะมีการติดตาม เสี่ยงสูงหากลืมยื่นเองหรือยื่นผิดกำหนด
รายงานระหว่างปี มีงบกำไรขาดทุนรายเดือน/ไตรมาส ไม่มี เจ้าของไม่รู้กำไร-ขาดทุนจนกว่าปีจะจบ
การวางแผนภาษีระหว่างปี ทำได้ มีข้อมูลทันเวลา ทำไม่ได้จริง เพราะรู้ตัวเลขหลังปีจบแล้ว
ความเหมาะสมกับกิจการ นิติบุคคลที่มีรายการหมุนเวียนสม่ำเสมอ บริษัทไม่เคลื่อนไหว หรือธุรกิจขนาดเล็กมากๆ

แบบรายปีดูถูกกว่า แต่มีต้นทุนแอบซ่อนอะไรบ้าง

เจ้าของกิจการหลายรายเลือกแบบรายปีเพราะเห็นว่า "จ่ายครั้งเดียว หมดปัญหา" แต่ในทางปฏิบัติ มักเจอต้นทุนที่ไม่ได้ตั้งใจรวมไว้ ดังนี้

  • ค่าปรับและเงินเพิ่มจากยื่นภาษีเดือนล่าช้า — บริษัทที่จด VAT ต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน ภายในวันที่ 15 หรือ 23 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์) หากยื่นเองไม่ทันหรือลืม เสียเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือนของภาษีที่ต้องชำระ บวกเบี้ยปรับอีก 2 เท่า (กรณียื่นล่าช้าเอง)
  • ค่าปรับ ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.53 — ภาษีหัก ณ ที่จ่ายต้องนำส่งภายในวันที่ 7 หรือ 15 ของเดือนถัดไป (ยื่นออนไลน์) หากเจ้าของทำเองแล้วผิดพลาด มีค่าปรับและเงินเพิ่มด้วยเช่นกัน
  • ต้นทุนเสียโอกาสจากไม่รู้ตัวเลข — ถ้าไม่มีรายงานรายเดือน เจ้าของอาจใช้จ่ายเกินหรือตั้งราคาผิด โดยไม่รู้ว่าขาดทุนอยู่จนกว่าจะปิดงบ
  • ค่าเร่งงาน (Rush Fee) — บางสำนักงานบัญชีคิดเพิ่มเมื่อต้องทำบัญชีย้อนหลังทั้งปีในเวลาสั้น โดยเฉพาะช่วงก่อนปิดงบมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งคิวงานแน่น

แบบรายเดือนเหมาะกับใครบ้าง

การจ้างรับทำบัญชีรายเดือนคุ้มค่าที่สุดสำหรับกลุ่มธุรกิจเหล่านี้

  • บริษัทหรือ หจก. ที่จด VAT และต้องยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน
  • กิจการที่มีพนักงาน ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเงินเดือน (ภ.ง.ด.1) และนำส่งประกันสังคม
  • ธุรกิจที่จ่ายค่าบริการ ค่าเช่า หรือค่าจ้างผู้รับจ้างเป็นประจำ และต้องยื่น ภ.ง.ด.3 หรือ ภ.ง.ด.53 ทุกเดือน
  • เจ้าของที่ต้องการรายงานกำไร-ขาดทุน หรืองบแสดงฐานะการเงินรายเดือน/ไตรมาส เพื่อตัดสินใจธุรกิจ
  • กิจการที่ต้องการวางแผนภาษีล่วงหน้า เช่น ควบคุมกำไรก่อนปิดงบ หรือวางแผนค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน
  • บริษัทที่มียอดรายรับ-รายจ่ายหมุนเวียนสม่ำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นร้านค้า บริการ หรือ e-Commerce

แบบรายปี (ปิดงบอย่างเดียว) เหมาะกับใครบ้าง

มีกรณีที่แบบรายปีสมเหตุสมผล แต่เงื่อนไขต้องชัดเจนมาก

  • บริษัทไม่เคลื่อนไหว — ไม่มีรายได้ ไม่มีรายจ่าย และไม่ได้จด VAT ต้องปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 ตามกฎหมาย แต่เอกสารน้อยมากหรือแทบไม่มี ค่าบริการจึงต่ำกว่าปกติ อ่านเพิ่มได้ที่ บริษัทไม่มีรายรับต้องยื่นงบไหม
  • ธุรกิจเพิ่งจดทะเบียน แต่ยังไม่ได้เริ่มดำเนินงานจริง — ช่วงเตรียมตัว ยังไม่มีรายการ แต่ต้องปิดงบรอบแรก
  • กิจการที่ไม่จด VAT และไม่มีพนักงาน — ไม่มีภาระยื่นภาษีรายเดือน แต่ยังต้องระวังว่าถ้ามีการจ่ายค่าบริการให้บุคคลธรรมดา ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.3 เองทุกเดือนอยู่ดี

สรุปคือ แบบรายปีใช้ได้จริงในวงแคบ และต้องแน่ใจว่าไม่มีภาระภาษีรายเดือนหลงเหลือให้จัดการเอง

เปรียบเทียบราคา: แบบรายเดือนแพงกว่าจริงไหม?

