นายจ้าง SME ที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปมีหน้าที่ยื่นแบบและนำส่งเงินสมทบประกันสังคมทุกเดือน โดยมีกำหนดและบทลงโทษที่ต้องรู้ไว้เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับที่เพิ่มพูนทุกเดือน
ทำไมนายจ้าง SME ต้องใส่ใจกำหนดยื่นประกันสังคม
ระบบประกันสังคมตามมาตรา 33 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 ครอบคลุมลูกจ้างทุกคนในกิจการที่มีนายจ้าง ไม่ว่าจะเป็นบริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วน หรือร้านค้าที่จดทะเบียนธุรกิจ ขณะที่นายจ้างขนาดใหญ่มักมีแผนก HR คอยดูแล นายจ้าง SME ส่วนใหญ่ต้องรับผิดชอบงานนี้เองหรือมอบหมายให้สำนักงานบัญชี ซึ่งหากพลาดกำหนดเพียงเดือนเดียว ค่าปรับจะเริ่มนับทันทีในอัตรา 2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง และยิ่งปล่อยไว้นาน ยอดค่าปรับก็ยิ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ
นอกจากค่าปรับทางการเงิน การที่นายจ้างไม่นำส่งเงินสมทบยังส่งผลต่อสิทธิประโยชน์ของลูกจ้างโดยตรง เช่น สิทธิรักษาพยาบาล ชดเชยการว่างงาน และคลอดบุตร ซึ่งอาจทำให้เกิดข้อพิพาทแรงงานตามมาได้
ปฏิทินกำหนดยื่น สปส.1-10 รายเดือน
นายจ้างต้องยื่นแบบ สปส.1-10 ส่วนที่ 1 (แบบรายการแสดงการส่งเงินสมทบ) และนำส่งเงินสมทบของเดือนนั้น ๆ ภายใน วันที่ 15 ของเดือนถัดไป ทุกเดือนตลอดทั้งปี ตัวอย่างเช่น เงินสมทบประจำเดือนมกราคมต้องยื่นและชำระให้เสร็จก่อนหรือภายในวันที่ 15 กุมภาพันธ์
ตารางด้านล่างนี้แสดงกำหนดยื่นตลอดปีปฏิทิน 2569 (ค.ศ. 2026):
- มกราคม 2569 — ยื่นภายใน 15 กุมภาพันธ์ 2569
- กุมภาพันธ์ 2569 — ยื่นภายใน 15 มีนาคม 2569
- มีนาคม 2569 — ยื่นภายใน 15 เมษายน 2569
- เมษายน 2569 — ยื่นภายใน 15 พฤษภาคม 2569
- พฤษภาคม 2569 — ยื่นภายใน 15 มิถุนายน 2569
- มิถุนายน 2569 — ยื่นภายใน 15 กรกฎาคม 2569
- กรกฎาคม 2569 — ยื่นภายใน 15 สิงหาคม 2569
- สิงหาคม 2569 — ยื่นภายใน 15 กันยายน 2569
- กันยายน 2569 — ยื่นภายใน 15 ตุลาคม 2569
- ตุลาคม 2569 — ยื่นภายใน 15 พฤศจิกายน 2569
- พฤศจิกายน 2569 — ยื่นภายใน 15 ธันวาคม 2569
- ธันวาคม 2569 — ยื่นภายใน 15 มกราคม 2570
หมายเหตุ: หากวันที่ 15 ตรงกับวันหยุดราชการหรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ กำหนดยื่นจะขยายไปถึงวันทำการถัดไป แต่ในทางปฏิบัติควรยื่นก่อนกำหนดเพื่อความปลอดภัย
สำหรับการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านเว็บไซต์ sso.go.th นายจ้างที่ยื่นแบบออนไลน์จะได้รับระยะเวลายื่นเพิ่มเติม 3 วันทำการ จากกำหนดเดิม กล่าวคือสามารถยื่นได้ถึงวันที่ 15 + 3 วันทำการ ซึ่งเป็นข้อดีสำหรับ SME ที่ใช้ระบบ e-Service ของสปส.
