ก่อนที่คุณจะจ้างนักบัญชีฟรีแลนซ์ด้วยราคาที่ "คุยกันง่าย" มีสิ่งที่เจ้าของ SME ส่วนใหญ่ไม่รู้อยู่หลายอย่าง และบางข้อมีผลต่อภาระภาษีและความเสี่ยงทางกฎหมายของคุณโดยตรง

นักบัญชีฟรีแลนซ์คืออะไร และต่างจากสำนักงานบัญชีอย่างไร

นักบัญชีฟรีแลนซ์ (Freelance Accountant) คือบุคคลธรรมดาที่รับทำบัญชีและยื่นภาษีให้ลูกค้าหลายรายพร้อมกัน โดยไม่ได้สังกัดสำนักงานบัญชีใดเป็นการเฉพาะ ในทางปฏิบัติหลายคนเริ่มต้นจากการเป็นลูกจ้างสำนักงานบัญชีมาก่อน แล้วจึงแยกตัวออกมารับลูกค้าเอง ซึ่งข้อได้เปรียบชัดเจนคือ ราคาถูกกว่าสำนักงานบัญชีในระดับเดียวกัน เนื่องจากไม่มีค่าโสหุ้ยสำนักงาน

อย่างไรก็ตาม ข้อแตกต่างที่สำคัญคือ สำนักงานบัญชีที่จดทะเบียนถูกต้องมักมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาต (CPA) หรือผู้ทำบัญชีที่ขึ้นทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) อยู่ในทีม และมีระบบตรวจสอบซ้ำภายในองค์กร ขณะที่นักบัญชีฟรีแลนซ์ทำงานคนเดียว ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครตรวจสอบงานของเขาก่อนส่งให้คุณ

กฎหมายกำหนดให้ผู้ทำบัญชีตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ต้องมีคุณสมบัติและขึ้นทะเบียนกับ DBD อย่างถูกต้อง ดังนั้น ก่อนจ้างฟรีแลนซ์ทุกราย ควรตรวจสอบว่าเขาขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีกับ DBD แล้วหรือไม่ ซึ่งตรวจสอบได้ที่เว็บไซต์ dbd.go.th

ช่วงราคาตลาดค่าจ้างนักบัญชีฟรีแลนซ์ปัจจุบัน

ราคาค่าจ้างนักบัญชีฟรีแลนซ์ในประเทศไทยไม่มีมาตรฐานกลาง แต่จากข้อมูลตลาด ณ ปี 2568-2569 สามารถแบ่งช่วงราคาได้ตามขนาดและความซับซ้อนของธุรกิจดังนี้

  • ธุรกิจเพิ่งจดทะเบียน ยอดธุรกรรมไม่เกิน 20-30 รายการต่อเดือน (ไม่จด VAT): ค่าบริการทำบัญชีและยื่นภาษีรายเดือนมักอยู่ในช่วง 1,500 – 3,000 บาท/เดือน หรือประมาณ 18,000 – 36,000 บาท/ปี
  • ธุรกิจขนาดเล็ก จด VAT ยอดธุรกรรม 50-100 รายการ/เดือน มีพนักงาน 1-5 คน: ค่าบริการมักอยู่ในช่วง 3,000 – 6,000 บาท/เดือน รวมการยื่นแบบ ภ.พ.30, ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.ง.ด.51 และ ภ.ง.ด.50
  • ธุรกิจขนาดกลาง ธุรกรรมซับซ้อน มีสินค้าคงเหลือ/ทรัพย์สิน: ฟรีแลนซ์ที่มีประสบการณ์มักคิด 6,000 – 12,000 บาท/เดือน ขึ้นไป แต่ในช่วงราคานี้ควรเปรียบเทียบกับสำนักงานบัญชีขนาดเล็กด้วย

เพื่อการเปรียบเทียบ สำนักงานบัญชีในกรุงเทพฯ ที่มีทีมงานและระบบ มักเริ่มต้นที่ประมาณ 12,000 บาท/เดือนขึ้นไป สำหรับแพ็กเกจพื้นฐาน และ 17,000-27,000 บาท/เดือนสำหรับแพ็กเกจที่รวมเงินเดือนและการจัดการเอกสาร ราคาจึงต่างกันชัดเจน แต่ความต่างนั้นมีเหตุผลที่ควรพิจารณา