คำตอบคือ "ขึ้นอยู่กับว่ารวมอะไรในราคา" ลองดูตัวอย่างนี้

ตัวอย่าง: บริษัทค้าปลีกออนไลน์ขนาดเล็ก จด VAT มีพนักงาน 2 คน รายการธนาคารราว 30-50 รายการต่อเดือน

  • แบบรายเดือน — ค่าบริการรวมบันทึกบัญชี ยื่น ภ.พ.30 ภ.ง.ด.1 ภ.ง.ด.3/53 และปิดงบปลายปี ราคาโดยรวมต่อปีอาจอยู่ที่ X บาท (ต้องขอใบเสนอราคาจริง)
  • แบบรายปีเฉพาะปิดงบ — ค่าปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 เพียงอย่างเดียวอาจถูกกว่าในราคาตั้งต้น แต่ต้องบวกค่ายื่นภาษีรายเดือนที่ต้องจ้างเพิ่มหรือทำเอง และความเสี่ยงค่าปรับถ้าผิดพลาด

เมื่อรวมต้นทุนทุกอย่าง แบบรายเดือนมักประหยัดกว่าในระยะยาวสำหรับกิจการที่มีรายการต่อเนื่อง เพราะบริหารความเสี่ยงภาษีได้ดีกว่า ไม่ใช่แค่ถูกหรือแพง

เช็กลิสต์: ธุรกิจของคุณควรเลือกแบบไหน

ตอบคำถามด้านล่างแล้วดูว่าแบบไหนเหมาะกว่า

  • บริษัทหรือ หจก. ของคุณจด VAT หรือไม่? — ถ้าใช่ ต้องยื่นรายเดือน ควรเลือกแบบรายเดือน
  • คุณมีพนักงานหรือจ่ายค่าจ้างให้คนภายนอกเป็นประจำหรือไม่? — ถ้าใช่ มีภาระ ภ.ง.ด.1 หรือ ภ.ง.ด.3 ทุกเดือน
  • คุณต้องการรายงานทางการเงินระหว่างปีเพื่อตัดสินใจหรือไม่? — ถ้าใช่ แบบรายเดือนให้ได้
  • บริษัทของคุณไม่มีรายได้และไม่มีรายจ่ายเลยในปีนี้หรือไม่? — ถ้าใช่ อาจพิจารณาแบบรายปีได้
  • คุณพร้อมที่จะยื่นภาษีรายเดือนเองได้แม่นยำหรือไม่? — ถ้าไม่แน่ใจ ควรให้มืออาชีพดูแล

ถ้าตอบว่า "ใช่" ในข้อแรกหรือข้อสอง นั่นหมายความว่าธุรกิจของคุณมีภาระภาษีรายเดือนอยู่แล้ว การเลือกแบบรายปีเฉพาะปิดงบจึงไม่ได้ตัดภาระออกไป แค่ผลักให้ไปจัดการเอง

วิธีเปรียบราคาให้ถูกต้อง ก่อนตัดสินใจ

เวลาขอใบเสนอราคาจากสำนักงานบัญชี ให้ถามข้อมูลเหล่านี้ให้ชัดทุกครั้ง

  • ราคานี้รวมการยื่นภาษีรายเดือนทุกประเภทที่บริษัทต้องยื่นหรือไม่ (ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3/53)?
  • รวมค่าปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 (ภายใน 150 วันนับจากวันสิ้นรอบบัญชี) หรือไม่?
  • รวมค่านำส่งงบการเงินต่อ DBD (สำหรับนิติบุคคลทุกประเภท) หรือไม่?
  • ถ้ามีงานเพิ่ม เช่น จดทะเบียนเปลี่ยนแปลง หรือย้ายสำนักงานบัญชี มีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม?
  • ถ้าเอกสารสูญหายหรือต้องทำบัญชีย้อนหลัง คิดราคายังไง?
  • ช่องทางติดต่อและเวลาตอบสนองเป็นอย่างไร?

ดูภาพรวมขอบเขตงานทั้งหมดที่สำนักงานบัญชีทำได้ที่หน้าบริการทั้งหมดของ A Plus Me เพื่อใช้เป็นกรอบเปรียบเทียบ