วิธีคำนวณเงินสมทบประกันสังคม ปี 2569
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 สำนักงานประกันสังคมได้ปรับเพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบจาก 15,000 บาท เป็น 17,500 บาท ตามแผนปรับขั้นบันได 3 ระยะ อัตราเงินสมทบยังคงที่ 5% ทั้งฝ่ายนายจ้างและลูกจ้าง (ข้อมูล ณ ปี 2569)
สูตรคำนวณ: เงินสมทบ = ค่าจ้างที่ใช้เป็นฐาน x 5%
- ฐานค่าจ้างขั้นต่ำ: 1,650 บาท (เงินสมทบขั้นต่ำ 82.50 บาท/เดือน/ฝ่าย)
- ฐานค่าจ้างสูงสุด: 17,500 บาท (เงินสมทบสูงสุด 875 บาท/เดือน/ฝ่าย)
ตัวอย่างการคำนวณ:
- ลูกจ้างเงินเดือน 12,000 บาท: นายจ้างจ่าย 600 บาท + ลูกจ้างจ่าย 600 บาท = รวมนำส่ง 1,200 บาท/เดือน
- ลูกจ้างเงินเดือน 20,000 บาท: ใช้ฐานสูงสุด 17,500 บาท นายจ้างจ่าย 875 บาท + ลูกจ้างจ่าย 875 บาท = รวมนำส่ง 1,750 บาท/เดือน
- ลูกจ้างเงินเดือน 8,000 บาท: นายจ้างจ่าย 400 บาท + ลูกจ้างจ่าย 400 บาท = รวมนำส่ง 800 บาท/เดือน
ในกรณีที่ลูกจ้างทำงานไม่ครบเดือน เช่น เริ่มงานกลางเดือนหรือลาออกระหว่างเดือน ยังคงต้องนำส่งเงินสมทบเต็มอัตราของเดือนนั้น เพราะกฎหมายกำหนดให้คำนวณเป็นรายเดือน ไม่ใช่รายวัน
แผนปรับเพดานระยะต่อไป: ระยะที่ 2 (ปี 2572–2574) เพดานจะปรับเป็น 20,000 บาท และระยะที่ 3 (ปี 2575 เป็นต้นไป) จะปรับเป็น 23,000 บาท ซึ่งนายจ้างควรวางแผนต้นทุนค่าแรงล่วงหน้าให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงนี้
ค่าปรับเมื่อยื่นล่าช้าและบทลงโทษตามกฎหมาย
หากนายจ้างนำส่งเงินสมทบหลังกำหนด หรือไม่ยื่นแบบ สปส.1-10 ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป จะต้องชำระ เงินเพิ่มในอัตรา 2% ต่อเดือน ของจำนวนเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533
ตัวอย่างการคำนวณค่าปรับ: หากนายจ้างมีลูกจ้าง 5 คน ค่าจ้างเฉลี่ยคนละ 15,000 บาท เงินสมทบที่ต้องนำส่งฝ่ายนายจ้างรวม 5 x 750 บาท = 3,750 บาทต่อเดือน หากยื่นล่าช้า 1 เดือน ค่าปรับ = 3,750 x 2% = 75 บาท หากล่าช้า 3 เดือน ค่าปรับ = 3,750 x 6% = 225 บาท (ไม่นับรวมเงินสมทบส่วนลูกจ้างที่ต้องนำส่งพร้อมกัน)
นอกเหนือจากเงินเพิ่ม กฎหมายยังกำหนดโทษทางอาญาสำหรับนายจ้างที่หักเงินสมทบจากลูกจ้างแต่ไม่นำส่งสำนักงานประกันสังคม ซึ่งมีโทษปรับและจำคุก ทั้งนี้สปส. ได้ออกคำเตือนอย่างเป็นทางการว่าการกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
ข้อควรระวังสำคัญ: หากธุรกิจมีช่วงที่ยอดขายตกและต้องการลดต้นทุน บางครั้ง SME อาจคิดถึงการชะลอการนำส่งเงินสมทบ แต่นี่เป็นทางเลือกที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เนื่องจากค่าปรับ 2% ต่อเดือนนั้นคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยประมาณ 24% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าดอกเบี้ยสินเชื่อธุรกิจทั่วไปมาก
ขั้นตอนยื่น สปส.1-10 และช่องทางการชำระเงิน
นายจ้างสามารถยื่นแบบและชำระเงินสมทบได้หลายช่องทาง ดังนี้:
- ออนไลน์ผ่าน sso.go.th — ระบบ e-Service ของสำนักงานประกันสังคม สามารถยื่นแบบและชำระผ่าน Internet Banking หรือ QR Code ได้รับระยะเวลาเพิ่มเติม 3 วันทำการ