สิ่งที่กำหนดราคาในทางปฏิบัติมีสองปัจจัยหลัก ได้แก่ จำนวนธุรกรรม (ใบเสร็จ ใบกำกับภาษี บิล) ต่อเดือน และ ความซับซ้อนของงาน เช่น การมี VAT การมีพนักงานที่ต้องยื่น ภ.ง.ด.1 ทุกเดือน หรือการมีธุรกรรมระหว่างประเทศที่ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายตามมาตรา 70

ข้อสังเกต: ราคาที่ต่ำผิดปกติ เช่น "ทำบัญชีทั้งปีแค่ 5,000 บาท" สำหรับบริษัทที่จด VAT และมีธุรกรรมหลายสิบรายการ ควรตั้งคำถามว่างานที่ได้รับจะครบถ้วนจริงหรือไม่

ภาษีที่เจ้าของ SME ต้องรู้เมื่อจ่ายค่าบริการนักบัญชีฟรีแลนซ์

เจ้าของกิจการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน) มีหน้าที่ หักภาษี ณ ที่จ่าย จากค่าบริการที่จ่ายให้นักบัญชีฟรีแลนซ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา โดยเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ซึ่งกำหนดให้หักในอัตรา 3% ของยอดค่าบริการที่จ่าย และนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 ของเดือนถัดไป (หรือวันที่ 15 หากยื่นผ่านระบบ e-Filing)

ตัวอย่าง: หากคุณจ่ายค่าบริการนักบัญชีฟรีแลนซ์ 3,000 บาท/เดือน คุณต้องหัก 90 บาท (3%) จ่ายจริง 2,910 บาท และนำส่ง 90 บาทผ่านแบบ ภ.ง.ด.3 ในเดือนถัดไป ส่วนนักบัญชีจะได้รับหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่ายเพื่อนำไปใช้ขอเครดิตภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของตน

หากเจ้าของธุรกิจเป็นบุคคลธรรมดา (ไม่ได้จดเป็นนิติบุคคล) ไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายจากค่าบริการนักบัญชี แต่ยังคงสามารถนำค่าบริการนี้ไปเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณเงินได้ได้ตามปกติ

นอกจากนี้ หากนักบัญชีฟรีแลนซ์ที่คุณจ้างมีรายรับรวมทุกทางเกิน 1,800,000 บาท/ปี เขาจะมีหน้าที่จดทะเบียน VAT และต้องออกใบกำกับภาษีให้คุณเพื่อที่คุณจะขอคืน VAT ภาคปัจจัยผลิตได้ ในทางปฏิบัตินักบัญชีฟรีแลนซ์ส่วนใหญ่มีรายรับต่อกว่าเกณฑ์นี้ จึงมักไม่ได้จด VAT แต่ควรตรวจสอบกับเขาโดยตรง (ข้อมูล ณ ปี 2569 — VAT ปัจจุบัน 7% ตามพระราชกฤษฎีกาฉบับที่ 799 บังคับใช้ถึง 30 กันยายน 2569 ควรตรวจสอบอัตราที่บังคับใช้ ณ ปีที่ยื่นกับกรมสรรพากร)

ความเสี่ยงและข้อควรระวังที่เจ้าของ SME มักมองข้าม

ราคาถูกอาจเป็นเหตุผลเดียวที่ทำให้คุณเลือกนักบัญชีฟรีแลนซ์ แต่ความเสี่ยงด้านล่างนี้มีมูลค่าสูงกว่าส่วนต่างราคาที่ประหยัดได้มากนัก