ข้อผิดพลาดที่เจ้าของธุรกิจมักทำเมื่อเลือกแบบรายปี

จากประสบการณ์ที่ A Plus Me พบบ่อย มีดังนี้

  • คิดว่าไม่ได้จด VAT จึงไม่มีภาระรายเดือน — แต่ลืมว่าถ้าจ่ายค่าจ้างหรือค่าเช่าให้บุคคลธรรมดา ยังต้องยื่น ภ.ง.ด.3 ทุกเดือนอยู่ดี
  • ส่งเอกสารไปทีเดียวปลายปี แต่เอกสารขาดหาย — เพราะเก็บไม่เป็นระบบมาทั้งปี ทำให้นักบัญชีต้องประมาณการ ซึ่งเสี่ยงต่อการตรวจสอบของสรรพากร อ่านเพิ่มเรื่องการจัดเอกสารได้ที่ เอกสารที่ต้องส่งสำนักงานบัญชี
  • ไม่ทราบว่าต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภาษีครึ่งปี — บริษัทที่มีรายได้ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 ภายใน 2 เดือนนับจากวันครบรอบ 6 เดือนของรอบบัญชี และต้องประมาณการกำไร ถ้าทำเองโดยไม่มีข้อมูลบัญชีที่เป็นปัจจุบัน ประมาณการเกินความจริงหรือต่ำเกินจนโดนปรับได้ทั้งคู่
  • ไม่ได้วางแผนภาษีก่อนสิ้นปี — เพราะไม่รู้ตัวเลขกำไรจริง จึงพลาดโอกาสวางแผนภาษี เช่น การซื้อทรัพย์สินเพื่อหักค่าเสื่อมราคา หรือการจ่ายโบนัสพนักงานก่อนสิ้นปี

สรุป: เลือกแบบที่ตรงกับภาระจริงของธุรกิจ ไม่ใช่แค่ถูกกว่า

ค่าทำบัญชีรายปีกับรายเดือนไม่ใช่แค่เรื่องราคา แต่เป็นเรื่องว่าธุรกิจของคุณมีภาระอะไรอยู่จริง ถ้ามีรายการหมุนเวียน จด VAT หรือมีพนักงาน แบบรายเดือนคือการป้องกันความเสี่ยงที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว ส่วนแบบรายปีอาจเหมาะสมได้ในกรณีที่แคบมากๆ เช่น บริษัทที่แทบไม่มีรายการเลย

หากยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรเลือกแบบไหน ทีมงาน A Plus Me ยินดีช่วยประเมินและแนะนำแพ็กเกจที่เหมาะสม โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการปรึกษาเบื้องต้น ติดต่อ A Plus Me ผ่าน Line หรือฟอร์มออนไลน์ได้เลย

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ค่าทำบัญชีรายปี vs รายเดือน แบบไหนคุ้มกว่าสำหรับธุรกิจคุณ ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าทำบัญชีรายปีกับรายเดือนต่างกันอย่างไร

แบบรายเดือนครอบคลุมการบันทึกบัญชีและยื่นภาษีทุกเดือนตลอดปี เช่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3/53 พร้อมปิดงบปลายปี ส่วนแบบรายปีมักหมายถึงทำบัญชีและปิดงบครั้งเดียวปลายปี โดยไม่รวมการยื่นภาษีรายเดือน ซึ่งบริษัทต้องจัดการเองหรือจ้างเพิ่ม

บริษัทที่จด VAT ใช้แบบรายปีได้ไหม

ทำได้แต่ต้องระวัง เพราะบริษัทที่จด VAT ยังมีหน้าที่ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือนอยู่ดี ถ้าแพ็กเกจรายปีไม่รวมส่วนนี้ เจ้าของต้องยื่นเองหรือจ้างเพิ่ม หากลืมยื่นหรือยื่นล่าช้ามีค่าปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย

แบบรายเดือนคุ้มกว่าแบบรายปีจริงไหม

ขึ้นอยู่กับปริมาณงานจริง สำหรับบริษัทที่มีรายการต่อเนื่อง จด VAT หรือมีพนักงาน แบบรายเดือนคุ้มกว่าเพราะรวมทุกภาระภาษีและลดความเสี่ยงค่าปรับ ส่วนบริษัทที่ไม่มีรายการเลย (บริษัทไม่เคลื่อนไหว) แบบรายปีอาจเหมาะกว่า

ถ้าทำแบบรายปี ภ.ง.ด.51 ต้องทำเองหรือไม่

ถ้าแพ็กเกจไม่รวมการยื่น ภ.ง.ด.51 (ภาษีครึ่งปีสำหรับนิติบุคคล) เจ้าของต้องจัดการเอง โดยต้องยื่นภายใน 2 เดือนนับจากวันครบรอบ 6 เดือนของรอบบัญชี ถ้าประมาณการกำไรผิดเกิน 25% อาจถูกปรับอีก 20% ของภาษีที่ขาด

ควรถามอะไรสำนักงานบัญชีก่อนเลือกแพ็กเกจ

ควรถามว่าราคารวมยื่นภาษีรายเดือนทุกประเภทหรือไม่, รวมค่าปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 หรือไม่, รวมค่านำส่งงบ DBD หรือไม่, และถ้ามีงานนอกขอบเขตคิดเพิ่มอย่างไร เพื่อเปรียบราคาได้ตรงกันจริงๆ

บริษัทไม่มีรายได้ทั้งปีต้องจ้างทำบัญชีแบบไหน

บริษัทที่ไม่มีรายการเคลื่อนไหวเลยยังต้องปิดงบและยื่น ภ.ง.ด.50 ตามกฎหมาย แต่ภาระงานน้อยมาก ค่าบริการจึงต่ำกว่าปกติ และอาจใช้แพ็กเกจปิดงบรายปีได้โดยไม่ต้องมีบริการรายเดือน