- สาขาธนาคาร — ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารอื่น ๆ ที่สปส. กำหนด โดยใช้แบบ สปส.1-10 พร้อมใบนำฝาก
- สำนักงานประกันสังคมพื้นที่ — ยื่นด้วยตนเองหรือมอบอำนาจให้ผู้แทน
เอกสารที่ต้องจัดเตรียม:
- แบบ สปส.1-10 ส่วนที่ 1 (แสดงยอดรวมเงินสมทบ) — กรอกข้อมูลรหัสสถานประกอบการ จำนวนผู้ประกันตน และยอดเงินสมทบรวม
- แบบ สปส.1-10 ส่วนที่ 2 (รายชื่อลูกจ้าง) — แสดงค่าจ้างและเงินสมทบรายบุคคล จำเป็นต้องยื่นเป็นประจำหรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อ
สำหรับ SME ที่ใช้โปรแกรมบัญชีหรือ payroll software ส่วนใหญ่สามารถส่งออกไฟล์ข้อมูล สปส.1-10 ในรูปแบบที่สปส. กำหนดได้โดยตรง ช่วยลดเวลาการกรอกข้อมูลและลดความเสี่ยงผิดพลาด หากยังไม่แน่ใจเรื่องขั้นตอน บริการรับทำบัญชีรายเดือน ของเราสามารถช่วยดูแลการยื่นแบบประกันสังคมพร้อมกับงานบัญชีได้ในคราวเดียว
การแจ้งเพิ่ม-ลด และกรณีพิเศษที่นายจ้างต้องรู้
นอกจากการยื่น สปส.1-10 รายเดือน ยังมีแบบฟอร์มและกำหนดเวลาสำคัญอื่น ๆ ที่นายจ้างต้องดูแล:
- แบบ สปส.1-03 (แจ้งรับลูกจ้างใหม่) — ต้องยื่นภายใน 30 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างเริ่มทำงาน เพื่อให้ลูกจ้างมีสิทธิคุ้มครองตั้งแต่วันแรก
- แบบ สปส.6-09 (แจ้งลูกจ้างออก) — ต้องยื่นภายใน 15 วันของเดือนถัดจากเดือนที่ลูกจ้างออก เพื่อหยุดเรียกเก็บเงินสมทบในเดือนถัดไป
- กรณีปรับค่าจ้าง — หากปรับขึ้นเงินเดือนลูกจ้างในเดือนใด ให้ใช้ค่าจ้างจริงของเดือนนั้นเป็นฐานคำนวณทันที ไม่ต้องแจ้งเปลี่ยนแปลงแยกต่างหาก แต่ต้องอัพเดตในแบบ สปส.1-10 ส่วนที่ 2
- กรณีลูกจ้างลาไม่รับค่าจ้าง — หากเดือนใดลูกจ้างไม่ได้รับค่าจ้างเลย (เช่น ลาโดยไม่ได้รับค่าจ้างทั้งเดือน) ยังคงต้องนำส่งเงินสมทบในอัตราขั้นต่ำตามกฎกระทรวง ซึ่งควรตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคมพื้นที่เพื่อความถูกต้อง
สำหรับนายจ้างที่มีสาขาหลายแห่ง แต่ละสาขาที่ขึ้นทะเบียนกับสปส. ต่างหน่วยงานกันจะต้องยื่นแยกกันตามรหัสสถานประกอบการของแต่ละสาขา ไม่สามารถรวมยื่นในแบบเดียวกันได้
ในส่วนของการวางแผนต้นทุนภาษีและแรงงาน SME หลายรายมองข้ามว่าเงินสมทบฝ่ายนายจ้างนั้นถือเป็น "ค่าใช้จ่ายที่หักได้" ทางภาษีเงินได้นิติบุคคล การบันทึกบัญชีที่ถูกต้องจึงสำคัญ หากต้องการปรึกษาเรื่องการวางแผนภาษีและต้นทุนค่าแรงควบคู่กัน สามารถดูรายละเอียดได้ที่บริการ วางแผนภาษีสำหรับธุรกิจ SME ของเรา
สิ่งที่ต้องทำเมื่อยื่นล่าช้าหรือพบข้อผิดพลาด
หากพบว่าตนเองพลาดกำหนดยื่นหรือนำส่งเงินสมทบไม่ครบ ควรดำเนินการดังนี้ทันที:
- ขั้นที่ 1: ยื่นแบบ สปส.1-10 โดยเร็วที่สุด แม้จะเลยกำหนดแล้ว เพราะเงินเพิ่มจะคำนวณถึงวันที่ชำระจริง ยิ่งชำระช้ายิ่งเสียมาก
- ขั้นที่ 2: ชำระเงินสมทบที่ค้างอยู่พร้อมเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือน โดยสำนักงานประกันสังคมจะคำนวณยอดให้ในแบบแจ้งหนี้