  • ความเสี่ยงด้านคุณสมบัติ: ฟรีแลนซ์บางรายอ้างว่าตนเองเป็น "นักบัญชี" โดยไม่เคยสอบหรือขึ้นทะเบียนกับ DBD ตามพระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 ที่กำหนดว่าผู้ทำบัญชีต้องมีคุณวุฒิและขึ้นทะเบียน กิจการที่ใช้ผู้ทำบัญชีที่ไม่มีคุณสมบัติอาจโดนปรับตามกฎหมาย
  • ความเสี่ยงด้านคุณภาพและความครบถ้วน: ฟรีแลนซ์ที่รับลูกค้ามากเกินไปในราคาถูก มักลดทอนคุณภาพงานโดยการบันทึกรายการแบบรวมๆ ไม่แยกรายการ หรือยื่นแบบไม่ครบ ซึ่งรู้ได้ยากจากภายนอกจนกว่าจะถูกตรวจสอบภาษีย้อนหลัง
  • ความเสี่ยงด้านความต่อเนื่อง: ถ้าฟรีแลนซ์ป่วย ลาออกกลางคัน หรือหายหน้าหายตา คุณจะต้องหาคนใหม่และโอนเอกสารทั้งหมดเอง ซึ่งต้องใช้เวลาและอาจทำให้การยื่นงบการเงินหรือภาษีล่าช้า มีค่าปรับตามมา
  • ความเสี่ยงด้านความลับข้อมูล: นักบัญชีฟรีแลนซ์มักขอเข้าถึงบัญชีธนาคาร ระบบบัญชีออนไลน์ และเอกสารทางการเงินทั้งหมดของคุณ ควรมีข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรเกี่ยวกับการรักษาความลับข้อมูล
  • ความเสี่ยงด้านความรับผิดชอบ: หากงบการเงินหรือการยื่นภาษีมีข้อผิดพลาด ฟรีแลนซ์บุคคลธรรมดามักไม่มีประกันวิชาชีพ (Professional Indemnity Insurance) ต่างจากสำนักงานบัญชีขนาดใหญ่ที่มักมีการประกันครอบคลุม ความเสียหายทางภาษีจะตกอยู่ที่กิจการของคุณในฐานะผู้เสียภาษี

สิ่งที่ควรขอดูก่อนจ้าง: ใบรับรองการขึ้นทะเบียนผู้ทำบัญชีจาก DBD, ตัวอย่างงานหรือรายชื่อลูกค้าอ้างอิง, และสัญญาบริการที่ระบุขอบเขตงาน กำหนดส่งงาน และเงื่อนไขความรับผิดชอบกรณีเกิดข้อผิดพลาด

เกณฑ์เปรียบเทียบ: นักบัญชีฟรีแลนซ์ vs. สำนักงานบัญชี

การเลือกระหว่างสองแบบนี้ขึ้นอยู่กับขนาดและสถานการณ์ธุรกิจของคุณ ลองใช้เกณฑ์ต่อไปนี้ในการตัดสินใจ

  • นักบัญชีฟรีแลนซ์เหมาะกับ: กิจการที่เพิ่งจดทะเบียน รายรับยังน้อย ธุรกรรมไม่ซับซ้อน ไม่ได้จด VAT และเจ้าของมีความรู้เบื้องต้นด้านบัญชีพอที่จะตรวจสอบงานได้เอง
  • สำนักงานบัญชีเหมาะกับ: กิจการที่จด VAT, มีพนักงานหลายคน, มีธุรกรรมนำเข้า-ส่งออกหรือธุรกรรมระหว่างประเทศ, ต้องการงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีรับอนุญาต หรือกำลังขอสินเชื่อธนาคาร
  • สัญญาณที่บอกว่าควรอัปเกรดจากฟรีแลนซ์ไปสำนักงานบัญชี: รายรับเกิน 10 ล้านบาทต่อปี, เริ่มมีธุรกรรมที่ซับซ้อนขึ้น, เคยมีปัญหากับกรมสรรพากร หรือต้องการวางแผนภาษีเชิงรุก

สำหรับ SME ที่มีรายรับเข้าใกล้ 30,000,000 บาทต่อปี (เกณฑ์ที่ออกจากสิทธิ์ SME CIT) หรือมีกำไรสุทธิเกิน 3,000,000 บาทต่อปี (จุดที่อัตราภาษีกระโดดขึ้นเป็น 20%) ความประหยัดเล็กน้อยจากการใช้ฟรีแลนซ์ราคาถูกอาจไม่คุ้มกับความเสี่ยงของการมีงบการเงินที่ไม่ได้มาตรฐาน (ข้อมูล ณ ปี 2569)

หากคุณอยู่ในช่วงรอยต่อนี้ การปรึกษาสำนักงานบัญชีที่มีทีมผู้เชี่ยวชาญและระบบตรวจสอบภายในจะให้ความมั่นใจมากกว่า และหากต้องการวางแผนภาษีเชิงรุกเพื่อบริหารภาระภาษีภายใต้อัตรา SME CIT ที่ถูกต้อง ควรทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญที่มีความรับผิดชอบชัดเจน