- ขั้นที่ 3: หากไม่แน่ใจว่ายอดถูกต้องหรือมีข้อโต้แย้ง สามารถติดต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่ หรือโทร 1506 กด 1
- ขั้นที่ 4: ตรวจสอบระบบ payroll และปฏิทินภายในของบริษัทเพื่อป้องกันการพลาดในอนาคต
กรณีที่มีการยื่นเงินสมทบเกินกว่าที่ควรจ่าย นายจ้างมีสิทธิ์ขอคืนเงินสมทบส่วนเกินได้โดยยื่นคำขอต่อสำนักงานประกันสังคมพร้อมหลักฐาน ซึ่งกระบวนการนี้ใช้เวลาพอสมควรจึงควรตรวจสอบตัวเลขให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น
การจัดการเรื่องประกันสังคมอย่างถูกต้องและตรงเวลาเป็นส่วนหนึ่งของการบริหาร HR และบัญชีที่ดี ไม่ต่างจากการยื่นภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1) ที่มีกำหนดยื่นในช่วงเวลาใกล้เคียงกัน SME ที่ใช้บริการสำนักงานบัญชีมืออาชีพมักได้รับการแจ้งเตือนและดำเนินการแทนโดยอัตโนมัติ ช่วยลดภาระด้านกระดาษงานและความเสี่ยงค่าปรับได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ใช้บทความนี้กับธุรกิจของคุณอย่างไร
เนื้อหาเรื่อง ปฏิทินยื่นประกันสังคมรายเดือนและรายปี: กำหนด วิธีคำนวณ และค่าปรับเมื่อยื่นล่าช้าสำหรับนายจ้าง SME ควรนำไปใช้ตรวจสอบกับเอกสารและตัวเลขจริงของกิจการ ไม่ใช่อ่านเพื่อจำคำศัพท์ เพราะแนวทางบัญชีและภาษีขึ้นกับข้อเท็จจริง เอกสาร และรอบเวลาที่เกิดรายการของแต่ละธุรกิจ
เช็กลิสต์ก่อนนำไปใช้
- รวบรวมเอกสารรายรับ รายจ่าย ภาษีซื้อ-ขาย และรายการธนาคารให้ครบตามรอบเดือน
- ตรวจว่าธุรกรรมที่เกี่ยวข้องบันทึกบัญชีถูกต้องและมีหลักฐานรองรับครบถ้วน
- หากไม่แน่ใจเรื่องภาษี ควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีก่อนตัดสินใจ
แหล่งอ้างอิงที่ใช้ทบทวน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ยื่นประกันสังคมช้ากว่ากำหนดโดนค่าปรับเท่าไหร่
หากนายจ้างนำส่งเงินสมทบหลังวันที่ 15 ของเดือนถัดไป จะต้องจ่ายเงินเพิ่มในอัตรา 2% ต่อเดือนของยอดเงินสมทบที่ยังไม่ได้นำส่ง ตามมาตรา 49 แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533 เงินเพิ่มนี้คำนวณสะสมทุกเดือนจนกว่าจะชำระครบ ดังนั้นยิ่งปล่อยค้างไว้นานยิ่งเสียมาก ควรนำส่งให้เร็วที่สุดแม้จะเลยกำหนดแล้ว
ประกันสังคมปี 2569 คำนวณอย่างไร หักเดือนละเท่าไหร่
ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เพดานค่าจ้างสูงสุดที่ใช้คำนวณเงินสมทบปรับเป็น 17,500 บาท (จากเดิม 15,000 บาท) โดยนายจ้างและลูกจ้างจ่ายฝ่ายละ 5% ของค่าจ้างจริง ฐานขั้นต่ำ 1,650 บาท ฐานสูงสุด 17,500 บาท เงินสมทบสูงสุดต่อฝ่ายจึงอยู่ที่ 875 บาทต่อเดือน ตัวอย่างเช่น ลูกจ้างเงินเดือน 12,000 บาท นายจ้างและลูกจ้างจ่ายคนละ 600 บาทต่อเดือน
ลูกจ้างใหม่เริ่มงานต้องแจ้งประกันสังคมภายในกี่วัน
นายจ้างต้องยื่นแบบ สปส.1-03 เพื่อแจ้งขึ้นทะเบียนลูกจ้างใหม่ภายใน 30 วันนับแต่วันเริ่มงาน เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความคุ้มครองตั้งแต่วันแรกที่เริ่มทำงาน หากแจ้งช้ากว่ากำหนดอาจทำให้ลูกจ้างขาดสิทธิประโยชน์ในช่วงระหว่างนั้น และนายจ้างอาจต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น