วิธีตรวจสอบและต่อรองราคาอย่างชาญฉลาด

เมื่อคุณได้รับใบเสนอราคาจากนักบัญชีฟรีแลนซ์ ลองตรวจสอบด้วยคำถามต่อไปนี้ก่อนตกลง

  • ราคานี้รวมอะไรบ้าง? ระบุชัดเจนว่าครอบคลุมการทำบัญชีรายเดือน, การยื่นแบบภาษีรายเดือน (ภ.ง.ด.1, ภ.ง.ด.3, ภ.พ.30 ตามกรณี), การยื่น ภ.ง.ด.51 ครึ่งปี, การยื่น ภ.ง.ด.50 พร้อมงบการเงินประจำปี และการส่งงบการเงินต่อ DBD หรือไม่
  • ราคาเพิ่มขึ้นอย่างไรเมื่อธุรกรรมเพิ่ม? ขอทราบโครงสร้างราคาอย่างชัดเจน เพราะหลายรายใช้ราคาฐานต่ำแต่คิดเพิ่มทุกรายการ
  • ใครเป็นผู้รับผิดชอบหากยื่นผิดหรือล่าช้า? ควรระบุในสัญญาว่าค่าปรับที่เกิดจากความผิดพลาดของนักบัญชีเป็นความรับผิดชอบของใคร
  • ขั้นตอนการส่งมอบเอกสารคืนหากสิ้นสุดสัญญา? ข้อมูลบัญชีและเอกสารต้นฉบับทั้งหมดต้องคืนให้คุณในรูปแบบที่ใช้งานได้

หากคุณต้องการบริการรับทำบัญชีรายเดือนที่มีมาตรฐาน มีทีมงาน และมีความรับผิดชอบชัดเจน สิ่งสำคัญคือการเปรียบเทียบไม่ใช่แค่ราคาตัวเลข แต่รวมถึงขอบเขตบริการและคุณภาพงานที่คุณจะได้รับในทุกเดือน

ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร

เนื้อหาเรื่อง ค่าจ้างนักบัญชีฟรีแลนซ์: ราคาตลาดปัจจุบันและข้อควรระวังที่เจ้าของ SME ต้องรู้ก่อนจ้าง ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ

เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้

  • รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
  • ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
  • หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ

แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ค่าจ้างนักบัญชีฟรีแลนซ์โดยเฉลี่ยต่อเดือนอยู่ที่เท่าไรสำหรับบริษัทเล็กๆ ที่เพิ่งจดทะเบียน

สำหรับบริษัทที่เพิ่งจดทะเบียน มียอดธุรกรรมไม่เกิน 20-30 รายการต่อเดือน และยังไม่ได้จด VAT ค่าบริการนักบัญชีฟรีแลนซ์มักอยู่ในช่วง 1,500-3,000 บาทต่อเดือน ซึ่งรวมการทำบัญชีรายเดือนและการยื่นแบบภาษีพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม ราคาจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนธุรกรรมและความซับซ้อน เช่น การมีพนักงานหรือการจด VAT ควรขอใบเสนอราคาแบบระบุขอบเขตงานชัดเจนก่อนตัดสินใจ

จ้างนักบัญชีฟรีแลนซ์ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายหรือไม่

หากกิจการของคุณจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล (บริษัทหรือห้างหุ้นส่วน) คุณมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย 3% จากค่าบริการที่จ่ายให้นักบัญชีฟรีแลนซ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา ตามมาตรา 40(2) ของประมวลรัษฎากร และต้องนำส่งกรมสรรพากรด้วยแบบ ภ.ง.ด.3 ภายในวันที่ 7 (หรือ 15 ถ้ายื่นออนไลน์) ของเดือนถัดไป หากไม่หักและนำส่ง กิจการของคุณอาจต้องรับผิดชอบภาษีส่วนนั้นพร้อมเงินเพิ่ม

นักบัญชีฟรีแลนซ์กับสำนักงานบัญชีต่างกันอย่างไร ควรเลือกแบบไหน

นักบัญชีฟรีแลนซ์มักมีราคาถูกกว่าเนื่องจากไม่มีค่าโสหุ้ยสำนักงาน แต่ไม่มีระบบตรวจสอบภายในและมักไม่มีประกันวิชาชีพ สำนักงานบัญชีเหมาะกับธุรกิจที่จด VAT มีพนักงาน หรือมีธุรกรรมซับซ้อน เพราะมีทีมงาน มีผู้สอบบัญชี และมีความรับผิดชอบที่ชัดเจนกว่า หากธุรกิจของคุณเติบโตถึงระดับที่มีรายรับเกิน 10 ล้านบาทต่อปีหรือเริ่มมีธุรกรรมซับซ้อน ควรพิจารณาเปลี่ยนมาใช้สำนักงานบัญชีแทน